'ธงธรรม เวชยชัย' สส.พรรคเพื่อไทย ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดียว่า เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ต้อนรับและหารือกับคณะผู้แทนจาก รัฐสภาสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านงานรัฐสภา การกำกับติดตามงบประมาณ และแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจ
ประเด็นที่คณะผู้แทนให้ความสนใจ ได้แก่
- กระบวนการและกรอบการบริหารงบประมาณของภาครัฐ
- บทบาทของคณะกรรมาธิการในการตรวจสอบและติดตามการใช้งบประมาณ
- แนวทางและยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย
หนึ่งในหัวข้อสำคัญที่เราได้แลกเปลี่ยนกัน คือ การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากผ่านการส่งเสริมผู้ประกอบการ SME ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน
ในฐานะผู้แทนจากคณะกรรมาธิการด้านเศรษฐกิจ ผมได้แลกเปลี่ยนว่า หากประเทศไทยต้องการก้าวสู่ "เศรษฐกิจมูลค่าสูง" เราต้องเดินหน้าควบคู่กันใน 3 เรื่องสำคัญ
1. ลงทุนในคน (Human Capital)
เพราะทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของประเทศ ไม่ใช่เพียงเงินทุนหรือเทคโนโลยี แต่คือ ศักยภาพของประชาชน เมื่อคนมีความรู้ มีทักษะ และพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง คนจะสามารถสร้างนวัตกรรม สร้างธุรกิจ สร้างแบรนด์ ยกระดับผลิตภาพ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้ จุดเริ่มต้นของการพัฒนาประเทศ จึงคือการลงทุนกับศักยภาพคน
2. สร้างระบบที่เอื้อต่อการเติบโตของธุรกิจ (Business Ecosystem)
หากผู้ประกอบการต้องต่อสู้เพียงลำพัง การพัฒนาเศรษฐกิจจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย… ภาครัฐจึงต้องทำหน้าที่เป็น ‘ผู้ออกแบบระบบ’ ที่สร้างสภาพแวดล้อมให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้ในทุกช่วงของการพัฒนา
ผมได้ยกตัวอย่างการสนับสนุนแบบบูรณาการ ตั้งแต่
ต้นน้ำ : ลงทุนพัฒนาคน ยกระดับการศึกษา และปรับหลักสูตรให้สอดคล้องกับทักษะที่โลกอนาคตต้องการ
กลางน้ำ : สนับสนุนการยกระดับกระบวนการผลิต สร้างแรงจูงใจด้านการลงทุน เชื่อมโยงแหล่งเงินทุนและห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ
ปลายน้ำ : สนับสนุนการขยายตลาด สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงตลาดทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มมูลค่าและศักยภาพในการแข่งขัน
3. ปรับประเทศให้ทันกติกาเศรษฐกิจโลก
ในโลกที่กติกาการค้าเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความสามารถในการแข่งขันไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณภาพสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่า ประเทศสามารถปรับตัวได้เร็วแค่ไหน
ประเทศไทยจึงต้องยกระดับมาตรฐานให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล เช่น OECD พร้อมทั้งสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศต่าง ๆ และเวทีระหว่างประเทศ เพื่อเปิดโอกาสใหม่ให้กับผู้ประกอบการไทย
วันนี้ ประเทศไทยกำลังออกเดินทางและเรียนรู้ไปทีละก้าว สิ่งสำคัญคือความพร้อมที่จะทบทวนและปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้เท่าทันอนาคตอยู่เสมอ ผมเชื่อว่า การพัฒนาเศรษฐกิจไม่ใช่การแก้ปัญหาเฉพาะจุด แต่คือ ‘การออกแบบระบบทั้งระบบ’
หากเราลงทุนในคน สร้างระบบที่เอื้อต่อการเติบโตของธุรกิจ และปรับตัวให้ทันกติกาโลก ประเทศไทยจะไม่ใช่เพียงผู้ตามของการเปลี่ยนแปลง แต่จะก้าวขึ้นเป็นประเทศที่สร้างคุณค่าใหม่ให้กับเศรษฐกิจของภูมิภาคร่วมกันได้การหารือในครั้งนี้ จึงสะท้อนถึงบทบาทของรัฐสภาไทย ในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งของไทย ติมอร์-เลสเต และภูมิภาคอาเซียนให้เติบโตไปด้วยกันครับ