กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรชี้ว่า การเพิ่มกำลังพลของรัสเซียจะไม่ได้ช่วยเปลี่ยนแปลงสถานการณ์อะไร และรัสเซียกำลังเดินหน้าเข้าสู่สถานการณ์ของความพ่ายแพ้ นอกจากนี้ มีรายงานว่าเข้าหน้าที่รับสมัครทหารของรัสเซียได้พยายามเกณฑ์คนจากเรือนจำ ด้วยการเสนอให้นักโทษเข้าร่วมกองทัพเพื่อแลกกันกับอิสรภาพและเงิน
ปัจจุบันนี้ กองทัพรัสเซียจำกัดกองกำลังทางทหารของตนเองเพียงแค่ล้านนาย และเจ้าหน้าที่ที่เป็นพลเรือนอีก 900,000 คน อย่างไรก็ดี กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรระบุว่า ยังไม่มีความแน่ชัดว่ารัสเซียจะสามารถบรรลุเป้าหมายในการเพิ่มกำลังพลของตนเองได้หรือไม่ ทั้งจากการสรรหาอาสาสมัครทหารเพิ่ม หรือจากการเกณฑ์ทหารเพิ่ม
กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรชี้ว่า การเพิ่มกำลังทหารของรัสเซียไม่ได้เปลี่ยนแปลงสงครามยูเครนไปแต่อย่างใด เนื่องจากเดิมทุนรัสเซียสูญเสียทหารไปกว่าหลานหมื่นนาย อีกทั้งมีการเกณฑ์ทหารใหม่ในจำนวนน้อย และเจ้าหน้าที่ที่ถูกเกณฑ์เข้ามาใหม่ไม่ได้ถูกส่งตัวมาประจำการนอกประเทศรัสเซียแต่อย่างใด
เจ้าหน้าที่ของชาติตะวันตกกล่าวว่า มีกองกำลังอย่างน้อย 70,000 ถึง 80,000 นาย ที่ถูกสังหารหรือได้รับบาดเจ็บ นับตั้งแต่รัสเซียเริ่มการรุกรานยูเครน โดยในช่วงแรกระหว่างเดือน ก.พ. ถึง มี.ค. รัสเซียวางแผนที่จะทำการรุกรานยูเครนที่ใช้เวลาเพียง 2 สัปดาห์ เพื่อการยึดกรุงเคียฟ และล้มรัฐบาลของ โวโลดีเมอร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน อย่างไรก็ดี ยูเครนกลับสามารถต่อต้านการรุกราน จนทำให้สงครามกินเวลายืดเยื้อมาแล้วกว่า 6 เดือน
ปัจจุบันนี้ ชายชาวรัสเซียอายุ 18 ถึง 27 ปี เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติในการเกณ์ทหาร ทั้งนี้ ชายหลายสามารถหาทางเลี่ยงการเกณฑ์ทหาร หรือการลดเวลาการเข้าประจำการลง เพื่อให้เหลือเวลาการรับราชการเพียงแค่ 1 ปี ผ่านการได้รับการยกเว้นในเงื่อนไขด้านการแพทย์ หรือการมีชื่อเป็นผู้เรียนในการศึกษาระดับสูง
ปัจจุบันนี้ สมรภูมิสงครามยูเครนกำลังปะทุขึ้นในบริเวณทางตะวันออกและตอนใต้ของประเทศ โดยในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ยูเครนกล่าวหารัสเซียว่าทำการยิงถล่มโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ในเมืองซาปอริซเซีย ในขณะที่ทางการรัสเซียเองกล่าวหาว่าผู้ยิงถล่มคือยูเครนไม่ใช่ตน ทั้งนี้ การระเบิดของพลังงานนิวเคลียร์ในบริเวณเมืองดังกล่าวของยูเครน อาจส่งผลให้เกิดวิกฤตขนานใหญ่ของมนุษยชาติได้
ที่มา: