ไม่พบผลการค้นหา
ศูนย์ควบคุมสารพิษของนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริการะบุว่า พบคนบริโภคน้ำยาทำความสะอาดภายในบ้านเพิ่มขึ้น หลังจากประธานาธิบดี 'โดนัลด์ ทรัมป์' พูดถึงความเป็นไปได้ในการฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อเข้าสู่ร่างกาย เพื่อสู้กับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

ศูนย์ควบคุมสารพิษของนิวยอร์กระบุว่า พบจำนวนผู้ที่บริโภคน้ำยาทำความสะอาดในบ้านเพิ่มขึ้นเป็น 30 ราย ในช่วงเวลา 18 ชั่วโมงจนถึงเวลา 15.00 น. ของวันศุกร์ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น มากกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งอยู่ที่ 13 รายเท่านั้น โดยเหตุเหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ได้สร้างความตกตะลึงให้ชาวโลกด้วยการบอกว่า แพทย์อาจรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ด้วยการฉายแสงอัลตราไวโอเลตภายในร่างกาย หรือการฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อภายในบ้านเข้าไป 

อย่างไรก็ตาม บรรดาผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ชั้นนำและผู้ผลิตน้ำยาฆ่าเชื้อโรคก็ออกมาปฏิเสธคำแนะนำดังกล่าว หน่วยงานจัดการเหตุฉุกเฉินของรัฐแมรีแลนด์ออกคำเตือนว่าไม่ว่าจะอยู่ภายใต้สถานการณ์ใดก็ไม่ควรใช้น้ำยาฆ่าเชื้อรักษาโรคโควิด-19 ส่วนในรัฐวอชิงตันเจ้าหน้าที่ก็เตือนประชาชนว่าอย่างบริโภคแคปซูลผงซักฟอก ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ระบุว่าการฉีดสารฟอกขาวหรือสารที่มีส่วนผสมของรับบิ้งแอลกอฮอล์สูงเข้าไปในร่างกายจะทำให้อวัยวะและเซลล์เม็ดเลือดในร่างกายเสียหายอย่างรุนแรง ซึ่งอาจทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิต 

จนกระทั่งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ได้เผยกับผู้สื่อข่าวว่าคำแนะนำดังกล่าวเป็นการตอบคำถามนักข่าวในเชิงเสียดสีเท่านั้น และยังทวีตข้อความในวันต่อมาว่าการแถลงประจำวันเกี่ยวกับสถานการณ์ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ไม่คุ้มค่ากับเวลาของเขา โดยโทษว่าเป็นเพราะสื่อเอาแต่ตั้งคำถามที่เป็นปฏิปักษ์และไม่ยอมรายงานข้อเท็จจริง ซึ่งนี่ดูเหมือนจะเป็นการยืนยันรายงานข่าวที่ว่าทรัมป์กำลังพิจารณาหยุดแถลงข่าวสรุปสถานการณ์โควิด-19   

ทั้งนี้ เว็บไซต์ worldometers รายงานว่าจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมในสหรัฐฯ อยู่ที่กว่า 987,000 ราย มีผู้เสียชีวิตแล้ว 55,415 ราย ส่วนจำนวนผู้ป่วยที่รักษาหายแล้วอยู่ที่กว่า 118,000 ราย  

อ้างอิง The Straits Times/The New York Times