ไม่พบผลการค้นหา
"อนุทิน" เคารพ "เฉลิม" ปัดโต้ตอบ ย้ำไม่สร้างความขัดแย้ง ไม่อยากถูกสังคมมองหนักแผ่นดินพร้อมเร่งเครื่องลงพื้นที่ชูนโยบาย "แก้ปัญหาปากท้อง" ระบุ ราคาสินค้าเกษตรต้องเป็นธรรม ลั่น ออกกม. รองรับสินค้าเกษตร "ข้าว-มัน-ปาล์ม" เหมือนอ้อยที่ทำสำเร็จมาแล้ว

พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้นำทีมทั้งแกนนำและผู้สมัคร ส.ส. ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนตามจังหวัดต่างๆ มาโดยตลอด โดยมีเป้าหมายนอกจากจะเป็นการแนะนำผู้สมัครของพรรคแล้ว ที่สำคัญคือการนำนโยบายของพรรคไปบอกกล่าวอธิบายให้ประชาชนในแต่พื้นที่ได้เข้าใจ โดยเฉพาะนโยบายแก้ปัญหาปากท้องประชาชน ซึ่งจะเกี่ยวโยงกับด้านการเกษตรหรือสินค้าการเกษตรที่มีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรคฯ เปรียบเป็นหัวหมู่ทะลวงฟันเดินสายนำเสนอชี้แจงนโยบายได้การเกษตรในทุกเวที ทั้งเวทีปราศรัย และเวทีโดยสื่อมวลชน 

นอกจากมีเรื่องให้ปลูกกัญชาเสรีแล้ว ยังมีนโยบายที่ช่วยเหลือชาวนา ชาวประมง และชาวสวนปาล์ม ที่จะต้องมีระบบการกำหนดราคาที่เป็นธรรม รวมถึงนโยบายอื่นๆ ที่ทุกคนในประเทศจะได้รับประโยชน์ โดยทุกนโยบายเราได้ทำการศึกษาวิจัย รับฟังความเห็นมาอย่างรอบด้าน ก่อนจะนำเสนอออกมาเป็นนโยบาย

พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าวว่า ทุกนโยบายของพรรคฯ ทั้ง 12 เรื่อง จะแปรไปสู่การปฏิบัติด้วยการทำร่างกฎหมายออกมาทั้ง 12 เรื่อง ซึ่งหากพรรคภูมิใจไทยได้รับความไว้วางใจให้จัดตั้งรัฐบาล เรามีความพร้อมที่จะผลักดันเป็นกฎหมายได้ทันที ซึ่งกลุ่มอาชีพให้ที่เราให้ความสำคัญกลุ่มหนึ่งก็คือพี่น้องที่ทำอาชีพการเกษตร ที่จะได้ผลผลิตทางด้านการเกษตรออกมา 

ที่ผ่านมีกฎหมายรองรับพืชเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียวคืออ้อยและน้ำตาล ตั้งแต่ปี 2527 มีการกำหนดราคา แบ่งกำไรให้กับเกษตรอย่างเป็นธรรมกับผู้ประกอบการ แต่พืชเศรษฐกิจอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ข้าว ปาล์ม มันสำปะหลัง เป็นต้น ยังไม่มีกฎหมายเป็นของตัวเองเลย ตรงนี้จึงเป็นที่มาซึ่งเราจะทำกฎหมายเพื่อรองรับพืชเศรษฐกิจชนิดอื่นๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องเกษตรกร

เมื่อถามว่า ดูเหมือนว่าพรรคภูมิใจไทยจะเน้นนโยบายด้านการเกษตรมากเป็นพิเศษ จึงมีการมองว่าพรรคภูมิจไทยกำลังตีตราจองกระทรวงเกษตรฯ ไว้กรณีได้เป็นรัฐบาล พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าวว่า การนำเสนอนโยบายด้านการเกษตรของพรรค ไม่ได้หมายความว่าเราจะไปจองหรือต้องการเอากระทรวงเกษตรฯ แต่สิ่งที่เราเสนอเป็นโยบายนั้น ก็เพื่อแก้ปัญหาเพื่อประโยชน์กับเกษตรกรอย่างแท้จริง ไม่ได้หวังผลทางการเมืองว่าจะต้องได้กระทรวงนั้น กระทรวงนี้ 

