ไม่พบผลการค้นหา
กลุ่มนักกิจกรรม อ่านแถลงการณ์หน้าทัณฑสถานหญิงกลาง จวกลิดรอนสิทธิและเสรีภาพในร่างกาย พร้อมประณามการปล่อยให้เกิดเหตุบุกจับตัวในเรือนจำ

พลอย เดชวงษา อดีตนักโทษเรือนจำทัณฑสถานหญิงกลาง พร้อมด้วยเพื่อนนักกิจกรรมอิสระที่รวมตัวกันเพื่อเรียกร้อง ให้กรมราชทัณฑ์และทัณฑสถานหญิงกลาง ปฏิบัติตามหลักการว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ต่อกฎระเบียบของผู้ต้องขังนักโทษหญิง ก่อนอ่านแถลงการณ์ระบุว่า กติการะหว่างประเทศว่าด้วย สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองข้อ 10 บุคคลทั้งปวงที่ถูกลิดรอนเสรีภาพต้องได้รับการปฏิบัติด้วยความมีมนุษยธรรมและเคารพในศักดิ์ศรีแต่กำเนิดแห่งความเป็นมนุษย์ เมื่อยังไม่ได้ถูกตัดสินว่าผิดจริงตามคำพิพากษาของศาลก็ไม่ควรต้องถูกปฏิบัติราวกับนักโทษหรือต้องใช้กฎเดียวกับนักโทษ ควรมีที่อยู่อาศัยแยกออกไปในระหว่างการพิจารณาคดีที่ไม่ใช่เรือนจำ 

ขณะเดียวกันสิทธิเหนือเนื้อตัวร่างกายเป็นหัวใจหลักของสิทธิขั้นพื้นฐาน ในความเสมอภาคและความเป็นส่วนตัวซึ่งเกี่ยวข้องกับประเด็นที่ลึกซึ้ง ในเรื่องของความสมบูรณ์ทางร่างกายและจิตใจ จะมาตัดผมกันง่ายๆไม่ได้แม้ว่าจะเป็นผู้ต้องขังหรือนักโทษ พร้อมตั้งคำถามทำไมจะไว้ผมยาวไม่ได้ ทำไมจะย้อมสีผมไม่ได้ ทำไมจะแต่งหน้าทาปากไม่ได้ หน้าที่ของคุกคือตัดขาดจากอิสรภาพ แต่ไม่ได้อนุญาตให้ละเมิดสิทธิพลเมือง และไม่ต้องแสดงว่าเป็นพื้นที่คืนคนดีสู่สังคม เพราะสถิติการกระทำผิดซ้ำยังสูงอยู่ 

จึงขอเรียกร้องให้กระทรวงยุติธรรมและกรมราชทัณฑ์ยกเลิกระเบียบและข้อบังคับอันก่อให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน ละเมิดสิทธิสตรีและอนุญาตให้ทุกเรือนจำ ทุกทัณฑสถานหญิงปฏิบัติตามหลักการสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยได้ลงนามให้สัตยาบันไว้ ไม่ว่าผู้หญิงในเรือนจำจะทำผิดร้ายแรงแค่ไหน แต่สิ่งหนึ่งที่รัฐจะพรากเอาไปจากพวกเธอไม่ได้ นั่นคือสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน

พร้อมทั้งขอประณามการทำงานของเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯและ ทัณฑสถานหญิงกลางที่อนุญาตให้มีการเข้าไปควบคุมตัวผู้ต้องหาทางการเมือง ถึงในเขตเรือนจำ โดยไร้การรองรับทางกฎหมาย ดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้กรมราชทัณฑ์และกระทรวงยุติธรรมที่แจงเรื่องนี้ให้กระจ่าง

พลอย ระบุว่า กรณีการตัดผมและย้อมสีผม “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล แกนนำคณะราษฎร 2563 นั้นถือว่าเจ้าหน้าที่ทัณฑสถานหญิงละเมิดสิทธิมนุษยชนผู้ถูกควบคุมตัว

“รุ้ง ยังไม่ถูกศาลพิพากษาว่ากระทำผิดจริง และในขณะที่ถูกควบคุมตัวกลับถูกเจ้าหน้าที่ปฏิบัติราวกับเป็นนักโทษ” พลอยกล่าว

พลอยย้ำว่า “หากไม่ได้รับการแก้ไข เราจะนำเรื่องนี้ไปฟ้องศาลโลก เพื่อให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนผู้ต้องหาและนักโทษในประเทศไทย”

ราชทัณฑ์ ต้องฟังราชทัณฑ์ ต้องฟังราชทัณฑ์ ต้องฟังราชทัณฑ์ ต้องฟังราชทัณฑ์ ต้องฟัง

ขณะเดียวกันมีกลุ่มนักศึกษา คณะครุศาสตร์ 4 ยืนถือป้ายระบุข้อความ มันทำร้ายเราได้แค่นี้แหละ หน้าทางเข้าเรือจำกลางคลองเปรม พร้อมอ่านแถลงการณ์ดังอีกครั้ง เนื่องจากทางเรือนจำไม่อนุญาตให้เข้าไปทำกิจกรรมภายในเขตเรือนจำ จากนั้นก็มีการพูดถึงการใช้ความรุนแรงต่อสตรีทั้งความรุนแรงในครอบครัว และเรียกร้องให้ทางเรือนจำมีสวัสดิการของผู้ต้องขังหญิง พร้อมพูดถึงผู้ลี้ภัยและคนหาย แม้จะมีการพูดว่า ประเทศไทยเป็นดินแดนแห่งการประนีประนอม แต่สิ่งที่เกิดขึ้น คือการอุ้มหายรวมถึงมีบุคคลจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบจากการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย