วันนี้ (28 มีนาคม 2568) เวลา 22.00 น. ณ ห้องกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะเลขานุการกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ สรุปสถานการณ์แผ่นดินไหวและความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว
นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะเลขานุการกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากกรณีเหตุแผ่นดินไหวศูนย์กลางที่ประเทศเมียนมา ขนาด 8.2 ลึก 10 กิโลเมตร ในช่วงบ่ายวันนี้ ทำให้ประชาชนในหลายพื้นที่ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รายงานรับรู้แรงสั่นสะเทือน กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ได้สั่งการให้มีการรวบรวมข้อมูลความเสียหายที่เกิดขึ้นและประสานการปฏิบัติเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนทันที
โดยปัจจุบัน (ข้อมูล ณ เวลา 19.46 น.) มีจังหวัดรายงานได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวแล้ว จำนวน 11 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสมุทรสาคร เชียงใหม่ เชียงราย แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ชัยนาท ลำพูน เลย กำแพงเพชร รวมถึงกรุงเทพมหานคร ส่วนจังหวัดอื่น ๆ ขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหายและรายงานข้อมูลเพิ่มเติม สำหรับกรุงเทพมหานครนั้น มีรายงานอาคารร้าวและถนนทรุดตัว และมีอาคารถล่มจำนวน 1 จุด โดยเป็นอาคารที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งจากรายงาน ณ เวลา 21.30 น. มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 9 ราย เสียชีวิต 8 ราย และสูญหายอีก 101 ราย จากเหตุอาคารของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินซึ่งอยู่ในระหว่างการก่อสร้างถล่ม ซึ่งทาง กทม. ได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือประชาชนแล้ว ทั้งนี้ เนื่องจากสถานการณ์มีผลกระทบและความเสียหายเป็นวงกว้าง เพื่อให้การสั่งการ อำนวยการ และประสานการปฏิบัติในทุกระดับเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติได้ประกาศยกระดับการจัดการสาธารณภัยกรณีแผ่นดินไหวเป็นสาธารณภัยระดับ 3 (สาธารณภัยขนาดใหญ่) โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ ซึ่งเป็นไปตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2564 - 2570 ซึ่งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดจะแปรสภาพเป็นศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ส่วนหน้าจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะผู้อำนวยการจังหวัดขึ้นตรงการสั่งการอำนวยการจากกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ
“เหตุการณ์สาธารณภัยเป็นเหตุการณ์ภัยที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ในครั้งนี้เป็นภัยจากแผ่นดินไหว ซึ่งเป็นภัยที่ไม่สามารถทำการแจ้งเตือนล่วงหน้าได้ สิ่งที่ทำได้คือการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ การลดผลกระทบให้มีน้อยที่สุด และการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัย ในส่วนของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเอง ทันทีที่ทราบว่ามีเหตุการณ์อาคารถล่มในเขตกรุงเทพมหานคร ได้สั่งระดมทีมค้นหาและกู้ภัยในเขตเมือง (USAR) ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของ กทม. ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ติดค้างในอาคารที่ถล่ม และสั่งการให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่ใกล้เคียงเตรียมความพร้อมอุปกรณ์ เครื่องจักรกลสาธารณภัย ตลอดจนเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการให้พร้อมออกปฏิบัติการทันที โดยกำหนดให้สถาบันพัฒนาบุคลากรด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ต.บางพูน อ.เมืองฯ จ. ปทุมธานี เป็นจุดระดมทรัพยากรเครื่องจักรกลสาธารณภัย (Staging Area) ในการปฏิบัติการในครั้งนี้ โดยเมื่อช่วงเย็น ทีม USAR ปภ. ได้ไปสมทบกับทีม USAR กทม. และร่วมปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยในอาคารที่ถล่ม ขณะนี้อยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ หากมีความคืบหน้ากรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจะรายงานข้อมูลให้สาธารณชนทราบเป็นระยะ สำหรับการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อื่น ได้สั่งการให้จังหวัดเร่งดำเนินการสำรวจความเสียหายและประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินโดนด่วน พร้อมประสานทุกภาคส่วนร่วมให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้เป็นไปอย่างครอบคลุมทุกมิติ โดยส่งเจ้าหน้าที่เข้าฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย สำรวจและจัดทำบัญชีความเสียหาย และให้ความช่วยเหลือตามระเบียบหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องโดยเร็วที่สุด” นายภาสกร อธิบดี ปภ. กล่าว
นายภาสกร กล่าวเพิ่มเติมว่า “เพื่อรวบรวมข้อมูลความเสียหายจากจังหวัดต่าง ๆ ได้อย่างครอบคลุมครบถ้วน และประสานการให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในฐานะฝ่ายเลขานุการกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ จะปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยในช่วงเช้าของวันพรุ่งนี้ เวลา 9.30 น. จะมีการประชุมติดตามความคืบหน้าของสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลืออีกครั้ง โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสนับสนุนการปฏิบัติการในภาวะฉุกเฉิน (สปฉ.) ร่วมประชุมเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและครบถ้วนในทุกด้าน ดังนั้น ขอให้ทุกภาคส่วนปฏิบัติงานอย่างเข้มข้น ต่อเนื่อง และขอให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตทุกเขตเตรียมความพร้อมเครื่องจักรกลสาธาารณภัยพร้อมออกปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ รวมถึงสนับสนุนการปฏิบัติการในพื่้นที่ข้างเคียงและกรุงเทพมหานคร”
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจะปักหลักติดตามสถานการณ์และประสานการให้ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด โดยประชาชนสามารถติดตามความคืบหน้าของสถานการณ์ การให้ความช่วยเหลือ รวมถึงวิธีการปฏิบัติตนให้ปลอดภัย ได้ทาง Facebook กรมป้องกันและบรรเทาาสาธารณภัย DDPM และ X @DDPMNews และหากประชาชนได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ผ่านไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป