ไม่พบผลการค้นหา
อิบราฮิม ไรซี ประธานาธิบดีอิหร่าน ประณามการโจมตีฉนวนกาซาโดยอิสราเอล ในขณะที่เขาเข้าพบกับ วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เพื่อการหารือกันในกรุงมอสโก ระหว่างช่วงวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (7 ธ.ค.) หลังจากความพยายามของปูตินในการสร้างภาพการเป็นตัวกลาง ในการเจรจาระหว่างวิกฤตอิสราเอล-ฮามาส และการเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ก่อนหน้านี้

ปูตินแสดงความเห็นว่าสงครามระหว่างอิสราเอลกับฮามาสในฉนวนกาซา ถือเป็นความล้มเหลวในทางการทูตของสหรัฐฯ และเสนอแนะว่ารัสเซียอาจเป็นตัวกลางในความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ ที่ยืดเยื้อมาเป็นเวลานานกว่าหลายทศวรรษ โดยระหว่างการต้อนรับไรซี ปูตินระบุว่าการพูดคุยถึงสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางนั้นเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะประเด็นดินแดนปาเลสไตน์

ไรซีตอบกลับปูตินระหว่างการพูดคุยว่า “สิ่งที่เกิดขึ้นในปาเลสไตน์และฉนวนกาซา แน่นอนว่าเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ… มันไม่ใช่แค่ปัญหาในระดับภูมิภาคเท่านั้น แต่ยังเป็นปัญหาสำหรับมนุษยชาติทั้งหมด” ประธานาธิบดีอิหร่านกล่าวกับประธานาธิบดีรัสเซีย พร้อมระบุเสริมว่า “มันมีความจำเป็นที่จะต้องหาวิธีแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว”

อิหร่านเป็นผู้ให้การสนับสนุนกลุ่มฮามาสปาเลสไตน์ซึ่งปกครองฉนวนกาซา ในขณะที่รัสเซียมีความสัมพันธ์กับชาติผู้เล่นหลักๆ ทั้งหมดในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงกลุ่มฮามาสและอิสราเอล ซึ่งทางอิสราเอลเองแสดงความไม่พอใจต่อรัสเซีย หลังจากรัสเซียเป็นเจ้าภาพต้อนรับการเดินทางเยือนประเทศของคณะผู้แทนกลุ่มฮามาสในกรุงมอสโก เมื่อช่วงเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา

นักวิเคราะห์บางรายระบุว่าความขัดแย้งในฉนวนกาซาส่งผลดีต่อรัสเซีย เนื่องจากสงครามอิสราเอล-ฮามาสได้หันเหความสนใจของโลกไปจากสงครามในยูเครน และส่งผลให้รัสเซียสามารถปรับสถานะเข้ากับประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ ผ่านการแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับชาวปาเลสไตน์

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (6 ธ.ค.) ปูตินได้เดินทางเยือนภูมิภาคตะวันออกกลางซึ่งเกิดขึ้นได้ยาก เป็นเวลา 1 วันไปยังซาอุดีอาระเบีย หลังจากเดินทางระยะสั้นไปยังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทั้งนี้ การเดินทางไปเยือนภูมิภาคตะวันออกกลางของปูติน ถือเป็นการเดินทางเยือนภูมิภาคนี้เป็นครั้งแรกของประธานาธิบดีรัสเซีย นับตั้งแต่เดือน ก.ค. 2565 ซึ่งในครั้งนั้นปูตินได้เข้าพบกับ อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านด้วย

ประธานาธิบดีรัสเซียเดินทางไปต่างประเทศไม่กี่ครั้ง หลังจากที่ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ออกหมายจับต่อเขาเมื่อเดือน มี.ค. ด้วยข้อกล่าวหาว่าปูตินสั่งให้มีการลักพาตัวเด็กชาวยูเครนเข้ามายังรัสเซีย

เช่นเดียวกับเกาหลีเหนือซึ่ง คิมจองอึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ ได้จัดการประชุมสุดยอดกับปูตินในพื้นที่ตะวันออกไกลของรัสเซีย เมื่อช่วงเดือน ก.ย. อิหร่านนับเป็นศัตรูของสหรัฐฯ และมีศักยภาพที่จะจัดหายุทโธปกรณ์ทางทหารให้แก่รัสเซีย เพื่อการทำสงครามในยูเครน ทั้งนี้ มีรายงานว่ารัสเซียได้ใช้โดรนของอิหร่านในการทำสงครามที่ยูเครนอย่างเป็นวงกว้าง

สหรัฐฯ ได้ออกมาแสดงความวิตกอย่างมากเกี่ยวกับความร่วมมือทางทหารที่เพิ่มขึ้นระหว่างรัสเซียกับอิหร่าน และสหรัฐฯ ได้กล่าวเตือนว่าอิหร่านอาจกำลังเตรียมจัดหาขีปนาวุธนำวิถีขั้นสูงแก่รัสเซีย เพื่อใช้ทำสงครามในยูเครน

เมื่อเดือนที่แล้ว สำนักประธานาธิบดีรัสเซียกล่าวว่า รัสเซียและอิหร่านกำลังพัฒนาความสัมพันธ์ของพวกเขา “รวมถึงในด้านความร่วมมือด้านเทคนิคการทหารด้วย” อย่างไรก็ดี สำนักประธานาธิบดีรัสเซียปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมในประเด็นดังกล่าว ว่าความร่วมมือด้านเทคนิคการทหารกับอิหร่านมีขอบเขตเพียงใด


ที่มา:

https://www.aljazeera.com/news/2023/12/7/irans-raisi-says-genocide-under-way-in-gaza-as-he-meets-russias-putin?fbclid=IwAR1-4xwtuNVxe4Eyc8yOW4Q5Z3zYVLTcKUySyzck9Czb7mTJQJW0VgMbU_A