ไม่พบผลการค้นหา
สืบเนื่องจากปกของมติชนสุดสัปดาห์ ปรากฏภาพ “หม่อมอุ๋ย-สมคิด” พร้อมคำถามใหญ่ #save คนดี... ?

เมื่อหวนคิดถึงทั้งผู้จากไป และใกล้จากไปแล้ว ชะตากรรมที่คล้ายกันเป็นที่ยิ่ง เข้าทำนอง “มาเพราะคำเชิญ ทว่าไปเพราะถูกขับแบบไม่ทันตั้งตัว” 

เข้าข่าย “ถูกขับจากเรือแป๊ะ” เรือโดยสารลำใหญ่ที่มีกติกากำกับอยู่ว่า “ลงเรือแป๊ะ ตามใจแป๊ะ”

“ไพบูลย์ นิติตะวัน” มือกฎหมาย พปชร. ประกาศชัดแล้วว่า 3 ก.ค. จะเป็นวันดีเดย์จัดประชุมใหญ่พรรคพลังประชารัฐ ในวันเดียวกันนั้นเองมีแนวโน้มว่า “ประวิตร วงษ์สุวรรณ” จะนั่งเป็น “หัวหน้าพรรค” คนใหม่ โดยมี “อนุชา นาคาศัย” นั่งตำแหน่ง “เลขาธิการพรรค” 

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ส่องศึกขัดแย้ง 'อนุชา-สนธิรัตน์'ลากยาวนับแต่เคาะ 'ครม.ประยุทธ์' หนแรก

ในโอกาสเดียวกันนี้จะมีการเปิดตำแหน่ง “รองหัวหน้าพรรค” เพิ่มเติมหลายอัตรา เพื่อรองรับทุกก๊กในพรรค ทว่าในโผ “กรรมการบริหารพรรค” ชุดใหม่ จะไร้ชื่อ “สี่กุมาร” ยกชุดหรือไม่ ยังคงต้องจับตา 

เหตุเพราะตลอดสัปดาห์ ยังคงมีกระแสเก็บ “สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์” ให้นั่งยังขุมทรัพย์ “กระทรวงพลังงาน” ท่ามกลางกระแสข่าวปรับแน่นอน ในตำแหน่ง “รองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ-กระทรวงการคลัง-กระทรวงอุดมศึกษา” 

ตาม “ปฏิทินการเมือง” ประเมินได้ว่า การปรับคณะรัฐมนตรี จะจบได้ภายในเดือนกรกฎาคม  

ไฮไลต์การปรับ ครม. หนนี้ หนีไม่พ้น การคงอยู่หรือการขับออกจาก “เรือแป๊ะ” ของ “ทีมสมคิด” อันประกอบด้วย 4 ตำแหน่งสำคัญ นั่นคือ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน, รัฐมนตรีกระทรวงอุดมศึกษาฯ 

ทุกตำแหน่งต่างถูกจับจองไว้เรียบร้อย โดยเฉพาะที่กระทรวงพลังงาน ซึ่ง “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” ได้ประกาศจองไว้ตั้งแต่คราวจัด “ครม.ประยุทธ์ 1” และหวังจะได้ดั่งใจในหนนี้ ท่ามกลางกระแสข่าวว่า “นายกฯ” อาจคง “สนธิรัตน์” ไว้ในตำแหน่ง

ในช่วงที่ “ทีมสมคิด” อยู่ระหว่างนับถอยหลัง ทำให้หวนนึกถึงชะตากรรมของ “หม่อมอุ๋ย” ม.ร.ว.ปรีดียาธร เทวกุล เมื่อคราวรัฐบาล คสช. ที่เผชิญกับการทำงานแบบ “แบ่งแยกแล้วปกครอง-จ้องจับผิด-ขับออกจากเรือแป๊ะ” 

ในคราวนั้น “หม่อมอุ๋ย” ถูกขับ ด้วยเหตุแห่งการมี “รองนายกฯ เงา ด้านเศรษฐกิจ” ที่ว่ากันว่า ทั้งบัญชาการ-จ้องจับผิด-ให้ข้อมูลต่อนายกรัฐมนตรี 

ทว่าในคราวนี้ การขับ “ทีมสมคิด” ออก ก็ด้วยเหตุแห่งก๊กในพรรค-ความไม่เกิดรูปธรรมในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ 

