นายวีระพงษ์ ประภา ผู้แทนการค้าไทย ได้หารือร่วมกับ Ms. Paulina Dejmek, Head of Cabinet for Ms. Jessika Roswall กรรมาธิการด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจหมุนเวียนแห่งสหภาพยุโรป เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2568 ณ สำนักงานใหญ่คณะกรรมาธิการยุโรป กรุงบรัสเซลส์ เพื่อให้ข้อมูลพัฒนาการของไทยในการปรับตัว ลดความเสี่ยงและผลกระทบจากกฎระเบียบว่าด้วยสินค้าที่ปราศจากการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป (EU Deforestation Regulation: EUDR) และโอกาสในการต่อยอดความร่วมมือเพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้แก่ผู้ประกอบการของไทย โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อย และกลุ่ม SMEs ในการเตรียมความพร้อมรับมือผลกระทบจากกฎระเบียบ EUDR ของสหภาพยุโรป
ในการหารือครั้งนี้ นายวีระพงษ์ฯ เน้นย้ำความมุ่งมั่นของไทยในการเป็นหุ้นส่วนด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนและการรักษาสิ่งแวดล้อมร่วมกับสหภาพยุโรป โดยถึงแม้กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมของสหภาพยุโรปจะถือว่ามีมาตรฐานที่สูง แต่ก็เป็นโอกาสของภาคเอกชนและอุตสาหกรรมของไทยในการยกระดับและพัฒนาศักยภาพให้สูงขึ้นเทียบเท่ามาตรฐานยุโรปได้ ในโอกาสนี้ ผู้แทนการค้าไทยได้แบ่งปันข้อคิดเห็นจากภาคอุตสาหกรรมของไทยเกี่ยวกับความท้าทายในการปรับตัวของกลุ่มอุตสาหกรรมการเกษตรและภาคการผลิต พร้อมเน้นย้ำว่า รัฐบาลไทยทำงานร่วมกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด โดยนอกจากมีการตั้งคณะกรรมการระดับชาติเพื่อแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรที่ได้รับผลกระทบภายใต้กฎระเบียบ EUDR แล้ว ยังมีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างผู้แทนการค้าไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการดำเนินการในด้านต่าง ๆ ประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน ตลอดจนติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับการปรับตัวของภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมของไทยให้สอดคล้องกับกฎระเบียบ EUDR โดยไทยประสงค์เรียนรู้และร่วมมือกับสหภาพยุโรปในการปฏิบัติตามกฎระเบียบและมาตรฐานดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมกลายเป็นอุปสรรคในทางการค้าระหว่างกัน
นายวีระพงษ์ฯ ได้กล่าวเสริมถึงพัฒนาการที่ดีของกลุ่มอุตสาหกรรมยางพารา นำโดยการยางแห่งประเทศไทยในการยกระดับห่วงโซ่อุปทานให้มีความพร้อมในการจัดการระบบข้อมูลเกษตรกรชาวสวนยาง การพัฒนาระบบการแสดงข้อมูลการตรวจสอบย้อนกลับตามมาตรการ EUDR ทำให้ยางพาราจากประเทศไทยได้รับความเชื่อมั่นจากอุตสาหกรรมยางทั้งระบบ ซึ่งไทยจะพิจารณานำโมเดลความสำเร็จของอุตสาหกรรมยางพารามาใช้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น น้ำมันปาล์ม และไม้แปรรูป นอกจากนี้ ไทยยังพร้อมที่จะร่วมแบ่งปันแนวปฏิบัติที่ดีจากอุตสาหกรรมยางพาราให้กับมิตรประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย
ด้าน Ms. Paulina Dejmek รู้สึกดีใจที่ไทยเข้าใจถึงเจตนารมณ์ของ EUDR และเห็นความสำคัญของกฎระเบียบดังกล่าว พร้อมทั้งยืนยันว่าสหภาพยุโรปยินดีทำงานร่วมกับไทยในการส่งเสริมห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน โดยเฉพาะการให้การสนับสนุนด้านเทคนิคแก่ผู้ประกอบการ SMEs และเกษตรกรรายย่อยที่อาจเผชิญข้อจำกัดในการปรับตัว นอกจากนี้ สหภาพยุโรปยินดีและพร้อมรับฟังข้อกังวลจากภาคอุตสาหกรรมไทยเพื่อนำไปพิจารณาประกอบการให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิคต่อไป
ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่าถึงแม้การปรับตัวในระยะแรกอาจมีความท้าทาย แต่ก็ถือเป็นโอกาสสำคัญของไทยในการพัฒนาให้สอดคล้องกับกฎระเบียบสากล โดยเฉพาะกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมและการรับมือกับภาวะโลกร้อน เช่น EUDR และ CBAM ซึ่งสะท้อนถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมของไทยในเวทีการค้าระหว่างประเทศ