ไม่พบผลการค้นหา
ทวิตเตอร์ประกาศว่าให้สิทธิพิเศษผู้นำประเทศต่างๆสามารถที่จะทวีตอะไรก็ได้ แม้ว่าจะเป็นการละเมิดกฎการใช้งานของทวิตเตอร์ เพื่อเปิดโอกาสให้สังคมได้วิพากษ์วิจารณ์ประเด็นต่างๆที่เกิดจากการแสดงความคิดเห็นของผู้นำประเทศแต่ละคน

ทวิตเตอร์ โซเชียลมีเดียที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำกว่า 330 ล้านคนทั่วโลก ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าทวิตเตอร์ให้สิทธิพิเศษแก่เหล่าผู้นำประเทศ รวมไปถึงตัวแทนที่ได้รับเลือกจากประชาชน เช่น ส.ส. หรือวุฒิสมาชิกต่างๆ ที่จะโพสต์ข้อความอะไรก็ได้ลงในบัญชีผู้ใช้งานของตัวเอง แม้ว่าข้อความที่พวกเขาโพสต์จะละเมิดกฎการใช้งานของทวิตเตอร์ เช่นเป็นการโพสต์ข้อความเกลียดชัง หรือยั่วยุให้เกิดความรุนแรง ทวิตเตอร์ก็จะไม่ลบข้อความดังกล่าวแต่อย่างใด เพราะทวิตเตอร์มองว่าความคิดเห็นของผู้นำประเทศที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นแง่บวกหรือแง่ลบ ควรถูกเผยแพร่ให้สังคมรับรู้ เพื่อจุดกระแสให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง 

ทวิตเตอร์ยังระบุด้วยว่าการปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นของผู้นำประเทศ เท่ากับเป็นการปกปิดข้อมูลสำคัญสู่สาธารณะ เพราะความคิดเห็นของผู้นำประเทศย่อมมีผลกระทบถึงทุกๆภาคส่วนในสังคม และถึงแม้ทวิตเตอร์จะตัดสินใจลบข้อความที่ละเมิดกฎการใช้งานของผู้นำประเทศ ก็ไม่สามารถปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นของผู้นำประเทศได้ เพราะผู้นำประเทศแต่ละคนย่อมสามารถเข้าถึงสื่อแขนงต่างๆที่จะเผยแพร่ความคิดเห็นของตัวเองได้อยู่แล้ว

เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ทวิตเตอร์ ก็ได้ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าไม่มีมาตรการใดๆที่จะจัดการกับบัญชีใช้งานของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ หลังจากที่มีการร้องเรียนให้ทางทวิตเตอร์ปิดปัญชีทวิตเตอร์ของทรัมป์ เพราะว่ามีการทวีตข้อความเชิงเหยียดเชื้อชาติและยั่วยุให้เกิดความแตกแยกในสังคมอยู่บ่อยครั้ง โดยทวิตเตอร์ให้เหตุผลว่าข้อความของทรัมป์มีประโยชน์ต่อสาธารณะในแง่ของข่าวสาร

ทวิตเตอร์ยืนยันว่าการตัดสินใจว่าจะบล็อกผู้ใช้งานคนใดหรือลบข้อความใดทิ้ง ล้วนปราศจากอคติ และไม่มีบุคคลหรือองค์กรใดที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของทวิตเตอร์ ซึ่งทวิตเตอร์จะทำหน้าที่โดยมองผลประโยชน์สูงสุดที่มีต่อสังคมเป็นที่ตั้ง

ภาพ; AP