ไม่พบผลการค้นหา
'CEO Insight' ซีรีส์พิเศษจาก VoiceOnline เอพิโสดนี้ 'โจ้ ชลวิศว์' พาไปฟังมุมมอง 'แจ็ค โธมัส' ผู้ก่อตั้งและ CEO ของฟิตเนสสตูดิโอที่กำลังมาแรงอย่าง BASE Bangkok เจ้าของรางวัล Asia's Gym Of The Year 2018 กับแนวคิดการพาทีมให้รอด เพื่อสานต่อธุรกิจในยุคโควิด-19

ทุกอย่างเปลี่ยนเร็วมาก เปลี่ยนแบบรายวัน รายชั่วโมง

แจ็ค โธมัส ผู้ก่อตั้งและ CEO ของฟิตเนสสตูดิโอ BASE Bangkok เล่าว่าช่วงเริ่มต้นของการระบาดของโควิด-19 เป็นช่วงที่หนักหนาสาหัสมาก เขาจำได้ว่าได้มีการพูดคุยกับผู้ให้เช่าพื้นที่ 1 สัปดาห์ก่อนการประกาศปิด มีการถามไถ่กันว่าทุกอย่างโอเคไหม ต้องการให้ทางผู้ให้เช่าช่วยเหลืออะไรหรือเปล่า ซึ่งตอนนั้นแจ็คตอบไปว่าทุกอย่างยังสามารถดำเนินการได้ตามปกติ แต่ถ้ามีปัญหาอะไรจะรีบแจ้งทันที อย่างไรก็ตามเพียงหนึ่งสัปดาห์ต่อมา BASE ก็ถูกสั่งปิดทันที

"มันเกิดขึ้นเรามาก แทบไม่น่าเชื่อ ทุกอย่างเปลี่ยนเร็วมาก เปลี่ยนแบบรายวัน รายชั่วโมง วันที่ถูกสั่งปิดก็มีข้อมูลเยอะมากว่าฟิตเนสแต่ละประเภทถูกสั่งปิด ซึ่งไม่แน่ใจว่ารวมเราด้วยไหม จนกระทั่งเวลา 2 ทุ่ม เราถึงแน่ใจว่า BASE ก็ต้องถูกปิดด้วย เป็นช่วงที่ยากมากๆ"

BASE Bangkok
  • 'แจ็ค โธมัส' ผู้ก่อตั้งและ CEO ของฟิตเนสสตูดิโอ BASE Bangkok

เตรียมแผนรับมือ 'สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด' คือสิ่งที่ต้องทำทันที

เจ้าของธุรกิจ BASE เล่าว่า ความไม่แน่นอนทั้งหมดทำให้ทีมงานของ BASE ทุกคนไม่รู้ว่าจะต้องปิดทำการยาวนานแค่ไหน เพราะการที่รัฐบาลไทยบอกว่าต้องปิด 14 วัน แต่ทางทีมรู้ดีว่าต้องนานกว่านั้นแน่นอน คืออาจต้องปิดยาวนานถึง 3 เดือน

"สิ่งที่เราทำทันทีในวันต่อมาเลยก็คือวางแผนล่วงหน้าไปเลย 6 เดือนเต็ม เราคุยกันว่า ต้องทำอะไรบ้างเพื่อให้ทีมไปต่อได้ ธุรกิจไปต่อได้ และจะทำอย่างไรให้บริษัทผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้แบบที่ยังเป็นบริษัทอยู่ และหวังว่าอาจจะเป็นบริษัทที่แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ ถ้าเราตัดสินใจถูก"

"ผมเห็นหลายธุรกิจหยุดนิ่งเหมือนเป็นอัมพาตไปเลย พวกเขาคิดว่าอีกตั้ง 14 วัน เดี๋ยวค่อยคิด แต่ปัญหาคือจาก 14 วันกลายมาเป็น 45 วัน และ 90 วัน แต่ยังไม่ได้ทำอะไรเลย ผมคิดว่าควรเตรียมการเผื่อสิ่งที่แย่ที่สุดไว้เลย อะไรดีกว่านั้นถ้าเกิดขึ้นถือเป็นกำไร ผมว่านั่นคือวิธีคิดที่ดีมาก ถ้าจะยึดตาม 14 วันที่รัฐบอก สุดท้ายอะไรๆก็จะแย่ลง"

BASE Bangkok
  • กี้ ชนากานต์ เลอไกรสิทธิ์ Marketing Executive ผู้ดูแลด้านการตลาดและยังเป็นเทรนเนอร์ด้วย

'BASE Anywhere' ช่วยต่อชีวิต

แม้ที่ผ่านมา ผู้บริหารและทีมงานของ BASE จะเริ่มคุยกันเรื่องการเปิดคลาสออนไลน์ แต่ยังไม่มีโอกาสได้เปิดตัวและเริ่มต้นทำอย่างจริงจัง เมื่อสถานการณ์บังคับการเริ่มต้นเปิดคลาสออนไลน์จึงเกิดขึ้นแทบจะในทันที ซึ่งแจ็คบอกว่านี่คือสิ่งที่ทำให้ BASE ยังพอจะสามารถหารายได้มารันธุรกิจในช่วงที่ต้องปิดตามมาตรการของภาครัฐ

"เราเตรียมการสอนออนไลน์มาสักพักแล้ว แต่ยังไม่ได้ลงมือจริงจัง คืนเดียวหลังจากที่คุยกันเราเริ่มสอนออนไลน์แบบตัวต่อตัวทันที ผ่าน ZOOM ผ่าน Skype และเริ่มมีคนสนใจเรียนมากขึ้น จากนั้นเราก็คิดว่าอยากสอนออนไลน์แบบเป็นกลุ่ม ซึ่งเรียกว่า BASE Anywhere เราใช้เวลาเตรียมการ 2 สัปดาห์ก่อนเปิดตัว คุณสามารถออกกำลังกายที่ไหนก็ได้ มันก็เป็นวิธีที่ดีมากเพราะเราสามารถหารายได้ได้บ้าง เราสามารถจ่ายเงินเดือนพนักงานต่อได้ และสร้างโมเดลธุรกิจที่แข็งแกร่งขึ้น และที่สำคัญเราสามารถช่วยสมาชิก BASE ทุกคนฟิตร่างกายต่อได้"

แจ็คคือผู้บริหารที่เข้าใจทั้งเรื่องของการทำธุรกิจและการดูแลบุคลากรในองค์กรอย่างดีเยี่ยม เขาเล่าว่าเขาต้องการให้ทีมงานเกือบ 50 คนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เพื่อที่พวกเขาจะได้อยู่รอด เพราะพนักงานคือความสำคัญอันดับหนึ่งของ BASE ถัดมาคือลูกค้า ซึ่งเบสต้องการที่จะให้ลูกค้าทุกคนมีร่างกายที่ฟิตและสุขภาพดีในยามล็อกดาวน์ นั่นเลยเป็นที่มาของ BASE Anywhere

"เราคิดว่าถ้าเราดูแลทีมงานได้ เราก็จะสามารถดูแลลูกค้าได้ และธุรกิจมันก็จะอยู่รอดไปด้วย"

คิดอย่างไรกับการทำงานของรัฐบาล

แจ็คกล่าวว่าเขารู้สึกว่าไทยคือหนึ่งในที่ที่ปลอดภัยที่สุดในโลกแล้วตอนนี้ ด้วยการไม่มีจำนวนผู้ติดเชื้อภายในประเทศอย่างยาวนาน

"ก็ต้องขอชื่นชมรัฐบาลในการจัดการกับเรื่องนี้ ผมว่าสิ่งที่จะดีต่อภาคธุรกิจก็คือการที่เราได้รับข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เราจะได้รู้ว่าเราควรต้องทำอะไร และจะทำได้เมื่อใดบ้าง ผมว่านั่นคือปัญหาที่รัฐบาลทั่วโลกก็กำลังเผชิญ การให้ข้อมูลอย่างต่อเนื่องสำคัญมาก แต่นั่นก็ยากมากสำหรับพวกเขา เพราะเกิดการเปลี่ยนแปลงตลอด มีข้อมูลใหม่ๆมาตลอด"

BASE Bangkok

BASE ก่อตั้งเมื่อ 4 ปีที่แล้ว แต่แจ็คมาใช้ชีวิตที่ไทย 15 ปีแล้ว

"จริงๆผมอยู่ในไทยมา 15 ปีแล้ว ท่องเที่ยวก่อน แล้วมาเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ แล้วก็ทำธุรกิจส่งออกเสื้อผ้าร่วมกับเพื่อนกลุ่มเล็กๆที่อังกฤษ 10 ปีที่แล้วก็ขายไม่ค่อยดี เลยเข้ามาสู่วงการฟิตเนส จากที่เคยเป็นเจ้าของธุรกิจ ก็เปลี่ยนมาเป็นโค้ช ทำงานให้กับคนอื่น ก็ถือว่าดีมาก ได้ประสบการณ์มากมาย ผมรักวงการนี้และมองเห็นโอกาส จากเป็นโค้ช ผมก็ขึ้นมาเป็นผู้จัดการ ก่อนจะเป็น MD และสุดท้ายก็พร้อมที่จะสร้างธุรกิจของตัวเอง ผมว่าประเทศไทยคือที่ที่ดีที่จะสร้างธุรกิจ เป็นมิตรและเปิดกว้างให้คนอย่างผมเข้ามาทำงาน

อย่างไรก็ตาม การทำธุรกิจฟิตเนสในไทยไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีคู่แข่งเยอะมากอยู่แล้ว แจ็คเล่าว่าช่วงเวลา 6 เดือนแรกคือช่วงที่ลำบากมากที่สุด เพราะแม้ว่าตัวเขาเองจะมีพื้นฐานสามารถบริหารธุรกิจฟิตเนสได้ แต่การสร้างธุรกิจฟิตเนสขึ้นมาแล้วให้ประสบความสำเร็จนั้นคือคนละเรื่องกันเลย

"เรารู้ว่าเราได้สร้างธุรกิจที่ดีและพิเศษมากขึ้นมา แต่เราไม่รู้ว่าต้องเรียกลูกค้าอย่างไร เราไม่ค่อยถนัดเรื่องการตลาด เราทำกันเองภายใน ซึ่ง 6 เดือนแรกก็ทำให้เราเรียนรู้อะไรขึ้นเยอะ เดือนมกราคมแรกของเราคือเดือนที่ยิ่งใหญ่มาก เรารู้เรื่องการตลาดมากขึ้น ธุรกิจเริ่มไปได้สวย มีลูกค้าสนใจเข้ามาสมัครมากขึ้นจากการโปรโมตออนไลน์

ตอนนั้นก็เริ่มคิดว่า คอนเส็ปต์ที่เรามีเริ่มทำให้ผู้คนสนใจได้มากขึ้น ผมรู้สึกว่าเรามีการเทรนด์ที่ดีเยี่ยมตั้งแต่วันแรก แต่ปัญหาคือยังไม่มีคนรู้จักเราในช่วงแรก เราทำงานหนักกันมากในแต่ละปีที่จะต้องพัฒนาเรื่องการตลาดให้ดีขึ้น"

แม้จะมีผลิตภัณฑ์ที่ดี แต่ถ้าไม่มีการนำเสนอที่ถูกต้อง ก็ไม่มีทางที่คนจะรู้จัก และก็คงไม่มีคนเข้ามาลองใช้สินค้าหรือบริการของคุณ


BASE Bangkok

BASE คือตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมสำหรับการสร้างธุรกิจที่ตอบโจทย์ลูกค้า เรียนรู้ว่าอะไรคือจุดด้อยของตัวเอง และเดินหน้าพัฒนาอยู่ตลอดเวลา แนวคิดที่ดีของผู้บริหารคือสิ่งสำคัญที่จะพาองค์กรให้อยู่รอดโดยเฉพาะในยามที่เกิดวิกฤตจริงๆครับ

ใครสนใจอยากออกกำลังกายแบบสนุกและได้ออกกำลังกายแบบจริงจัง สามารถเข้าไปสอบถามได้ที่ BASEBangkok.com หรือที่เฟซบุ๊กเพจ www.facebook.com/basebangkok/ ได้เลยครับ