ไม่พบผลการค้นหา
ประชาชน-นักศึกษาแน่นพื้นที่จัดกิจกรรมชุมนุม ชูสามนิ้ว ตะโกนลั่น 'ม.เกษตร' ประชาชน คือ เจ้าของประเทศ เกษตรศาสตร์ คือ ภาษีประชาชน ด้านจุฬาฯ ประกาศเจตนารมณ์ไม่เห็นด้วยโทษยุบพรรคการเมือง พร้อมวางพวงหรีด ไว้อาลัยประชาธิปไตย

บริเวณหน้าหอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ประชาชนและนักศึกษาเริ่มรวมตัวกัน ตามนัดหมายกิจกรรม "มอกะเสดไม่ใช่ขนมหวานราดกะทิ" โดยมีนักกิจกรรมทางการเมือง อาทิ นายอานนท์ นำภา นายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย โดยแกนนำภายในงานได้ ชูป้าย ระบุข้อความว่า “Ku ไม่ใช่ขนมหวานราดกะทิ” พร้อมเปิดเพลงเกษตรรวมใจ ขณะที่มีคนจำนวนนับร้อยเริ่มเดินทางมาในบริเวณที่มีการจัดงาน

ต่อมามีการลงทะเบียนลงชื่อเพื่อร่วมในประกาศแถลงการณ์ร่วมกัน ซึ่งออกโดย ม.เกษตรฯ ขณะที่ที่กิจกรรมวันนี้มีการเขียนป้ายผ้าแสดงความรู้สึกถึงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีการแจกเนื้อเพลงที่จะร้องเพลง มาร์ชเกษตรศาสตร์ และเพลงทุ่งฝันวันใหม่ เพลงเราคือเพื่อนกัน นอกจากนี้จะมีการจุดเทียนร่วมกัน รวมถึงภายในงานวันนี้ยังมีการแจกเสื้อในการใช้ในการเคลื่อนไหวอีกด้วย

เมื่อเวลา 17.50 น. แกนนำได้เริ่มปราศรัยว่า “วันนี้ไม่ใช่แต่ ม.เกษตรที่ออกมาสู้ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็มีการจัดเวทีเหมือนกัน พรุ่งนี้มีที่ ม.มหิดล เพื่อแสดงถึงความไม่พอใจ ความแค้น ความไม่พอใจ ที่เกิดจากความไม่เป็นธรรมเป็นสิ่งที่ดีงาม เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคม” พร้อมทั้งเชิญชวนว่า ครั้งหน้าขอให้คนมาเยอะกว่านี้อีก

ก่อนแกนนำตะโกน ว่า “เราเป็นเจ้าของอำนาจ ประเทศนี้จึงเป็นของประชาชน จึงต้องเรียกร้องกลับมา เราต้องสู้ด้วยกันจนกว่าประชาธิปไตยจะกลับมาเป็นของเรา” จากนั้น นักศึกษาและประชาชนที่มาร่วมงานได้ร่วมกัน ชูสามนิ้ว แสดงสัญลักษณ์ทางการเมือง พร้อมพูดว่า "ประชาชน คือ เจ้าของประเทศ เกษตรศาสตร์ คือ ภาษีของประชาชน"

เกษตรศาสตร์ แฟลชม็อบ นักศึกษา 24_0008.jpg

โดยนายธนพล พันธ์งาม แกนนำกลุ่มมอกะเสด กลุ่มที่จัดงานดังกล่าว ได้ระบุถึง การยุบพรรคการเมือง ตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง 24 มี.ค. 2562 พรรคไทยรักษาชาติถูกยุบ และล่าสุดกรณีพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบอีก เสียงที่มาจากการเลือกของประชาชน 6 ล้านคนแต่ถูกยุบพรรค ซึ่ง 6 ล้านเสียงเทียบไม่ได้กับ 9 เสียง ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นี่คือสิ่งที่ได้จากรัฐธรรมนูญ 2560

นอกจากนี้ นายธนพล ได้เชิญชวนให้ประชาชนชูสามนิ้ว และส่งเสียงถึงข้อเสนอของประชาชนพร้อมกันว่า ประชาชนต้องการให้มีเลือกตั้ง สสร. เพื่อทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญ, ร่างรัฐธรรมนูญใหม่, ให้ประชาชนลงมติ โดยกิจกรรมดำเนินมาถึงเวลาประมาณ 19.00 น. แต่นักศึกษาและประชาชนยังคงหนาแน่นไปทั่วบริเวณที่จัดงาน

จากนั้นแกนนำได้เชิญชวนให้ประชาชนเปิดแฟลชโทรศัพท์มือถือ พร้อมตะโกนขานชื่อพรรคร่วมฝ่ายค้านให้ สู้ๆ รวมถึงขานชื่อ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ ส.ส. พรรคเศรษฐกิจใหม่ ให้ “สู้ๆ” พร้อมตะโกนขับไล่ให้ พล.อ.ประยุทธ์ และ รัฐบาล คสช. ออกไป นอกจากนี้ยังร่วมกันร้องเพลง “ทุ่งฝันวันใหม่” เพื่อส่งกำลังใจให้ฝ่ายค้านที่ทำหน้าที่อยู่ในสภา ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล หลังร้องเพลงจบ ประชาชนได้ร่วมตะโกนว่า “เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ” อีกทั้งยังตะโกนว่า “ผู้นำโง่เราจะตายกันหมด” และประชาชนส่วนหนึ่งได้ตะโกนว่า “จากทุ่งบางเขนไปราชดำเนิน” ก่อนจบกิจกรรม

สำหรับแถลงการณ์คณะรณรงค์เพื่อเสรีภาพประชาชน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (บางเขน) มีเนื้อหาดังนี้ ระยะเวลากว่า 5 ปีในยุคสมัยอันมืดมิดภายใต้การปกครองของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เกิดการคุกคามปิดปาก ปิดกั้นเสรีภาพของประชาชน การแสดงออกทางการเมือง ไม่เว้นแม้แต่การแสดงความคิดเห็นถูกบิดเบือนให้เป็นเรื่องที่ผิดบาป ทั้งที่ความแตกต่างหลากหลายนั้นเป็นพื้นฐานของมนุษย์ทุกคน นอกจากนี้ความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นล้วนมีที่มาจากคณะรัฐประหารที่ไม่เห็นหัวประชาชน ออกกฎหมายประกาศคำสั่งปิดปากห้ามการแสดงออก และแต่งตั้งพวกพ้องขึ้นดำรงตำแหน่งมีอำนาจเหนือประชาชน ทั้งองค์กรอิสระ 

เกษตรศาสตร์ แฟลชม็อบ 0004.jpg

เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง คณะกรรมการปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ไม่เว้นแม้แต่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ สิ่งเหล่านี้เป็นมรดกบาปที่ตกค้างอยู่ในสังคมไทย และยังคงอยู่แม้ว่าการเลือกตั้งจะผ่านพ้นไปแล้ว นอกจากนี้ยังมีรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติมาในสถานการณ์ที่คนคิดต่างจาก คสช. โดนปิดปาก จับกุมคุมขัง ไม่สามารถรณรงค์หรือแสดงความเห็นแย้งได้ ยิ่งแสดงถึงความไม่ชอบธรรม ยังไม่นับรวมถึงเนื้อหาของรัฐธรรมนูญที่เอื้อประโยชน์ต่อ คสช. เป็นสำคัญอีกด้วย

ในสถานศึกษาเองนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมหาวิทยาลัย ซึ่งหากจะพูดให้เฉพาะเจาะจงมากกว่านี้คือมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ควรเป็นพื้นที่สำหรับการตั้งคำถามเพื่อหาคำตอบ เพราะการเรียนรู้ และความรู้นั้นย่อมเกิดขึ้นได้จากการตั้งคำถาม และการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอันหลากหลาย การปิดกั้นการแสดงออก และความคิดเห็นจึงยิ่งกดทับ สร้างความไม่เท่าเทียม นำมาสู่ความแตกแยกที่ร้าวลึกให้กับคนในสังคม อีกทั้งมหาวิทยาลัยเป็นองค์กรที่รับภาษีประชาชนมาใช้ ยิ่งต้องตระหนักในความสำคัญของประชาชน และควรอุทิศตนเพื่อสังคม ตอบแทนบุญคุณของภาษีนั้น 

ดังคำที่กล่าวว่า ประชาชนคือเจ้าของประเทศ เกษตรศาสตร์คือภาษีประชาชน แม้การเลือกตั้งจะผ่านพ้นไปแล้วในวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ.2562 ประชาธิปไตยไทยหาได้มีความมั่นคงขึ้นมาไม่ เพราะความเหลื่อมล้ำไม่เป็นธรรมตามที่กล่าวมานั้นได้ทวีคูณขึ้นมาอย่างเด่นชัด มีการยุบพรรคการเมืองลงถึง 2 พรรคภายในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งปีเต็ม ในขณะที่ฝ่ายสืบทอดอำนาจของ คสช. แทบจะไม่ถูกดำเนินคดี สร้างความเคลือบแคลงใจให้กับสังคมเป็นอย่างมาก ส่วนภาคประชาชนก็ถูกลดทอนศักดิ์ศรี มีการจับกุมประชาชนที่แสดงความคิดเห็นขัดแย้งกับผู้มีอำนาจ ไม่มีสิทธิ์ ไม่มีเสียง ถูกกระทำประหนึ่งว่าไม่ใช่มนุษย์ สร้างความเจ็บปวดทั้งร่างกาย และจิตใจ ภายใต้ความรุนแรงเชิงโครงสร้างนี้

9707.jpg

พวกเราในฐานะนิสิตผู้ตระหนักในบุญคุณจากภาษีประชาชน ขอสนับสนุนสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมือง และเพื่อสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องสิทธิเสรีภาพให้กับสังคม พวกเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จะสนับสนุนแนวทางประชาธิปไตย และให้เสรีภาพแก่นิสิตเพื่อบำเพ็ญกิจกรรมทางสังคม เพื่อตอบแทนเงินภาษีที่ประชาชนได้ทำนุบำรุงการศึกษาแก่พวกเราทั้งหลาย โดยไม่ทำการปิดกั้นการแสดงออกอีกต่อไป โดยเราขอยื่นข้อเรียกร้องกับผู้มีอำนาจ ทั้งที่เอ่ยนามได้ และเอ่ยนามไม่ได้ดังนี้

1. ปัญหาที่เกิดขึ้นในทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจากเนื้อหาในรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ให้อำนาจองคาพยพของ คสช. มากกว่าประชาชน เราขอเรียกร้องให้มีการเปิดทางแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ขึ้นมาโดยประชาชน เพื่อดำเนินการร่างรัฐธรรมนูญผ่านการเปิดรับความคิดเห็นของประชาชน และนำมาลงประชามติโดยประชาชนอีกครั้ง

2. คืนความยุติธรรมให้กับประชาชนที่โดนข่มเหงคุกคาม ทั้งการจำกัดเสรีภาพ และการดำเนินคดี การใช้ความรุนแรงทำร้าย การกระทำที่อยุติธรรมทั้งหลายต้องได้รับการเยียวยา และยุติลงโดยเร็ว

3. ลบล้างผลพวงการรัฐประหาร ยกเลิกประกาศ คำสั่ง กฎหมายของ คสช. ที่ละเมิดสิทธิ และอำนาจของประชาชนโดยเร็ว

เกษตรศาสตร์ แฟลชม็อบ เผด็จการ 22.jpg

วันนี้ไม่กลัวฝุ่นและโรค แต่พวกเรากลัวมีผู้นำที่โง่

เช่นเดียวกับนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รวมตัวกันชุมนุมแฟลชม็อบ "จุฬาฯ รวมพล เสาหลักจะไม่หักอีกต่อไป" บริเวณลานข้างหอประชุมใหญ่จุฬาลงกรณ์ โดยมีทั้งศิษย์เก่าและนิสิตปัจจุบัน ร่วมชุมนุมเต็มลานหอประชุมใหญ่ โดยกิจกรรมหลักคือการผลัดเปลี่ยนกันขึ้นปราศรัยเรียกร้องความชอบธรรม จากกระบวนการยุติธรรมของไทย ทั้งกรณีการยุบพรรคอนาคตใหม่ และการจับกุมประชาชนภายใต้ พ.ร.บ.คอมฯ รวมถึงร่วมกันร้องเพลงปลุกใจ อย่าง เพลงดอกไม้จะบาน เพลงแสงดาวแห่งศรัทธา ก่อนที่จะจุดเทียนแห่งความหวัง 

ขณะเดียวกันนิสิตยังได้นำแผ่นป้ายแสดงข้อความเชิงสัญลักษณ์ขนาดใหญ่ ซึ่งแสดงถึงความไม่ปลอดภัย และสิทธิส่วนบุคคลของไทยที่ไม่มี รวมถึงมีการนำพวงหรีดไว้อาลัยประชาธิปไตย R.I.P. DEMOCRACY มาร่วมกิจกรรมด้วย 

สำหรับการปราศรัยวันนี้มีนิสิตจากหลายคณะ เวียนขึ้นสลับกันพูด โดยตอนหนึ่งกล่าวว่า วันนี้ต้องขอบคุณพี่น้องชาวจุฬาฯที่มาในวันนี้ เราทราบกันดีว่าศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งครั้งนี้ถือว่าไม่ใช่ครั้งแรก และมองว่าการกระทำเช่นนี้ ถือว่าเป็นการละเมิดอำนาจประชาชนอย่างร้ายแรง เพราะพรรคการเมืองถือว่าเป็นตัวแทนของประชาชน และการที่มาชุมนุมในวันนี้ก็เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่าเราคืออนาคตของประเทศนี้ พร้อมถามกับผู้ที่มาร่วมชุมนุมในวันนี้ว่า เราจะยอมให้อนาคตของประเทศเราเป็นแบบนี้หรือไม่ 

"เพราะอำนาจสูงสุดของประเทศนี้ คือ ประชาชน เราจึงเป็นผู้ที่กำหนดอนาคตของประเทศ วันนี้จึงถึงเวลาแล้วที่เราจะร่วมกันเปลี่ยนแปลงประเทศ และต้องไม่ให้ผู้มีอำนาจมาปิดปากประชาชน พร้อมขอบคุณการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ที่ทำให้ประชาชนตาสว่างในวันนี้ และยังบอกว่าไม่กลัวว่าจะไม่มีอนาคต ตามที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกมาเตือนว่าหากออกชุมนุมให้ระวังเรื่องข้อกฏหมาย และทำให้หมดอนาคตหากเป็นนักศึกษา

ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตุว่าการชุมนุมในวันนี้ผู้ร่วมงานส่วนใหญ่ ต่างสวมหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกัน PM และ ป้องกัน โควิด -19 แต่นิสิตที่กล่าวบนเวทีบอกว่า วันนี้ไม่กลัวฝุ่นและโรค แต่พวกเรากลัวมีผู้นำที่โง่ อย่างไรก็ตามการชุมนุมในวันนี้ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่อง จาก สน.ปทุมวัน เข้ามาสังเกตการณ์เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อย รวมถึงมีอาจารย์บางส่วน มาติดตามและสังเกตการณ์อยู่บริเวณโดยรอบการจัดงาน

ขณะที่ความเคลื่อนไหวในโลกออนไลน์ แต่ละมหาวิทยาลัยได้ตั้งชื่อแคมเปญผ่านการติดแฮชแท็กในทวิตเตอร์ไว้อย่างน่าสนใจ อาทิ มหาวิทยาลัยศิลปากร มาพร้อมแฮชแท็ก #ศิลปากรขอมีซีน , มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แฮชแท็ก #ที่ยุบอนาคตใหม่พี่กูทั้งนั้น , มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ แฮชแท็ก #ฝุ่น6ล้านหรือจะสู้ท่าน9เสียง, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม แฮชแท็ก #ถึงจะอยู่ไกลขอส่งใจที่ลานแปดเหลี่ยม, มหาวิทยาลัยมหิดล แฮชแท็ก #ศาลายางดกินของหวานหลายสี, มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒน์ แฮชแท็ก #มศวขอมีจุดยืน, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แฮชแท็ก #ช้างเผือกจะไม่ทน และมหาวิทยาลัยรามคำแหง แฮชแท็ก #ลูกพ่อขุนไม่รับใช้เผด็จการ

เกษตรศาสตร์ แฟลชม็อบ นิสิต นักศึกษา _0006.jpg

อ่านเพิ่มเติม