ย้อนไปเมื่อวันที่ปลด “หม่อมอุ๋ย” ออก มีกระแสข่าวว่า “นายกฯ” จะตั้ง “หม่อมอุ๋ย” เป็น “ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี” แต่ “หม่อมอุ๋ย” ปฏิเสธรับตำแหน่งทันที ด้วยเหตุผลไม่ชอบ “หลักการแบ่งแยกแล้วปกครอง” มีคน “นั่งตามจับผิดตลอดเวลา” 

บทสัมภาษณ์ชิ้นนี้ อธิบายถึงสภาพความขัดแย้ง ระหว่าง “ทีมเศรษฐกิจ ครม.” ที่นำทีมโดย “หม่อมอุ๋ย” กับ “ทีมเศรษฐกิจ คสช.” ที่นำทีมโดย “สมคิด” ได้ดี

“ก็ผมโดนมาแล้วไง ผมทำงานก็โดนนั่งตามจับผิดตลอดเวลา คนทำงานมันหมดแรง จึงไม่อยากให้นายสมคิดหมดแรง ให้เขาทำเต็มที่ สนับสนุนเต็มที่ ถ้าคนหนึ่งทำ คนหนึ่งเป็นที่ปรึกษาคอยตามจับอันไหนถูกอันไหนผิด ผมเคยโดนมาแล้วรู้สึก ก็ให้นายสมคิดได้ทำเต็มที่เลย ไม่ใช่ให้ผมมาเป็นที่ปรึกษาคอยตามงาน คนทำงานไม่มีความสุขหรอก หนังสือพิมพ์ตามงานก็เหนื่อยพออยู่แล้ว เข้าใจไหม เพราะฉะนั้นไม่ควรมีที่ปรึกษาเข้าไปตามจ้องจับเขา ต้องให้เขาทำเต็มที่ ผมสนับสนุนเต็มที่แน่นอน อะไรไม่ดีแอบเตือนกันได้ วิธีการที่คอยมาตามงาน แล้วจี้คอยบอกว่าผิดหรือถูก มันน่ารำคาญ อันนี้เป็นอุปสรรคในการทำงาน อย่าไปหาใครมาคอยคานอำนาจ หรือหาใครมาคอยตามผลงาน จะให้ใครทำงานต้องให้เขามีความสุข อย่าไปใช้หลักแบ่งแยกแล้วปกครอง เข้าใจนะเรียนหนังสือมารึเปล่าหลักรัฐศาสตร์”

ให้หลังถูกปรับออกจาก ครม. แล้ว เมื่อการเลือกตั้งใกล้เข้ามาถึง “หม่อมอุ๋ย” โยนระเบิดลูกใหญ่สู่ขบวนรถไฟสายสืบทอดอำนาจ ด้วยการเปิดโปงการนำของ “ประยุทธ์” ในหลายเรื่อง อ่านต่อได้ที่ : ระเบิดจากหม่อมอุ๋ย สู่ขบวนรถไฟสายสืบทอดอำนาจ ยิงตรง 'ตู่-ป้อม-เฮียกวง'

ขนานไปกับกระแสข่าวปรับ “ทีมสมคิด” ออก มีความชัดเจนขึ้นเป็นลำดับ เริ่มจากการเขย่าตำแหน่ง “หัวหน้าพรรค-เลขาพรรค” ไปจนถึงเขย่า “ครม.” 

ในห้วงนี้ สังคมไทยได้ยินเสียงของ “สมคิด” ทั้งเสียงบ่น “เบื่อ” และเสียงทวงที่ยืนให้ “คนดีสี่กุมาร” ซึ่งเป็นเสียงที่ไม่ได้ยินบ่อยนักจาก “สมคิด” ตลอดการดำรงอยู่ในตำแหน่ง 

"ข่าวอะไรก็แล้วแต่ไม่ว่าใครจะพูดอะไร จริงเท็จหรือเปล่าก็ไม่รู้ ถ้าเราเสนอให้น้อยหน่อยในสิ่งที่ไม่สร้างสรรค์มันก็จะช่วยกันเมืองได้ใช่หรือไม่ คนดีๆ เราต้องการให้เข้ามาอยู่ในเมืองไทยเข้ามาให้ช่วยทำงานการเมืองใช่หรือไม่ เราเห็นตั้งแต่วันแรกแล้วรัฐมนตรีอย่างเช่นกอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คนดี คนเก่ง ซื่อสัตย์สุจริตเขาก็อยู่การเมืองไม่ได้ แล้วถ้าทยอยไปทีละคนใครจะทำงานใช่ไหม พวกเขาไม่ได้เดือดร้อน คนอื่นต่างหากที่จะเดือดร้อน”

ในสนามการเมืองจริง-การปรับคณะรัฐมนตรี หนนี้ ต่างไปจากโจทย์เมื่อคราวยังเป็น “รัฐบาล คสช.”

