นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เปิดเผยว่า จากการที่รัฐบาลมีนโยบายในการส่งเสริมการท่องเที่ยวและ Soft Power ของไทยเป็นที่รู้จักแพร่หลายไปสู่ระดับนานาชาติ และนโยบายของกระทรวงวัฒนธรรม ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจวัฒนธรรมเพื่อการพัฒนาชุมชน สังคมอย่างยั่งยืน ซึ่งปีนี้กระทรวงวัฒนธรรม มุ่งขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมด้วย 4 นโยบาย 3 แนวทาง 2 รูปแบบ สู่ 1 เป้าหมายทำให้ประเทศไทยเป็นหมุดหมายของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั่วโลกมาเที่ยวในมิติด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม โดยในส่วนการเสริมสร้างระบบนิเวศและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจวัฒนธรรมจะยกระดับการบริการของพิพิธภัณฑ์โบราณสถาน อุทยานประวัติศาสตร์ หอสมุดแห่งชาติ และแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมของไทยให้เป็นที่รู้จักนั้น อย่างที่ทราบขณะนี้อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ได้รับประกาศรับรองการขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมอย่างเป็นทางการจากยูเนสโก หลังจากองค์การเพื่อการศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ประกาศให้อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จังหวัดอุดรธานี เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ในชื่อ “ภูพระบาท ประจักษ์พยานแห่งวัฒนธรรมสีมา สมัยทวารวดี” Phu Phrabat, a testimony to the Sima stone tradition of the Dvaravati period)” ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 46 เมื่อเดือนกรกฎาคม 2567 ณ กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย
“สำหรับพิธีฉลองมรดกโลกภูพระบาทในโอกาสที่ได้รับประกาศรับรองการขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมอย่างเป็นทางการจากยูเนสโก จะจัดขึ้นในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ณ อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จังหวัดอุดรธานี อยากเชิญชวนคนไทยร่วมพิธีฉลองมรดกโลกภูพระบาทในโอกาสที่ได้รับประกาศรับรองการขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมอย่างเป็นทางการจากยูเนสโก กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร บูรณาการร่วมกับกรมการศาสนา จังหวัดอุดรธานี จัดพิธีฉลองมรดกโลกภูพระบาท ภายในงานมีกิจกรรม อาทิ การแสดงศิลปะพื้นบ้านจากชุมชนไทพวนอำเภอบ้านผือ กิจกรรมปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ (ต้นรวงผึ้ง) และติดตั้งตราสัญลักษณ์มรดกโลกและใบประกาศรับรองการขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลกจากยูเนสโกอย่างเป็นทางการ และติดตั้งป้ายรณรงค์ส่งเสริมการท่องเที่ยวมรดกโลกภูพระบาทภายในพื้นที่โบราณสถานอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ขณะที่กรมการศาสนาจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เนื่องในโอกาสฉลองมรดกโลกภูพระบาท ณ โบราณสถานหอนางอุสา ซึ่งมีพระราชภาวนาวชิรากร (อินทร์ถวาย สนตุสสโก) แสดงธรรมเทศนาและเจริญจิตสมาธิภาวนา และสำนักการสังคีต กรมศิลปากร จัดแสดงละครตำนานภูพระบาท เรื่อง "อุสา - บารส" และการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดศึกกุมภกรรณ ตอนสุครีพถอนต้นรัง” นางสาวสุดาวรรณ กล่าว
รมว.วธ. กล่าวว่า จังหวัดอุดรธานีถือว่าเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพในการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีแหล่งมรดกโลก 2 แห่งในจังหวัดเดียว คือ แหล่งโบราณคดีบ้านเชียงและอุทยานประวัติภูพระบาท และทราบขณะนี้มีการบูรณาการการทำงานในการจัดทำเส้นทางจังหวัดเดียวเที่ยว 2 มรดกโลกเชื่อมโยงระหว่างภูพระบาทและบ้านเชียง เชื่อว่าจะเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาท่องเที่ยวในจังหวัดอุดรธานีเพิ่มมากขึ้น เพราะถือว่าเป็นจังหวัดเดียวในประเทศไทยที่มีมรดกโลก 2 แห่ง ได้มอบหมายให้กรมศิลปากร สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด บูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนในพื้นที่ดำเนินการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ การทำข้อมูลเส้นทางท่องเที่ยว พัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวมรดกโลกในการดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเที่ยวแหล่งมรดกโลกเพิ่มมากขึ้น” รมว.วธ.กล่าว
รมว.วธ. กล่าวว่า กรมศิลปากรได้จัดทำป้ายรณรงค์ส่งเสริมการท่องเที่ยวมรดกโลกภูพระบาท ภายในพื้นที่โบราณสถานอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท และติดตั้งตราสัญลักษณ์มรดกโลกและใบประกาศรับรองการขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลก และข้อปฏิบัติและแนวทางสำหรับนักท่องเที่ยว อาทิ การห้ามปีนป่ายโบราณสถาน การห้ามจับและขีดเขียนข้อความใดๆ ลงบนโบราณสถาน การแต่งกายที่สุภาพและการห้ามกระทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม การทิ้งขยะลงในถังขยะ การงดใช้พลาสติก โฟม หรือบรรจุภัณฑ์ที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การห้ามล่าสัตว์และเก็บของป่า เนื่องจากแหล่งมรดกโลกภูพระบาท เป็นแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมที่มีหลักฐานสำคัญทั้งในรูปแบบของเพิงหินธรรมชาติ ภาพเขียนสีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ และโบราณสถานที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนสถานในพุทธศาสนา อีกทั้งมีที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องบำรุงรักษาสภาพสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติให้คงอยู่ควบคู่ไปกับแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม
อย่างไรก็ตาม ในปี 2568 กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร จะดำเนินการบูรณะและพัฒนาโบราณสถานจะดำเนินการเสริมสร้างระบบนิเวศและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจวัฒนธรรม ยกระดับการบริการของพิพิธภัณฑ์ โบราณสถาน อุทยานประวัติศาสตร์ ส่งเสริมและสร้างสรรค์ทุนทางวัฒนธรรมให้เป็นทุนทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ส่งเสริมเศรษฐกิจของชาติให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยจะพยายามผลักดันให้เกิดแหล่งมรดกโลกแห่งใหม่อย่างต่อเนื่อง อาทิ การผลักดันวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช และการเสนอแหล่งสงขลาและชุมชนที่เกี่ยวเนื่องริมทะเลสาบสงขลา จังหวัดสงขลา เพื่อเสนอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ตามนโยบายมีแหล่งมรดกโลกให้ครบทุกภูมิภาคของประเทศไทย รวมทั้งเร่งดำเนินการขึ้นทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรมในระดับท้องถิ่น ระดับประเทศและระดับโลก