ไม่พบผลการค้นหา
"วันเฉลิม" ผู้ลี้ภัยทางการเมืองชาวไทยที่อาศัยอยู่ในกรุงพนมเปญ ถูกกลุ่มคนร้ายพร้อมอาวุธนำตัวไป โดยมีข้อมูลว่าคำพูดสุดท้ายที่สนทนากันคือ "หายใจไม่ออก" แล้วถูกตัดสายไป

ประชาไท รายงานว่า วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ลี้ภัยทางการเมืองชาวไทยที่อาศัยอยู่ในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ถูกกลุ่มคนร้ายอุ้มหายไปหน้าคอนโด เมื่อเวลาประมาณ 17.45 น. ของวันที่ 4 มิ.ย. 2563 ขณะเดินลงมาซื้ออาหารหน้าคอนโด

ทั้งนี้ มีรายงานด้วยว่า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพยายามเข้าไปช่วยเหลือแล้ว แต่กลุ่มคนที่มาอุ้มวันเฉลิมนั้นมีอาวุธปืน ซึ่งขณะเกิดเหตุแหล่งข่าวที่ให้ข้อมูลกับประชาไท เปิดเผยว่า ตนกำลังคุยโทรศัพท์กับวันเฉลิม และเสียงสุดท้ายที่ได้ยินผ่านโทรศัพท์คือ "โอ๊ย หายใจไม่ออก" ก่อนสายจะตัดไป แต่ขณะนั้นเข้าใจว่าเกิดอุบัติเหตุ และวันเฉลิมบาดเจ็บ จึงพยายามโทรติดต่อกลับไปอีกประมาณ 30 นาที รวมทั้งติดต่อเพื่อนของวันเฉลิมให้ช่วยตรวจสอบที่คอนโด จึงทราบว่า วันเฉลิมหายไป

นอกจากนี้ พริษฐ์ ชิวารักษ์ นักกิจกรรมทางการเมือง ยังโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวด้วยว่า ผู้ลี้ภัยมาตรา 112 ถูกอุ้มขึ้นรถเก๋งหายไปหน้าคอนโดที่พนมเปญ ติดต่อไม่ได้ตอนนี้ยังไม่ทราบชะตากรรม และตนไม่ทราบว่าจะทำยังไงได้บ้างนอกจากส่งใจ


วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ เคยปรากฏเป็นข่าวเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ร่วมกันแถลงจับกุมผู้ต้องหากระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ จากการโพสต์บทความบิดเบือนให้ร้ายรัฐบาลในเพจ "กูต้องได้ 100 ล้านจากทักษิณแน่ๆ" จำนวน 2 โพสต์ ซึ่งในการแถลงจับกุมดังกล่าวอ้างว่า วันเฉลิม เป็นแอดมินหรือผู้ดูแลเพจดังกล่าว 

นอกจากนี้ วันเฉลิม ยังปรากฏชื่อร่วมกับผู้ลี้ภัยคนอื่นๆ ในฐานะที่เป็นผู้ต้องหาในคดีหมิ่นประมาทกษัตริย์ หรือ ม.112 จากที่ สำนักข่าวอิศรา อ้างข้อมูลจากหน่วยงานความมั่นคง เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 2558 

โดยหลังจากรัฐประหาร วันเฉลิม เคยถูกเรียกรายงานตัวตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ แต่เนื่องจากเจ้าตัวไม่มารายงานตัวเวลาต่อมา วันที่ 8 มิ.ย. 2557 จึงถูกออกหมายจับในฐานะบุคคลผู้ฝ่าฝืนไม่มารายงานตัวตามคำสั่ง คสช.

ขณะนี้โลกทวิตเตอร์แฮชแท็ก #saveวันเฉลิม ติดเทรนด์อันดับ 1 ประเทศไทย ณ เวลา 06.10 น. โดยส่วนใหญ่ขอให้วันเฉลิมปลอดภัย 

5-6-2563 6-04-24.jpg

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า จากกรณีรายงานของประชาไท ว่านายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ลี้ภัยชาวไทยที่ถูกอุ้มหายไปจากหน้าคอนโดที่พักเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 2563 ที่ผ่านมา ขณะเดินออกมาซื้ออาหารหน้าคอนโดนั้น 

สำหรับวันเฉลิม ก่อนหน้านี้เคยทำงานองค์กรพัฒนาเอกชนในประเด็นด้าน HIV และความหลากหลายทางเพศมาก่อน โดยหลังรัฐประหาร 2557 คณะรัฐประหารออกคำสั่งเรียกบุคคลมารายงานตัว โดยปรากฏชื่อของวันเฉลิมในลำดับที่ 25 ของคำสั่ง คสช. ที่ 44/2557 ออกเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2557 เขาถูกเรียกให้ไปรายงานตัวที่สโมสรทหารบกในวันที่ 3 มิ.ย. 2557 วันเฉลิมไม่ได้เข้ารายงานตัวตามคำสั่งดังกล่าว

ต่อมาเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 2557 พ.ท.บุรินทร์ ทองประไพ (ยศในขณะนั้น) ได้รับมอบอำนาจจาก คสช. ได้ไปขอศาลทหารในการออกหมายจับบุคคลผู้ฝ่าฝืนคำสั่งเรียกรายงานตัวของ คสช. ซึ่งมีวันเฉลิมเป็นหนึ่งในกลุ่มดังกล่าว ก่อนศาลทหารจะอนุมัติการออกหมายจับ

จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่าวันเฉลิมได้ถูกออกหมายจับในคดีข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 หรือไม่ แต่ในช่วงเดือน มิ.ย. 2558 สำนักข่าวอิศราเคยนำเสนอข้อมูลจากเอกสารของหน่วยงานความมั่นคงจากการติดตามผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 มีชื่อวันเฉลิมเป็น 1 ใน 14 ผู้ต้องหาที่หลบหนีอยู่ใน สปป.ลาว


ศาลยกฟ้อง คดีแชร์เพจ ‘กูต้องได้ 100 ล้านจากทักษิณแน่ๆ’

และเมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2563 ศาลยกฟ้องคดีแชร์ข้อความจากเพจ "กูต้องได้ 100 ล้านจากทักษิณแน่ๆ" เนื่องจากศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อความดังกล่าว กระทบภาพลักษณ์ คสช. เท่านั้น ไม่มีผลต่อความมั่นคงของประเทศ 

พนักงานอัยการฟ้องว่า เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2561 วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ได้นำข้อความเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์เฟซบุ๊ก ซึ่งเป็นข้อความอันเป็นเท็จ ข้อความว่า 

"ยาเสพติดระบาดหนักในหลายชุมชน จนท.ทหารหลายพื้นที่ ทำงานเป็นคนดูแลความสงบให้แก่พวกขายยา (กล่าวลอยๆ) โดยทำงานร่วมกับตำรวจท้องที่ ลองดูสิ เยอะจริงๆ ยกตัวอย่างแถวบ่อนไก่ก็ตำรวจ-ทหารเป็นหูเป็นตาให้ผู้ค้าเองด้วย ป.ป.ส.มาสืบเองก็คงมีข้อมูลแล้ว แต่ก็ไม่ทำอะไร ประชาชนในชุมชนอยู่กันอย่างหวาดระแวง ลักเล็กขโมยน้อยเกิดขึ้นประจำ นี่หรือคือยุคที่ คสช.อ้างว่าสงบสุข แต่ยาเสพติดกลับทะลักเข้ามาทำลายอนาคตของประเทศ

ทหารนอกแถวมีมากมาย แต่ควบคุมให้มีวินัยไม่ได้

เพราะ คสช.เองก็มีอำนาจด้วยวิธีการที่ผิดๆ และขาดวินัย

น่าสงสัยต่ออีก ใครปล่อยให้ยาเสพติดทะลักเข้ามา 

ประโยชน์ไปตกที่ใคร เงินไปไหน อืม"

ข้อความดังกล่าวทำให้ประชาชนทั่วไปคิดว่า การแพร่ระบาดของยาเสพติดเกิดขึ้นจากทหารตำรวจเป็นหูเป็นตาให้ยาเสพติด ซึ่งเป็นความเท็จ เนื่องจากทหารตำรวจมีหน้าที่ดูแลรักษาความสงบ ซึ่งไม่มีความเป็นไปได้ ประกอบกับยังไม่มีรายงาน ภายหลังวันเฉลิมหลบหนี

การที่เพจ "กูต้องได้ 100 ล้านจากทักษิณแน่ๆ" นำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์​ในข้อความดังกล่าว จึงเป็นการนำเสนอข้อมูลข่าวสารทั่วไป เป็นข่าวสารที่รับรู้อยู่ทั่วไป

โดยความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ 2550 มาตรา 14(2)(5) บทบัญญัติ​ดังกล่าว ผู้กระทำต้องรู้อยู่แล้วว่านำเข้าข้อความเท็จ แต่การนำสืบ ไม่ปรากฏว่าข้อมูลเป็นเท็จหรือไม่ อีกทั้งข้อความก็ไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย​ต่อความมั่นคงของประเทศ มีเพียง คสช. ได้รับความเสียหายเท่านั้น เป็นความเสียหายต่อภาพลักษณ์ ​คสช. ซึ่งไม่มีผลต่อความมั่นคงของประเทศ 

ดังนั้น จึงเป็นการนำเข้าข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยข้อมูลดังกล่าวไม่มีผลต่อความมั่นคงของประเทศ พยานหลักฐาน​ไม่มีน้ำหนัก พิพากษายกฟ้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง