ไม่พบผลการค้นหา
‘สุวิทย์’ มอง ‘สามมิตร’ คือนักการเมืองคุณภาพ พปชร. เปิดโอกาสให้ทุกคน ไม่ใช่ดูดแต่นักการเมืองเลว ฟาก 'กอบศักดิ์' โวคนหลั่งไหลสมัครสมาชิกพรรค มั่นใจส่งผู้สมัครลงครบ 350 เขต หวังขนะอย่างน้อย 150 เขตขึ้นไป

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกพรรค พปชร. พร้อมด้วยกรรมการบริหารพรรค นายวิเชฐ ตันติวานิช ผู้อำนวยการหลักสูตรปัญญาประชารัฐ, นายองอาจ ปัญญาชาติรักษ์, นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ, และนักการเมืองในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อาทิ นางสาววลัยพร รัตนเศรษฐ น้องสาวนายวิรัช รัตนเศรษฐ อดีต ส.ส. นครราชสีมา, นางเวียง วรเชษฐ์ อดีต ส.ส ร้อยเอ็ด, นายวัฒนา ช่างเหลา รองนายก อบจ. ขอนแก่น, นายเอกราช ช่างเหลา บิดาของนายวัฒนา รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดและประธานสโมสรฟุตบอลขอนแก่นยูไนเต็ด, และนายภพทร แก้วขัน สามี สจ. ปณิดา แก้วขัน มาร่วมกิจกรรมระดมความคิดภาคอีสาน หลักสูตร 'คิดให้...ไทยทะยาน’ ที่โรงแรมเดอะ คอนวีเนี่ยน จังหวัดขอนแก่น โดยมีประชาชนมาจาก 16 จังหวัดภาคอีสานเข้าร่วมประมาณ 200 คน


พลังประชารัฐ_ขอนแก่น

นายสุวิทย์ กล่าวว่า พลังประชารัฐจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีปัญญาประชารัฐ โดยประชาชนที่เป็นคนเห็นปัญหาและเห็นโอกาสในการแก้ปัญหามาร่วมแสดงความคิดเห็น สถาบันแห่งนี้จึงตั้งขึ้นมาเพื่อระดมสมองและหานโยบายประชารัฐเพื่อตอบโจทย์พลังประชารัฐที่แท้จริง สาเหตุที่เลือกมาภาคอีสานก่อนเนื่องจากรายได้เฉลี่ยต่อหัวของชาวอีสานน้อยมากประมาณ 21,000 บาทต่อคน แต่ในความเป็นจริงหากบริหารจัดการดีๆ อีสานจะกลายเป็นศูนย์กลางของอินโดจีนสอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่ออีสานกลายเป็น 4.0 และเดินหน้าไปพร้อมกันไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ดังคำพูดของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี 

อย่างไรก็ตาม นายสุวิทย์กล่าวย้ำว่าอีสานคือหัวใจของการเปลี่ยนแปลง ถ้าเปลี่ยนแปลงอีสานได้รายได้ต่อหัวก็จะเพิ่มขึ้นอีก 2 เท่าอย่างสบายๆ และภายใน 3 สัปดาห์นี้จะไปจัดกิจกรรมปัญญาประชารัฐที่จังหวัดเชียงใหม่ สงขลา และกรุงเทพมหานครตามลำดับ 

ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายวิจารณ์ว่าทุกวันนี้พรรคพลังประชารัฐก็ดูดเอานักการเมืองเก่าๆ ที่มีคดีความติดตัวเข้ามาเป็นสมาชิกพรรค ทั้งที่ พล.อ. ประยุทธ์ เคยกล่าวว่านักการเมืองเลว ไม่ดี นายสุวิทย์ ให้ความเห็นว่า นักการเมืองก็คือนักการเมืองมีทั้งเรื่องดีและเรื่องไม่ดี แต่ประเด็นสำคัญคือต้องมาช่วยกันเปลี่ยนผ่านการเมืองไทย เพราะการเมืองเป็นตัวขับเคลื่อนประเทศ เราจึงต้องการนักการเมืองที่มีคุณภาพเข้ามามากขึ้น 

แต่ส่วนนั้นจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าเราไม่เปิดกว้าง ดังนั้นการเปิดกว้างให้ทุกคนเข้ามาขบคิดและฟังเสียงประชาชนจึงเป็นสิ่งสำคัญ เราต้องการคนที่เข้าใจพื้นที่และปัญหาของประชาชนที่แท้จจริง แล้วจึงมาคัดสรรว่าใครจะมีคุณภาพพอที่จะลงสมัคร ส.ส. เช่น กลุ่มสามมิตรก็มีพลังและสัมผัสกับคนในพื้นที่มาพอสมควร แม้อาจจะมีปัญหาทับเขตหรือแบ่งเขตลงรับสมัครเลือกตั้งกันภายในพรรคยังไม่ลงตัวอยู่บ้าง แต่ตนมองเป็นเรื่องที่ดีที่พรรคมีตัวเลือก

พลังประชารัฐ_ขอนแก่น

ด้านนายกอบศักดิ์ มั่นใจว่า กระแสของพรรคตอนนี้ดีขึ้นเรื่อยๆ มีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาสมัครสมาชิกพรรคทุกวัน ซึ่งทางพรรคคาดว่าจะส่งผู้สมัครลงครบ 350 เขตและจะสู้ให้เต็มที่ในทุกภูมิภาคคาดว่าจะชนะการเลือกตั้งอย่างน้อย 150 เขตขึ้นไปและแม้ว่าเขตไหนไม่ชนะการเลือกตั้งก็จะทำให้ได้คะแนนเสียงมากที่สุด

หลังจากนั้นนายสุวิทย์ เดินทางไปเยี่ยมชมศูนย์โอทอปนวัตวิถีและพบประชาชนที่อำเภอซำสูง, อำเภอมันจาคีรี, และอำเภอบ้านแฮด จังหวัดขอนแก่น ส่วนนายกอบศักดิ์ เดินทางไปรับฟังความคิดเห็นคนรุ่นใหม่ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น และมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี

สุวิษย์ เมษินทรีย์_พลังประชารัฐ


ข่าวที่เกี่ยวข้อง :