ไม่พบผลการค้นหา
ข้อเรียกร้องของ #ม็อบปลดแอก​ วันนี้ ไปไกลเกินกว่าที่ “รัฐสภา” จะรับไหว การเปิดประชุมสภาเมื่อเดือนก่อนนั้น จึงเป็นได้เพียงปาหี่ทางการเมือง ให้ดูเหมือนมีกิจกรรมระบายไอเดือดออกจากกาน้ำ

ส.ว.จำนวนมากใช้เวลากับการด่าทอข้อเสนอของ #ม็อบปลดแอก

ส.ส.จำนวนมาก ปิดทางข้อเสนอ ปิดความฝันของ #ม็อบปลดแอก

ตัดภาพไปที่ฝั่งรัฐบาล ก็ได้เห็นภาพของเนติบริกรลุกขึ้นอธิบายข้อติดขัดทางกฎหมาย หากยืนยันให้ พล.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลงจากอำนาจในวันนี้ เป็นการใช้เงื่อนทางกฎหมายที่ผูกมัดมาอย่างดีแล้ว ปิดทางข้อเรียกร้องของ #ม็อบปลดแอก 

ภาคต่อที่รับลูกมาจากสภา คือการเดินเกมของ “นายกรัฐมนตรี” เพื่อเสนอทำประชามติ เปิดทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการเดินเกมของ “ประธานรัฐสภา” โดยเชื้อเชิญ อดีตนายกรัฐมนตรี-คีย์แมนทางการเมือง เข้ามาแสวงหาสมานฉันท์ทางการเมือง 

ทั้งสองเกมการเมือง ล้วนหวังผลที่การระบายไอเดือดออกจากกาน้ำ แต่ทั้งสองเกมส์การเมืองล้วนไม่ปรากฏที่ยืนอย่างโดดเด่นให้กับตัวแทนและข้อเสนอของ #ม็อบปลดแอก

การชุมนุมเมื่อ 8 พ.ย. 2563 ที่บริเวณใกล้พระบรมมหาราชวัง เพื่อส่งจดหมายฉบับสำคัญ เป็นภาพสะท้อนว่า #ม็อบปลดแอก ปฏิเสธเกมการเมืองแบบ “ยื้อเวลา” ทุกประเภท 

การเลี่ยงหลบ กลบเสียงข้อเรียกร้องที่เป็นความฝันของผู้คนจำนวนมาก ในทำนอง “ทำเป็นไม่เห็น-ทำเป็นไม่ได้ยิน” รังแต่จะทำให้สถานการณ์ร้อนไปข้างหน้า

“ทั้งสาร และวิธีการเรียกร้อง” มีแนวโน้มหนักไปข้างหน้า หากบรรดาสารที่อยู่ในจดหมายไม่ได้รับการตอบสนอง

“ข้อตอบสนองสองระดับ” 

ประเด็น “ข้อตอบสนอง” มีอยู่หลายระดับด้วยกัน ตั้งแต่ตอบสนองด้วยการปรับตัว ไปจนถึงตอบสนองด้วยการเซ็ตซีโร่ประเทศ 

เหมือนที่มี “เครือข่ายประชาชนปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ (คปส.)” ประกาศว่าจะเดินทางไปส่งสารถึงนายกรัฐมนตรี และผู้บัญชาการทหารบก 

เพื่อ “เรียกร้องให้มีการรัฐประหาร ชัตดาวน์ประเทศไทย” 

ชัตดาวน์

การตอบสนองในลักษณะนี้ ดำเนินไปพร้อมกับเครือข่าย “พุทธะอิสระ-บิณฑ์-วรงค์-อุ๊-สื่อเครือเนชั่น” ที่นับวันยิ่งเดินหน้าปลุกระดมความเกลียดชัง จากความเห็นต่างที่สามารถถกเถียงได้ด้วยเหตุด้วยผลให้หนักหน่วงยิ่งขึ้นไปด้วยอารมณ์ อาทิ 

“เพจหลวงปู่พุทธะอิสระ” โพสต์ข้อความหลัง #ม็อบ8พฤศจิกา ว่า

“ม็อบคณะราษฎร หรือ ม็อบทรราช กันแน่

ถึงกับบังอาจจะบุกเข้าไปถึงประตู พระบรมมหาราชวัง ซึ่งเป็นเขตพระราชฐานชั้นใน

ด้วยพฤติกรรม ที่กักขฬะ ป่าเถื่อน ผิดวิสัยของเด็ก

มันจะเหยียบย่ำหัวใจคนในชาตินี้กันเกินไปหรือเปล่า....

