ไม่พบผลการค้นหา
ความวุ่นวายภายในพรรคพลังประชารัฐ ที่ไม่เคยเป็นเอกภาพตั้งแต่ต้น ที่หลอมรวม ‘ก๊ก-ก๊วน’ ต่างๆ ที่หวังเข้ามาผงาดทางการเมืองอีกครั้ง ผ่านภารกิจร่วมดัน ‘บิ๊กตู่’ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขึ้นเป็น นายกฯ อีกสมัย เมื่อภารกิจสำเร็จ ก็มาถึงช่วง ‘ทวงบุญคุณ - ทวงสัญญา’ ทั้งภายในพรรค พปชร. และพรรคร่วมรัฐบาล

โดยเฉพาะ 10 พรรคเล็กได้ ‘ทวงบุญคุณ’ หวังโควต้า 2 เก้าอี้รัฐมนตรี หลัง 10 พรรคเล็ก ยกมือโหวตให้ ‘บิ๊กตู่’ เป็น นายกฯ โดยคะแนนเฉียดฉิว ‘ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ’ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ไปไม่มาก จึงเป็น ‘บุญคุณ’ ที่ต้องตามทวง

ตามมาด้วยแกนนำพลังประชารัฐในภูมิภาคทั้ง ‘เอกราช ช่างเหลา’ แกนนำ ส.ส.ภาคอีสานตอนบน และ ‘เสธ.ชาติ’ พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล ปธ.ยุทธศาสตร์เลือกตั้งภาคใต้ เพื่อน ตท.12 ของพล.อ.ประยุทธ์ ที่ต่างออกมาเรียกร้องโควต้าเก้าอี้รัฐมนตรีด้วยเช่นกัน ย้ำถึงผลงานที่ทำไว้ ได้ ส.ส.ภาคใต้ 13 ที่นั่ง และ ส.ส.อีสาน 11 ที่นั่ง

แต่ศึกทั้งหมดถูกสยบโดย ‘ผู้กองมนัส’ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งภาคเหนือพรรคพลังประชารัฐ ที่บารมีฉายแสงคับพรรค เป็นมากกว่าตำแหน่งทางการ ที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘ผู้ประสานสิบทิศ’ ให้กับพรรคพลังประชารัฐ

ทว่าช่วงปี2557 หลังรัฐประหาร 22พ.ค.นั้น ร.อ.ธรรมนัส กลับมีชื่อติดแบล็กลิสต์ คสช. ในบัญชีต้นๆ และโลว์โปร์ไฟล์ตัวเองมาหลายปี จนมาเปิดตัวลง พปชร. ช่วงปี 2561 นั่นเอง

ย้อนกลับไป ร.อ.ธรรมนัส จบ ตท.25 จ.ป.ร.36 รุ่นเดียวกับ ‘เสธ.เปา’ พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม อดีตทหารเสือฯและบูรพาพยัคฆ์ ‘เสธ.หิ’พ.ท.หิมาลัย ผิวพรรณ อดีต ผบ.ร้อยสารวัตรทหาร ประจำ บก.กองทัพไทย อีกทั้ง ‘ผู้กองมนัส’ ยังเป็นคนใกล้ชิดของ ‘เสธ.ไอซ์’พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต นายทหารผู้กว้างขวาง ที่ได้เสียชีวิตไปแล้วด้วย แต่สุดท้าย ‘ผู้กองมนัส’ ก็ออกจากชีวิตราชการช่วงปี2542 แล้วเข้าสู่เส้นทางการเมือง

โดยปี 2544 ร.อ.ธรรมนัส ได้ไปอยู่ในทีมยุทธศาสตร์การเลือกตั้งใน กทม. ของพรรคไทยรักไทย เรื่อยมาถึงพรรคพลังประชาชนและเพื่อไทย ที่เป็นทีมงานอยู่เบื้องหลังและได้ลง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เลือกตั้งปี2557 แต่เกิดรัฐประหาร 22พ.ค. 2557 ขึ้นมา สุดท้าย ร.อ.ธรรมนัส ก็เปลี่ยนขั้วมาอยู่พรรคพลังประชารัฐ โดยมี ‘พี่ที่เคารพนับถือ’ ส่วนตัวเป็นผู้มาชักชวน โดยให้เหตุผลถึงการทำเพื่อบ้านเมืองและเพื่อสถาบันสำคัญของชาติ

สิ่งหนึ่งที่ ร.อ.ธรรมนัส หนักแน่นคือเป็นคนที่ ‘คำไหนเป็นคำนั้น – ใจถึงพึ่งได้’ ตามสไตล์นายทหารผู้กว้างขวาง ถือเป็นจุดสำคัญในการไปพูดคุยให้คู่เจรจามีความเชื่อถือในสิ่งที่ได้พูดคุยหรือรับปากไว้ ด้วยประสบการณ์ในการเป็นมือยุทธศาสตร์และทำการเมืองมากว่า 20 ปี ทำให้มีคอนเนคชั่นจำนวนมาก

