วันที่ 11 พ.ย. 2564 ที่รัฐสภา ถ.เกียกกาย ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ทศพร ทองศิริ ส.ส.กรุุงเทพมหานคร (เขตราษฎร์บูรณะ-ทุ่งครุ) ได้หารือก่อนเข้าสู่วาระการประชุมถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่มาหารือในสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง "น้ำท่วมขังในเขตราษฎร์บูรณะ-ทุ่งครุ" โดยระบุว่า เขตทุ่งครุ มีน้ำท่วมขังในซอยประชาอุทิศ 84/3 ประชาอุทิศ 75 แยก 9 ประชาอุทิศ 76 แยก 1 และ 4/1, ประชาอุทิศ 69 แยก 11, ประชาอุทิศ 33 แยก 16 และ ประชาอุทิศ 90 แยก 2 ซึ่งที่ดินในซอยดังกล่าวเกือบทั้งหมด มีปัญหาเพราะเป็นที่ดินเอกชนที่ไม่มีการยกให้เป็นสาธารณะ ทำให้ไม่สามารถใช้งบหลวงในการเข้าไปบูรณะหรือซ่อมแซมได้ หากแต่ในความเป็นจริง เราต้องมองในเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนเป็นเรื่องหลัก ซึ่งทางท่านผู้ว่าฯ ควรจะต้องรีบเร่งในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้แก่คนกรุงเทพมหานครแบบจริงจังเสียที
ทศพร ระบุว่า ส่วนเขตราษฎร์บูรณะ ได้เกิดเหตุน้ำท่วมที่ถนน(เส้นใน) และในเขตข้างเคียง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งตนเชื่อว่าปัญหาเหล่านี้ มีอยู่ในเกือบทุกเขตในกรุงเทพฯ จึงต้องฝากไปยังท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสำนักการระบายน้ำในเรื่อง "การทบทวนมาตรการการป้องกันน้ำท่วมประจำปี" ว่าเหมาะสมกับสถานการณ์การป้องกันปัญหาน้ำท่วมของกรุงเทพฯ ในทุกปี ว่าดีเพียงพอแล้วหรือไม่
กมธ.พาณิชย์ฯ ชงรัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรปลูกข้าวร่วมประกันรายได้
จากนั้น ทศพร ทองศิริ ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา สภาผู้แทนราษฎร แถลงข่าวผลการพิจารณาศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ราคาข้าวเปลือกในปัจจุบัน และหลักเกณฑ์ วิธีการในการรับซื้อข้าวจากชาวนาที่เข้าร่วมโครงการตามนโยบายของรัฐบาล โดยมีผู้แทนจากกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาร่วมประชุม
สำหรับสถานการณ์การผลิตข้าวของประเทศไทยในฤดูกาลผลิต 2563/2564 มีปริมาณข้าวเปลือก จำนวน 31.14 ล้านตัน สามารถแปรรูปเป็นข้าวสารได้จำนวน 20.73 ล้านตัน และมีการส่งออกไปต่างประเทศ จำนวน 5.72 ล้านตัน ในส่วนสถานการณ์การผลิตข้าวในฤดูกาลผลิต 2564/2565 มีปริมาณลดลงจากปีที่ผ่านมาประมาณร้อยละ 8 โดยมีปริมาณข้าวเปลือก จำนวน 29.19 ล้านตัน สามารถแปรรูปเป็นข้าวสารได้จำนวน 19.26 ล้านตัน และคาดการณ์ว่าจะสามารถส่งออกไปต่างประเทศ ประมาณ 6 ล้านตัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณร้อยละ 4.90 โดยปัญหาการค้าข้าวของประเทศไทยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2564 เกิดจากปัญหาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ทำให้เศรษฐกิจโลกชบเซาและมีการปิดประเทศจึงทำให้มีปริมาณนักท่องเที่ยวลดลงส่งผลให้ปริมาณการส่งออกข้าวของประเทศไทยมีปริมาณลดลงด้วย
นอกจากนี้ ยังได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ และค่าเงินบาทที่แข็งค่า รวมถึงปัญหาราคาข้าวในประเทศมีราคาสูงและโรงสีขาดสภาพคล่องทางการเงิน อย่างไรก็ตามในช่วง 6 เดือนหลังของปี 2564 นับตั้งแต่เดือน มิ.ย. เป็นต้นมา สถานการณ์เศรษฐกิจโลกเริ่มดีขึ้น เนื่องจากมีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 จำนวนมากขึ้น ทำให้มีการเปิดประเทศและเปิดการรับนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น รวมถึงค่าเงินบาทอ่อนค่าลง ส่งผลให้สถานการณ์ราคาข้าวของประเทศไทยดีขึ้น
ในส่วนของมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในฤดูการผลิต 2564/2565 คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ได้ทีมติเห็นชอบโครงการประกันรายได้และมาจรการคู่ขนาน ในวงเงินงบประมาณ 151,235 ล้านบาท และมีการเจรจาเชิงรุกกับหลายประเทศเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับข้าวไทย การใช้ช่องทางทูตพาณิชย์ในต่างประเทศ และการส่งเสริมการใช้เมล็ดข้าวพันธุ์ดีและการยกระดับเกษตรแปลงใหญ่อัจฉริยะเพื่อลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มปริมาณผลผลิต
ในการนี้ คณะ กมธ. มีความเห็นว่า รัฐบาลควรมีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่เช่าที่ดินในการทำนาให้สามารถเข้าร่วมโครงการประกันรายได้ การช่วยเหลือให้เกษตรกรสามารถปลูกข้าวได้ผลผลิตต่อไร่ที่สูงขึ้นและลดต้นทุกการผลิตโดยการวิจัยและพัฒนาข้าวพันธุ์ดีและการส่งเสริมการผลิตปุ๋ยภายในประเทศ รวมถึงการลดภาษีการนำเข้าแม่ปุ๋ยและปัจจัยการผลิตจากต่างประเทศ