เมื่อพูดกันดีๆ ไม่รู้ภาษา ถ้างั้น คงต้องลงไม้เรียว ให้หลาบจำกันบ้าง เผื่อจะสำนึกได้

แล้วเจอกัน ให้มันจบกันไปในรุ่นนี้”

https://scontent.fbkk12-3.fna.fbcdn.net/v/t1.0-9/123591924_10158691426223446_3713925684441065316_o.jpg?_nc_cat=102&ccb=2&_nc_sid=8bfeb9&_nc_eui2=AeEmbRCOTfIp92BeC-9yUWk--hEBO52iliP6EQE7naKWI2PZbENrKcDU_YxYJYHdg2M&_nc_ohc=T-aREhnXRU4AX-h07T6&_nc_ht=scontent.fbkk12-3.fna&oh=c21e963873aeb5ea91ae61cbb60ab435&oe=5FD1C210
  • ภาพจาก เฟซบุ๊กหลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara)

ตามด้วยความเห็นของ “หมอวรงค์” ที่กำลังเดินสายจัดกิจกรรม "ชวนกินข้าว ฟังเรื่องเล่าพระเจ้าอยู่หัว” ในหลายจังหวัด 

“ทั้งๆ ที่พระองค์ทรงมีพระเมตตา ไม่ถือสาเอาความ ไม่ให้ใช้มาตรา 112 เพราะพระองค์ทรงรักประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน

แต่คนกลุ่มนี้กลับไม่สำนึก กำเริบเสิบสาน กระทำในสิ่งที่มิบังควร เหิมเกริม โดยเฉพาะข้อความในจดหมาย รวมทั้งการใช้ความรุนแรง ตะโกนคำพูดที่หยาบคายต่อสถาบัน ทำร้ายเจ้าหน้าที่ ทำลายข้าวของ และใช้พลุไฟขว้างใส่เจ้าหน้าที่

ถึงเวลาที่พวกเรา ประชาชนผู้ภักดี ต้องออกมารวมตัวกันอีกสักครั้งดีไหม ? เพื่อร่วมกันเรียกร้องให้รัฐบาล ดำเนินคดีกับคนกลุ่มนี้ ด้วยกฎหมายมาตรา 112 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง”

ตามด้วย “นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาผสมโรงด้วยการเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการกับม็อบทางใดทางหนึ่ง 

“ผมยังยืนยันในหลักการเดิมว่า รัฐบาลหน่อมแน้ม เป็นใบ้ไม่ชี้แจงตามสมควร ปล่อยให้ทุกอย่างพุ่งตรงสู่สถาบันโดยไม่ยับยั้งแก้ไข การเป็นใบ้ ไม่ชี้แจง เหมือนกับรัฐบาลกำลังกลายเป็นแนวร่วมผู้บ่อนเซาะสถาบันไปโดยปริยาย ด้วยความโง่เขลาเบาปัญญาของรัฐบาลเอง สิ่งที่ผู้ชุมนุมทำผมว่าเหยียบย่ำหัวใจคนที่เขาจงรักภักดี รัฐบาลไม่คำนึงถึงความเจ็บปวดของประชาชนกลุ่มนี้บ้างเลยหรือ ?”

“จิตวิญญาณประเทศ” 

ตัดกลับไปที่บรรยากาศหลังการเลือกตั้งของประเทศในโลกเสรี ว่าที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้กล่าวสุนทรพจน์ชิ้นสำคัญต่ออเมริกันชนเมื่อค่ำวันที่ 7 พ.ย. 2563 ที่ผ่านมา 

ว่าที่ประธานาธิบดีไบเดนบอกว่า เขาลงสมัครประธานาธิบดีหนนี้ก็เพื่อ “Restore the soul of America” หรือ รื้อฟื้นจิตวิญญาณของประเทศ 

โจ ไบเดน

เหมือนกับการต่อสู้หนนี้ในไทย ซึ่งก้าวไปไกลในระดับ “นิยามจิตวิญญาณของประเทศกันใหม่-จัดวางตำแหน่งแห่งที่จิตวิญญาณของประเทศกันใหม่” 

เหมือนที่ “ประจักษ์ ก้องกีรติ” นิยามการเคลื่อนไหวของ #ม็อบ8พฤศจิกา และการจัดกิจกรรมส่งจดหมายว่า “การชุมนุมวันนี้ คือ การสร้างวัฒนธรรมการเมืองและการต่อสู้ทางการเมืองแบบใหม่สำหรับสังคมไทย” 

การตอบสนองจะดำเนินไปในระดับใด ยังคงเป็นเรื่องยากหยั่งถึง แต่ความพยายามในการนิยามจิตวิญญาณของประเทศกันใหม่ก็ดี แต่ความพยายามในการสร้างวัฒนธรรมการเมืองใหม่ก็ดี 

ล้วนดำรงอยู่จริง และยากที่จะทำเป็นไม่เห็น-ไม่ได้ยิน.

วยาส
18Article
0Video
63Blog