ไม่พบผลการค้นหา
นพ.ระวี ตั้งข้อสงสัยการประมูลแหล่งบงกชและเอราวัณ มีการล็อกสเปกหรือไม่ เพราะทีโออาร์ที่แถลงออกมา ไม่ก่อให้เกิดการแข่งขันโดยเสรี เป็นการเอื้อประโยชน์ต่อรายเก่าเป็นหลัก

นพ.ระวี มาศฉมาดล ผู้ประสานงานสภาพลังงานเพื่อประชาชนได้ให้สัมภาษณ์ว่า ระยะเวลา 1 -2 ปีที่ผ่านมา มีคำถามว่าแหล่งบงกชและเอราวัณ ที่จะประมูลใหม่ รัฐได้ใช้ทีโออาร์ที่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศหรือไม่ วิธีการกำหนดทีโออาร์และวิธีประมูลโปร่งใสจริงหรือไม่ เกิดการแข่งขันจริงหรือไม่ และมีการล็อคสเปคเกิดขึ้นหรือไม่

นพ.ระวี กล่าวต่อว่า ประเด็นสำคัญที่รัฐบาลจะต้องตัดสินใจใหม่มี 2 ประเด็น คือ ทีโออาร์ที่เกิดขึ้นก่อให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดต่อชาติหรือไม่ แหล่งบงกชเอราวัณมีมูลค่าผลผลิตปีละ 2 แสนล้านบาท ที่ผ่านมาภายใต้ระบบสัมปทานรัฐได้รายได้เพียงร้อยละ 30 เท่านั้น ซึ่งจะแตกต่างกับระบบจ้างผลิตมาก ที่รายได้ของประเทศอาจจะแตกต่างกันถึง 1 แสนล้านบาทต่อปี

"การประมูลมีข้อสงสัยว่าล็อกสเปกหรือไม่ เพราะทีโออาร์ที่แถลงออกมา ไม่ก่อให้เกิดการแข่งขันโดยเสรี เป็นการเอื้อประโยชน์ต่อรายเก่าเป็นหลัก และที่ผ่านมากระทรวงพลังงานออกมาให้ข่าวหลายครั้งที่พูดชัดเจนว่า ควรจะเป็นเจ้าเก่าด้วยเหตุผลต่างๆนานา เหมือนแผ่นเสียงตกร่อง การแถลงแบบนี้จะมีเอกชนรายใหม่ที่ไหน จะมาประมูลแข่งกับเจ้าเก่า ซึ่งต่อมามี 5 บริษัทเอกชนยืนกรานจะเข้าร่วมประชุมซึ่งน่าจะมีคำถามว่าบริษัทใหม่ๆ จะเข้าร่วมประมูลจริงหรือ หรือเป็นเพียงละคร ตามบทเท่านั้น ทั้งนี้ ปตท.สผ.ออกข่าวว่า เจรจากับเชฟรอน ขอหุ้นในแปลงเอราวัณเพิ่มอีก 20% จาก 5% เดิมที่มีอยู่แล้วแลกกับการจะไม่เข้าร่วมแข่งขันกับเชฟรอน ปรากฏว่าเชฟรอนไม่ยอม ซึ่งหากเชฟรอนยอมก็จะเกิดการ ฮั้วไม่ลง แข่งขันประมูลแหล่งเอราวัณของ ปตท.สผ."นพ.ระวี กล่าว

นพ.ระวี กล่าวว่า เมื่อวันนี้ 25 ก.ย. ที่ผ่านมา มีเพียงสองบริษัทเท่านั้นที่เข้าประมูลและได้ท้าพิสูจน์ได้เลย สุดท้ายจะได้รายเดิมแข่งกันเอง โดยไม่มีการแข่งขันจริง อันจะทำให้ประเทศสูญเสียรายได้เป็น 1 แสนล้านบาทต่อปี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง