วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่รับฟังปัญหาการขาดแคลนน้ำและความจำเป็นของโครงการเพิ่มปริมาณน้ำในเขื่อนภูมิพล ลุ่มน้ำปิงตอนล่าง - เจ้าพระยาตอนบน เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมฝายทดน้ำปิงส่วนที่ผันเข้าสู่คลองหนองขวัญ โดยมี นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ตำบลวังแขม อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร
นายสรวุฒิ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการแก้ปัญหาเรื่องขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรในพื้นที่ลุ่มน้ำปิงตอนล่าง - เจ้าพระยาตอนบนอย่างยั่งยืน โดยมีการผลักดันโครงการเพิ่มปริมาณน้ำในเขื่อนภูมิพลอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันโครงการฯ อยู่ในขั้นตอนการขออนุมัติผ่อนผันลุ่มน้ำชั้นที่ 1A และมีแผนการพัฒนาการบริหารจัดการน้ำท้ายเขื่อนภูมิพล โดยพัฒนาอาคารบังคับน้ำในแม่น้ำปิง 15 โครงการ ซึ่งมีพื้นที่ได้รับประโยชน์ 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดตาก จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดพิจิตร และจังหวัดนครสวรรค์ ปัจจุบันกำลังดำเนินการก่อสร้างฝายพับได้ 1 แห่ง และฝายกึ่งถาวร 1 แห่ง และมีแผนดำเนินการก่อสร้างฝายกึ่งถาวร 6 แห่ง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนการขาดแคลนน้ำของเกษตรกรในพื้นที่ อีกทั้งมีแผนแนวทางการแก้ไขปัญหา เช่น การส่งน้ำผ่านคลองวังยาง สาย1R-MC และติดตั้งเครื่องสูบน้ำที่สนับสนุนโดยสำนักเครื่องจักรกลส่งน้ำรวม 7 ลบ.ม./วินาที เข้าไปยังพื้นที่การเกษตรในฤดูแล้งในทุกๆ ปี เป็นต้น
สำหรับโครงการเพิ่มปริมาณน้ำในเขื่อนภูมิพล ลุ่มน้ำปิงตอนล่าง – เจ้าพระยาตอนบน สามารถเพิ่มปริมาณน้ำเพื่อการเกษตรเพิ่มขึ้น 1,495 ล้านลบ.ม. พื้นที่การเกษตรฤดูแล้งเพิ่มขึ้น 1.61 ล้านไร่ น้ำอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้น 300 ล้าน ลบ.ม./ปี ผลิตพลังงานไฟฟ้าเพิ่มพลังงานไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล 417ล้านหน่วย/ปี สามารถทำการประมงในเขื่อนน้ำยวม สร้างการท่องเที่ยวเขื่อนน้ำยวม และทะเลสาบดอยเต่าเกิดผลประโยขน์ด้านอุตสาหกรรมเกษตร อีกทั้งโครงการฯ อยู่ในแผนพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ของกรมชลฯ ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการขออนุมัติผ่อนผันลุ่มน้ำชั้นที่ 1A จากคณะรัฐมนตรี
นอกจากนี้ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ได้เดินทางไปยังฝายทดน้ำปิงส่วนที่ผันเข้าสู่คลองหนองขวัญ ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ โดยกรมชลประทาน ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาระยะเร่งด่วนกรณีฝายชั่วคราวหนองขวัญชำรุดจนใช้การไม่ได้ เนื่องจากมีการกัดเซาะและดำเนินการแจ้งแก้ไขไปยังทางผู้ที่รับผิดชอบอย่างเร่งด่วนแล้วเพื่อให้ผู้รับผิดชอบโครงการได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวต่อไป เนื่องจากต้องส่งน้ำจากคลองวังยางไปยังคลองหนองขวัญโดยการส่งน้ำผ่านคลองวังยาง สาย 1R-MC ปริมาณน้ำ 2 ลบ.ม./วินาที และติดตั้งเครื่องสูบน้ำที่สนับสนุนโดยสำนักเครื่องจักรกลซึ่งมีปริมาณการส่งน้ำเข้าในพื้นที่ 5 ลบ.ม./วินาที ในช่วงฤดูแล้งของทุกปีเพื่อไม่ให้กระทบและสร้างความเดือดร้อนแก่เกษตรกรในพื้นที่อีกด้วย