ในห้วงนั้น ตัว “นายกฯ” ไม่ต้องใส่ใจกับ “ก๊กในพรรค” ซึ่งสัมพันธ์กับ “เก้าอี้ใน ครม.” 

ไม่ต้องสนใจกับฐานความนิยมชมชอบของประชาชน 

แต่เมื่อก้าวมาเป็นรัฐบาลโดยผ่านการเลือกตั้งแล้ว ของที่เคยไม่ต้องใส่ใจ ก็จำต้องใส่ใจ โดยเฉพาะการปันท่อน้ำเลี้ยง-กระจายผลประโยชน์-สร้างสมดุลการเมือง

เป็นที่มาให้โจทย์เรื่อง “คนดี” ไม่อยู่ใน “เงื่อนไข” การปรับ ครม. หนนี้ ไม่เช่นนั้นคนมีประวัติสีเทา คงไม่ได้ยืนหยัดใน ครม. ยืนยาวจนบัดนี้ แถมจะก้าวเป็น “รองหน้าพรรค” แล้วด้วย ในเร็ววันนี้ 

เหตุสำคัญแห่งการปรับ “ทีมสมคิด” ออก ยังไม่ใช่แค่เรื่องก๊กในพรรคหรือแรงสนับสนุนในพรรคไม่มากพอ แต่เป็นเรื่อง “ฝีมือ” การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งเวลาเกือบ 5 ปี 2 รัฐบาล (นับแต่ สิงหาคม 2558) สะท้อนแล้วว่า “ล้มเหลว” 

แม้ที่ผ่านมารัฐบาลจะอ้างตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจหลายชุด รวมถึงบริบททางเศรษฐกิจในระดับโลก 

ทว่าที่ประชาชนรู้สึกได้อยู่เสมอคือ “ความเหลื่อมล้ำเพิ่มขึ้น-เงินในกระเป๋าน้อยลง-ความเป็นอยู่ที่ดีหายไป” 

สอดรับกับตัวเลขผลสำรวจทุกชุดที่ทำกันมาตลอด 2 รัฐบาล ซึ่งให้คำตอบชัดว่า “พี่น้องประชาชนกำลังเดือดร้อนหนัก เพราะเศรษฐกิจแย่”

ลำพังอ้างกันเรื่อง “คนดี-มีฝีมือ” จึงยังไม่พอค้ำจุนให้ดำรงอยู่ในอำนาจต่อไป!!

“วิษณุ เครืองาม” เนติบริกร เขียนเล่าถึงสำนวน “เรือแป๊ะ” ไว้ในหนังสือ “ลงเรือแป๊ะ” ไว้อย่างสนุกสนาน น่ารับฟัง 

“เป็นอันว่า เมื่อรักจะลงเรือแป๊ะก็ต้องตามใจแป๊ะ อำนาจต่อรองอยู่ที่แป๊ะ..ผู้โดยสารนั่งให้ดี มือไม่พายอย่าเอาเท้าราน้ำ และว่าไงก็ควรว่าตามกัน อย่าแตกกัน แตกคอ แตกกลุ่ม” (หน้า 18-19)

 “ขุนวิจิตรมาตรานักเขียนเรื่องเก่าๆ ผู้โด่งดังใช้นามปากกาว่า กาญจนาคพันธ์ุ เคยเขียนไว้ในหนังสือเรื่อง สำนวนไทย สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น พิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2543... อธิบายว่า “ลงเรือแป๊ะ ตามใจแป๊ะ” แปลว่า “อยู่ร่วมกับเขา ไปกับเขา อาศัยเขาก็ต้องยอมตามเขา ไม่ขัดขืน เขาจะให้เป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น” 

หากปฏิบัติตัวไม่เข้าเค้าความหมายนี้ ก็อาจถูกขับพ้นเรือแป๊ะจนได้ เหมือนที่ “หม่อมอุ๋ย” เจอมาแล้ว.


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :


วยาส
14Article
0Video
63Blog