ธรรมนัส พรหมเผ่า.jpg

บทบาทของ ร.อ.ธรรมนัส จากนี้จึงต้องจับตาต่อไป แม้จะปฏิเสธไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรี เพราะเกรงจะไม่มีเวลาดูแลพื้นที่ภาคเหนือ อีกทั้งใกล้จะมีเลือกตั้งท้องถิ่นด้วย ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัส เป็น ส.ส.พะเยา แต่มีรายงานว่าได้ส่ง ‘อัครา พรหมเผ่า’ น้องชายที่เป็น รองนายก อบจ.พะเยา มานั่งแทน ซึ่งจุดนี้เองก็สะท้อนบารมี ‘ผู้กองมนัส’ ได้ไม่น้อย

โดยเฉพาะบทบาทในพรรคที่กำลังจะมีการปรับโครงสร้างใหม่ช่วง ก.ค.นี้ หาก พล.อ.ประยุทธ์ ตอบรับขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคฯ ก็จะต้องมีการเปลี่ยนทีมกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ จึงมีการมองว่า ร.อ.ธรรมนัส จะไปอยู่ในตำแหน่งใด หรือจะเป็น Behind the Scene (เบื้องหลัง) แบบนี้ต่อไป

อีกนายทหาร Behind the Scene ก็คือ ‘เสธ.มิตต์’ พล.ต.นิมิตต์ สุวรรณรัฐ นายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำ รมว.กลาโหม ที่มาทำงานเคียงข้าง พล.อ.ประยุทธ์ ที่ ทำเนียบฯ เกือบ 5 ปี จนมีกระแสข่าวว่าได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็น ข้าราชการทหาร กับ ‘ปลัดณัฐ’ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกลาโหม แต่สุดท้ายไม่มีการลาออกใดๆ โดย พล.อ.ณัฐ ยืนยันว่า “ไม่มี ไม่ได้เซ็นต์”

รวมทั้ง ‘บิ๊กป้อม’พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม ก็ระบุว่า ตนไม่ทราบ และหากมีทหารลาออก ก็ต้องรายงานให้ตนทราบ แต่ตนไม่เห็นชื่อ

แต่มีรายงานว่า พล.ต.นิมิตต์ ได้เปลี่ยนใจและไม่ได้ยื่นใบลาออก ท่ามกลางกระแสข่าวในขณะนั้นว่าจะลาออกมาทำงานในตำแหน่งการเมืองหรืองานทางการเมืองเต็มตัวหรือไม่ เพื่ออยู่เคียงข้าง พล.อ.ประยุทธ์ ต่อไป แต่ตำแหน่งทางการเมืองก็ต้องตัดไปในเวลานี้ หลัง พล.ต.นิมิตต์ ไม่ได้ลาออกตามกระแสข่าว

นิมิตต์ สุวรรณรัฐ 49362075648_n.jpg

ทั้งนี้ พล.ต.นิมิตต์ เป็นนายทหารที่ใกล้ชิด พล.อ.ประยุทธ์ เพราะจะเดินติดตามไปทุกที่ทั้งในและนอกทำเนียบฯ จนได้ชื่อว่าเป็น ‘นายกฯน้อย’ และทำหน้าที่ตรวจงานเอกสารและประสานงานต่างๆให้นายกฯ โดย พล.ต.นิมิตต์ จบ ตท.30 แต่ไปจบ ร.ร.นายร้อยที่ Virginia Military Institute (VMI) สหรัฐฯ ถือเป็น ‘นายทหารอินเตอร์’ แต่ก็ได้นับรุ่นเป็น จปร.41 ด้วย เพราะเรียน จปร. มา 1 ปี และเติบโตในเหล่าปืนใหญ่ อดีต ผู้การ ป.1 รอ. หน่วยขึ้นตรง พล.1 รอ.

แต่การที่ พล.ต.นิมิตต์ ไม่ลาออก ส่วนหนึ่งอาจไม่ไปต้องการไปลงในตำแหน่งการเมือง ที่เท่ากับว่าจะเป็นการ ‘เปิดหน้า’ อย่างชัดเจน แต่อาจต้องการทำงานอยู่ ‘เบื้องหลัง’ เงียบๆเคียงข้าง พล.อ.ประยุทธ์ แบบนี้ต่อไป ที่งานในรัฐบาลพลเรือนจะมีมากขึ้น รวมทั้งการรับมือกับบรรดานักการเมืองในรัฐบาลที่ต้องมีการงัดข้อกันแน่นอนในอนาคต และหาก พล.อ.ประยุทธ์ ควบนั่ง รมว.กลาโหม ด้วยนั้น ภาระงานต่างๆก็จะมากขึ้น แม้จะมีการมองว่าอยู่ภายใต้เงาของ พล.อ.ประวิตร ก็ตาม

บทบาทของ ‘ผู้กองมนัส - เสธ.นิมิตต์’ จึงเป็น ‘Behind the Scene’ ในการเป็น ‘ขุนพล’ เคียงข้าง พล.อ.ประยุทธ์ ต่อไป ในวันที่เลือก ‘ขี่หลังเสือ’ อีกครั้ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปริศนา ลายพราง
101Article
0Video
26Blog