ไม่พบผลการค้นหา
กลุ่มร่วมทำงาน SCN-CHO เซ็นต์สัญญาขายรถเมล์ NGV 489 คัน พร้อมซ่อมแซมบำรุงรักษา 10 ปี มูลค่าโครงการ 4,261 ล้านบาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ส่งมอบ 100 คันแรกให้ ขสมก. เดือน มี.ค. 2561 หวังเป็นของขวัญต้อนรับเปิดภาคเรียนใหม่ ในเดือน พ.ค. 2561

นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้กำกับดูแลองค์การขนส่งมวลชนมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กล่าวว่า การจัดซื้อรถโดยสารปรับอากาศ เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ หรือ เอ็นจีวี 489 คัน ในครั้งนี้ ดำเนินการตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ฉบับใหม่ อีกทั้งคณะกรรมการบริหารกิจการองค์การ ยังได้เชิญ CAC หรือ แนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต เข้าร่วมสังเกตการณ์ในการพิจารณาคัดเลือกเอกชนผู้ยื่นเสนอร่วมโครงการ 

สำหรับการลงนามสัญญาซื้อขายครั้งนี้จึงดำเนินการตามมติคณะกรรมการบริหารกิจการองค์การเมื่อวันที่ 18 ธ.ค. ที่ผ่านมา โดยเป็นการทำสัญญาซื้อขายรถโดยสารปรับอากาศ NGV จำนวน 489 คัน กับกลุ่มร่วมทำงาน SCN-CHO ที่จัดตั้งโดยบริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) หรือ CHO และบริษัท สแกน อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCN ซึ่งต้องส่งมอบรถเมล์ NGV 100 คันแรก ในเดือน มี.ค. 2561 และคาดว่าจะมีรถเมล์ใหม่ให้บริการคนกรุงเทพได้ทันเปิดภาคเรียนใหม่เดือน พ.ค. 2561 

ส่วนรถเมล์เก่าของ ขสมก. ที่เหลืออยู่อีกหลายพันคัน และการศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้เชื้อเพลิงแบบอื่นๆ เช่น ไฟฟ้า ให้เป็นทางเลือก ได้มอบหมายให้คณะกรรมการฯ พิจารณาในลำดับต่อไป 


"ประเด็นสำคัญตอนนี้ไม่ใช่ NGV หรือไม่ แต่เป็นเรื่องสิ่งแวดล้อมมากกว่า ซึ่งเทรนด์ของโลกคือการเป็นรถไฟฟ้าทั้งหมด"นายไพรินทร์ กล่าว

นายประยูร ช่วยแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถและรักษาการผู้อำนวยการ ขสมก. เปิดเผยว่า หลังจากคณะรัฐมนตรีมีมติให้ ขสมก.จัดซื้อรถโดยสาร NGV จำนวน 3,183 คัน โดยเร่งรัดให้จัดหาจำนวน 489 คันเป็นเฟสแรก เพื่อนำมาให้บริการประชาชนทดแทนรถโดยสารเดิมที่มีสภาพทรุดโทรม 

นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) หรือ CHO กล่าวว่า ตามสัญญาซื้อขาย กลุ่มร่วมทำงาน SCN-CHO จะต้องส่งมอบรถเมล์ NGV 100 คันแรกในเดือน มี.ค. 2561 ส่วนที่เหลือต้องส่งมอบภายใน 180 วัน โดยรถเมล์ดังกล่าวเป็นเทคโนโลยี NGV ซื้อมาจากคู่ค้าในประเทศจีน ที่บริษัททำงานร่วมกันมานานกว่า 15 ปี ขณะที่ ผู้ผลิตรถเมล์ NGV ในจีนปัจจุบันมีมากกว่า 15 ราย ดังนั้น จึงมั่นใจในเรื่องคุณภาพ 

สำหรับรถเมล์ 489 คัน บริษัทนำเข้าตัวถังรถจากจีน และมาประกอบบางส่วนในประเทศไทย อาทิ เครื่องยนต์ เกียร์ แอร์ ซึ่งใช้โรงงานที่ขอนแก่นและพัทยา ส่วนการประกอบถังก๊าซเป็นความชำนาญของบริษัท สแกน อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCN 

"ยืนยันเรื่องความปลอดภัย เพราะทั้งช ทวี และ สแกน อินเตอร์ เราเป็นบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เราไม่ทำอะไรที่สร้างความเสียหายแก่ ขสมก. แก่ประเทศไทย และตัวถังรถหรือชิ้นส่วนต่างๆ ที่นำเข้ามา ยืนยันว่าจ่ายภาษีถูกต้องทุกอย่าง มีใบรับรอง" นายสุรเดชกล่าว

ทั้งนี้ โครงการจัดซื้อรถโดยสารปรับอากาศ เชื้อเพลิง NGV 489 คัน มีมูลค่าโครงการทั้งสิ้น 4,261 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) แบ่งเป็น มูลค่ารถโดยสาร 1,891 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และค่าว่าจ้างซ่อมแซมและบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 10 ปี 2,370 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

สแกน อินเตอร์ - ช ทวี คือใคร

บริษัท สแกน อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCN จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อเดือนก.พ. 2558 ในหมวดธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค เป็นผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับก๊าซธรรมชาติครบวงจร ตั้งแต่ธุรกิจสถานีบริการก๊าซธรรมชาติ ธุรกิจขนส่งก๊าซ NGV ธุรกิจสถานีบริการก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ ธุรกิจออกแบบ รับเหมา ติดตั้งและซ่อมบำรุงอุปกรณ์ก๊าซ NGV ธุรกิจติดตั้งระบบก๊าซในรถยนต์ ธุรกิจจำหน่ายรถยนต์ และธุรกิจอื่นๆ 

ฤทธี กิจพิพิธ
ฤทธี กิจพิพิธ

บริษัทมีทุนจดทะเบียน 600 ล้านบาท มีนายทนง พิทยะ เป็นประธานกรรมการ และนายฤทธี กิจพิพิธ ทำหน้าที่กรรมการผู้จัดการใหญ่ โดยมีผู้ถือหุ้นใหญ่ สัดส่วน 63.05% เป็นคนในตระกูลกิจพิพิธ เป็นธุรกิจที่มีผลประกอบการมีกำไรต่อเนื่อง 3 ปีที่ผ่านมา โดยในปี 2558 มีกำไรสุทธิ 225 ล้านบาท ปี 2559 มีกำไรสุทธิ 308 ล้านบาท และ 9 เดือนในปี 2560 มีกำไรสุทธิ 170 ล้านบาท 

บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) หรือ CHO จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ หรือ mai เมื่อเดือน พ.ค. 2556 ในกลุ่มอุตสาหกรรมสินค้าอุตสาหกรรม เป็นธุรกิจรับออกแบบผลิตตัวถัง ติดตั้งระบบวิศวกรรมทางยานยนต์เพื่อการพาณิชย์ ให้บริการเทคโนโลยีระบบราง รวมทั้งผลิตและ ให้บริการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมในการป้องกันประเทศ สินค้าและบริการของบริษัท เช่น รถบรรทุก รถพ่วง รถบัส รถ ลำเลียงอาหารสำหรับเครื่องบิน รถไฟ รถ ดับเพลิง รถกู้ภัย รถหุ้มเกราะ รถลำเลียงพล เรือรบหลวง เป็นต้น


สุรเดช ทวีแสงสกุลไทย
สุรเดช ทวีแสงสกุลไทย

บริษัทมีทุนจดทะเบียน 296 ล้านบาท มีนางเพ็ญพิมล เวศย์วรุตม์ เป็นประธานกรรมการบริษัท และนายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ โดยคนในตระกูลทวีแสงสกุลไทย ถือหุ้นใหญ่สัดส่วน 52.24% สำหรับผลประกอบการในปี 2558 มีกำไรสุทธิ 36 ล้านบาท ขณะที่ ปี 2559 ขาดทุนสุทธิ 91 ล้านบาท และ 9 เดือนของปี 2560 ขาดทุนสุทธิ 41 ล้านบาท