ไม่พบผลการค้นหา
ขสมก.เตรียมจัดเดินรถโดยสาร 2,866 คัน ขยายเวลาเดินรถในเส้นทางที่วิ่งผ่านสถานที่จัดงานวันลอยกระทง ออกไปอีก 1 ชั่วโมง อำนวยความสะดวก ปลอดภัย สร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่จะเดินทางไปเที่ยวงานวันลอยกระทง ประจำปี 2563 ในวันที่ 31 ต.ค. 2563

สุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 31 ต.ค. 2563 ตรงกับวันลอยกระทงประจำปี 2563 ซึ่งหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น ไอคอนสยาม, เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์, สะพานพระราม 8, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน, มหาวิทยาลัยรามคำแหง หัวหมาก และสวนสาธารณะ 30 แห่งในกรุงเทพฯ เป็นต้น ได้จัดงานลอยกระทง เพื่อสืบสานประเพณีไทย ขสมก.จึงเตรียมจัดเดินรถโดยสาร จำนวน 2,866 คัน รวม 22,474 เที่ยว พร้อมขยายเวลาเดินรถในเส้นทางที่วิ่งผ่านสถานที่จัดงานวันลอยกระทง ประจำปี 2563 ออกไปอีก 1 ชั่วโมง เพื่ออำนวยความสะดวก ปลอดภัยสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่จะเดินทางไปเที่ยวงานดังกล่าว 

มาตรการความปลอดภัย

ด้านพนักงานประจำรถ 

1.กำกับดูแลพนักงานขับรถโดยสารให้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด รวมทั้งให้พนักงานเก็บค่าโดยสาร คอยดูแลการขึ้น-ลงของผู้ใช้บริการอย่างใกล้ชิด ให้บริการด้วยความสุภาพเรียบร้อย

2.ตรวจวัดแอลกอฮอล์ ความดันโลหิต และอุณหภูมิร่างกายของพนักงานขับรถ และพนักงานเก็บค่าโดยสารทุกครั้ง ก่อนขึ้นปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสาร พร้อมทั้งกำชับพนักงานขับรถและพนักงานเก็บค่าโดยสาร สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง ขณะปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสาร

3.ให้พนักงานขับรถตรวจสอบความพร้อมของรถโดยสาร และอุปกรณ์ส่วนควบ ก่อนนำรถออกให้บริการ ประสานผู้รับเหมาซ่อมรถ ตรวจเช็คสภาพรถโดยสาร และซ่อมบำรุงรักษารถ ให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดี ตามมาตรฐานคุณภาพบริการ ISO 9001 : 2015

4. จัดพนักงานนายตรวจ และเจ้าหน้าที่สายตรวจพิเศษประจำจุด ณ ป้ายหยุดรถโดยสาร บริเวณสถานที่จัดงานวันลอยกระทงที่สำคัญ ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจร และดูแลการขึ้น-ลงรถของผู้ใช้บริการ  

ด้านรถโดยสารประจำทาง   

1.เพิ่มความถี่ในการล้างทำความสะอาดระบบปรับอากาศ และผ้าม่านบนรถโดยสาร

2.ใช้ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ 70% ฉีดพ่นทำความสะอาด ภายใน รถโดยสาร และใช้ผลิตภัณฑ์ ดังกล่าว เช็ดทำความสะอาดอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ผู้ใช้บริการต้องสัมผัส เช่น เบาะที่นั่ง ราวจับ กริ่งสัญญาณ เป็นต้น พร้อมทั้งติดตั้งขวด เจลแอลกอฮอล์ สำหรับให้ผู้ใช้บริการล้างมือ บริเวณประตูทางขึ้น

3.ติดตั้ง QR Code แอปพลิเคชันไทยชนะ บริเวณหลังเบาะที่นั่ง และบริเวณผนังด้านข้าง ภายในรถโดยสาร สำหรับให้ผู้ใช้บริการสแกนผ่านโทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟน เพื่อเก็บข้อมูลการเดินทาง กรณีตรวจพบผู้ติดเชื้อใช้บริการรถโดยสารคันเดียว และเวลาเดียวกันกับผู้ใช้บริการ จะมีการแจ้งเตือน ผ่านระบบ SMS ว่าผู้ใช้บริการ มีความเสี่ยงให้รีบไปพบแพทย์

ด้านผู้ใช้บริการ

1.ผู้ใช้บริการจะต้องสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง ขณะใช้บริการรถโดยสาร

2.เพื่อประโยชน์ของผู้ใช้บริการ ควรสแกน QR Code แอปพลิเคชันไทยชนะ บนรถโดยสาร เพื่อเช็คอินเมื่อขึ้นรถ และเช็คเอาท์ก่อนลงจากรถ สำหรับผู้ถือบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ของ ขสมก.ทุกประเภท ควรลงทะเบียนบัตรที่ www.bmta.co.th เพื่อให้บัตรดังกล่าว สามารถเช็คอิน - เช็คเอาท์โดยอัตโนมัติ เมื่อนำบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ มาแตะที่เครื่อง EDC เพื่อชำระค่าโดยสาร

3.ผู้ใช้บริการสามารถนั่งได้ทุกเบาะที่นั่ง และควรปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม โดยยืนห่างกันอย่างน้อย 30 เซนติเมตร 

4.ผู้ใช้บริการจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของพนักงานเก็บค่าโดยสาร นายตรวจ และเจ้าหน้าที่สายตรวจพิเศษอย่างเคร่งครัด