โฆษกภูมิใจไทย กล่าวอีกว่า การมองพรรคภูมิใจไทยว่าไปจองกระทรวงต่างๆ เป็นการมองที่ไม่แฟร์ อยากให้พรรคไหนก็ตามที่มีนโยบายด้านการเกษตร ออกมานำเสนอต่อพี่น้องประชาชน ให้เขาเป็นคนตัดสิน ส่วนหากใครจะได้เป็นรัฐบาล หรือได้บริหารกระทรวงไหน ก็เป็นเรื่องของความเหมาะสมที่ผู้มีอำนาจจะตัดสินใจ แต่ก่อนจะถึงขั้นนั้น ขอให้แต่ละพรรคการเมืองเร่งทำงาน นำเสนอนโยบายเพื่อให้ผ่านด่านความไว้ใจของประชาชนเป็นด่านแรกให้ได้ก่อน และว่า พรรคภูมิใจไทยเองตั้งแต่หัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรคฯ รวมทุกบุคลากรทุกคนของพรรคทำงานหนักมาโดยตลอด เดินสายลงพื้นที่ไม่มีเว้นวรรคทั่วทุกภาคตั้งแต่เหนือ กลาง อีสาน ใต้ ไปหมดทุกที่เพราะพรรคฯ ตั้งใจมาทำงานแก้ปัญหาให้สังคม ไม่ได้มาเพราะต้องการเล่นการเมืองเพื่อเอาเปรียบประชาชน

เมื่อถามว่า เวลานี้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทย ออกมาระบุ ว่า นายอนุทิน เป็นได้เพียงแค่นายกสมาคมก่อสร้าง ว่า การพูดจาลักษณะนี้เป็นเรื่องปกติของ ร.ต.อ.เฉลิม ตนเชื่อว่านายอนุทิน คงไม่ได้ถือสาอะไร หรือต้องการไปตอบโต้อะไร เพราะที่ผ่านมานายอนุทินมักพูดเสมอว่าเคารพ ร.ต.อ.เฉลิม การออกมาให้ความเห็นลักษณะนี้ เราจะถือเป็นคำติชมมันคือพลังที่ทำให้หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินหน้าลงพื้นที่ กำชับส.ส.ให้ทำงานหนัก จากนี้พรรคของเราจะตะลุยไปยังทั่วประเทศเพื่อบอกนโยบาย เราไม่มีเวลามาตอบโต้กับใคร เพราะพรรคภูมิใจไทยไม่มีนโยบายด้านความขัดแย้ง และจะไม่ทำตัวให้เกิดความขัดแย้งกับใคร แม้กระทั่งในเวลาที่ปราศรัย เราจะไม่พาดพิงเสียดสีใคร ไฟกำลังลุกพรรคภูมิใจไทยจะเอาน้ำดับ ไม่ใช่โยนฟืนลงให้ไหม้ลุกลาม เพราะเราไม่อยากให้สังคมด่าว่าพรรคเราหนักแผ่นดิน

"ผมเชื่อว่าคนทั้งประเทศ รู้จักนายอนุทินในมุมที่ดี เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ทั้งยังช่วยเหลือสังคมในการขับเครื่องบินส่วนตัวขนหัวใจในหลายจังหวัดเพื่อช่วยคุณหมอและคนไข้ ทั้งยังสามารถสร้างบริษัท ซิโน-ไทยฯ ให้เป็นอันดับหนึ่งในวงการก่อสร้างในประเทศ ซึ่งวันนี้ก็ได้พลิกบทบาทจากนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ เข้าสู่ถนนการเมืองเพราะต้องการเห็นประเทศเจริญก้าวหน้า ไม่ได้เสนอตัวมาเป็นนักการเมืองเพื่อทำลายประเทศ" โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าว