อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีข้อมูลคนไข้ของกระทรวงสาธารณสุขหลุดออกสู่สาธารณะ กว่า 16 ล้านรายว่า ได้ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นแล้ว พบว่าเกิดเหตุที่จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งเกิดเหตุลักษณะนี้เป็นครั้งที่สอง ครั้งแรกที่จังหวัดสระบุรี ซึ่งได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเร่งจัดการแก้ไขปัญหาแล้ว โดยมอบหมายไปยังศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศให้ไปตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมด
เบื้องต้นทราบว่าเป็นข้อมูลทั่วไปของคนไข้ ไม่ใช่ข้อมูลที่เป็นความลับ แต่เมื่อเกิดเหตุเป็นครั้งที่ 2 จึงต้องกำชับให้ปรับการป้องกันความปลอดภัยทางไซเบอร์ต่างๆ ให้รัดกุมมากขึ้น พร้อมเชื่อว่าโรงพยาบาลทุกแห่งเก็บข้อมูลคนไข้แบบมีลำดับชั้นความลับอยู่แล้ว และย้ำว่าเรื่องนี้ทางสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขที่จะต้องเข้าไปแก้ไขดูแล จึงขอว่าไม่ต้องตื่นตระหนกจนเกินไป
ส่วนการโหวตร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ3 ในวันที่ 10 ก.ย.นี้ ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยให้เอกสิทธิ์ ส.ส.ของพรรคในการโหวต โดยให้ยึดหลักการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ไม่ใช่ประโยชน์ต่อนักการเมืองหรือพรรคการเมือง พร้อมเชื่อว่า ส.ส.ของพรรคมีวุฒิภาวะ ดุลพินิจตัดสินใจได้ว่าควรโหวตอย่างไร เพราะเรื่องของรัฐธรรมนูญไม่สามารถบังคับกันได้
อนุทิน ยังกล่าวว่า หาก ศบค.ต้องสิ้นสุดการทำหน้าที่ ทางกระทรวงสาธารณสุขมีความพร้อมด้านสาธารณสุขอย่างเต็มที่ แต่ต้องบูรณาการกับทุกภาคส่วนหาวิธีการทำงานมารองรับด้วย เช่น ด้ายความมั่นคง การบังคับใช้กฏหมาย การสนับสนุนระหว่างหน่วยงาน โดยทั้งหมดต้องมาหารือรายละเอียดร่วมกันอีกครั้ง
อนุทิน กล่าวถึงกรณี มีกระแสข่าวงูเห่าในพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล ที่โหวตช่วยรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย ถ้ามีการขับออกพรรคภูมิใจไทยพร้อมรับเข้าพรรคหรือไม่ว่า เป็นเรื่องของพรรคเขา พรรคภูมิใจก็อยู่กับพรรคภูมิใจไทย เมื่อถามว่าทำไมช่วงนี้พรรคภูมิใจไทยเนื้อหอมใครๆก็อยากมาอยู่ อนุทิน กล่าวว่า "ทำงานเยอะมั้ง"
ส่วนกรณี วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ที่งดออกเสียงโหวตในส่วนของ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จะเรียกร้องให้พรรคพลังประชารัฐลงโทษหรือไม่ อนุทิน จึงย้อนถามกลับผู้สื่อข่าวว่า "คือใคร ไม่รู้จัก เขาเป็นใคร" พร้อมกับหัวเราะก่อนขอตัวเดินทางไปประชุมคณะรัฐมนตรี ที่ตึกสันติไมตรี