ไม่พบผลการค้นหา
ศาลแขวงดุสิต 'ยกฟ้อง' ในคดีที่ สว.นันทนา ถูกกล่าวหาว่า หมิ่นประมาท ด้อยค่า 'คนขายหมู' โดยศาลระบุว่า จำเลยให้สัมภาษณ์เป็นข้อเท็จจริง เป็นการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับกระบวนการคัดสรรบุคคล เมื่อไม่มีปรากฏข้อเท็จจริงอื่นใด ให้เห็นเจตนาไม่สุจริตของจำเลย ถือไม่ได้ว่า จำเลยดูหมิ่น พิพากษายกฟ้อง

'นันทนา นันทวโรภาส' สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย วันนี้ (10 พฤศจิกายน 2568) ว่า

ศาลระบุว่า “ การที่จำเลยให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ล้วนเป็นข้อเท็จจริง เป็นการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับ กระบวนการคัดสรรบุคคล ที่เข้าดำรงตำแหน่ง กรรมาธิการพัฒนาการเมืองเท่านั้น ... เมื่อไม่มีปรากฏข้อเท็จจริงอื่นใด อันจะส่อแสดง ให้เห็นเจตนาไม่สุจริตของจำเลย ถือไม่ได้ว่า จำเลยดูหมิ่น พิพากษายกฟ้อง”

คำถามคือ คณะกรรมการจริยธรรมรู้อยู่แล้วว่า ศาลจะมีคำตัดสินในวันที่ 10 พฤศจิกายน ทำไมจึงไม่รอคำตัดสินของศาล แต่กลับเร่งรีบรวบรัด บรรจุเข้าระเบียบวาระของวุฒิสภาเป็นการเร่งด่วน เพื่อที่จะให้มีการลงมติกล่าวโทษจริยธรรมร้ายแรงแก่ดิฉัน เช่นนี้

กระบวนการที่ สว.สีน้ำเงิน กระทำต่อดิฉันนั้น เป็น “ขบวนการสมคบคิด” ที่มุ่งหวังจะ “สกัดกั้น” มิให้ดิฉันได้ทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงให้กับประชาชน มิให้ออกมาเปิดโปงขบวนการ ที่ “ฮั้ว” กันเข้ามายึดวุฒิสภา แจกตำแหน่งกันอย่างเอิกเกริก ใช้สิทธิประโยชน์ที่มาจากภาษีประชาชนกันอย่างอิ่มหนำสำราญ คัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระตาม “ธง” โดยไม่คำนึงถึงธรรมาภิบาล บิดกระบวนการแก้รัฐธรรมนูญตามอำเภอใจ และเหิมเกริมถึงขั้นใช้กลไกวุฒิสภา บดขยี้ผู้เห็นต่างด้วยข้อหา “ผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง”

การที่ สว.130 คน เห็นว่าดิฉันผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง ลองเอากระจกส่องดูตัวเองบ้างว่า การกล่าวหาดิฉันเช่นนี้ ท่านมีจริยธรรมอยู่บ้างไหม เมื่อเปิดเกมเอามาตรฐานจริยธรรมมาเล่นงานดิฉันก่อน ก็ขอฟ้องกลับโดยกล่าวหาว่าพวกท่านต่างหากที่ ผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง เพราะสิ่งที่ท่านทำอยู่นั้นมิได้ยึดโยงกับผลประโยชน์ของประชาชนเลย หากแต่ใช้วุฒิสภาเป็นเครื่องมือให้พวกพ้องของท่าน “กินรวบประเทศ” ได้สำเร็จเท่านั้น