วันนี้ (31 ตุลาคม 2568) นรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทยได้โพสต์ บันทึกจากนายกสมาคมทนายความฯ โดยระบุว่า กรณีสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 130 เสียง ลงมติให้การกล่าวถ้อยคำว่า “คนขายหมู” ของ สว.นันทนา นันทวโรภาส เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง เพราะเป็นการด้อยค่า สว.ท่านหนึ่งซึ่งมีอาชีพขายหมู จึงมีมติให้ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ไต่สวนเพื่อดำเนินคดีกับ สว.นันทนาต่อไป ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 234 (1) ประกอบมาตรา 235 (1) นั้น
ตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2561 ซึ่งรัฐธรรมนูญมาตรา 219 วรรคสอง ให้ใช้บังคับกับ สส. สว. และคณะรัฐมนตรีด้วย โดยกำหนดให้การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงจะต้องเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอันเป็นอุดมการณ์ในหมวด 1 ข้อ 5 ถึงข้อ 10 แต่หากเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมในหมวด 2 และหมวด 3 ตั้งแต่ข้อ 11 ถึงข้อ 26 จะถือว่ามีลักษณะร้ายแรงหรือไม่ ต้องพิจารณาถึงพฤติกรรมของการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติ เจตนาและความร้ายแรงของความเสียหายที่เกิดจากการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ นั้น
หากพิจารณาความร้ายแรงของถ้อยคำดังกล่าว พิจารณาได้จากรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (7) อันเป็นคุณสมบัติของรัฐมนตรีซึ่งถือว่าความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษ และความผิดฐานหมิ่นประมาทไม่ถือเป็นความร้ายแรง ผู้ที่ต้องคำพิพากษาให้จำคุกเพราะความผิดดังกล่าวจึงไม่ขาดคุณสมบัติของการเป็นรัฐมนตรี จึงสงสัยว่าการลงมติของ สว.ทั้ง 130 คน ที่เห็นว่าการกล่าวถ้อยคำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงนั้น น่าจะมาจากเรื่องส่วนตัวที่ต้องการกำจัด สว.นันทนา ที่เป็นฝ่ายตรงข้ามกับ สว. สีน้ำเงินที่ลงมติ
ทั้งนี้เนื่องจากการกล่าวถ้อยคำดังกล่าวมิได้ทำให้ผลประโยชน์ของประเทศชาติเสียหาย หรือเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต หรือเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบเพื่อตนเองหรือผู้อื่น หรือเป็นการละเมิดศีลธรรมอันดีของประชาชน การกล่าวถ้อยคำของ สว.นันทนา จึงไม่อาจเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่เป็นการปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมตามที่ลงมติกันได้
ดังนั้นการกล่าวถ้อยคำว่า “คนขายหมู” ไม่ถือเป็นการด้อยค่าผู้อื่นอันเป็นการดูหมิ่น หรือเป็นการใส่ความทำให้ สว.ที่มีอาชีพขายหมูเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง เพราะการขายหมูเป็นอาชีพสุจริต แม้แต่เจ้าสัวซีพีซึ่งเป็นมหาเศรษฐีก็ขายหมูเช่นกัน นอกจากนี้ความผิดฐานดูหมิ่นยังเป็นความผิดลหุโทษ ส่วนความผิดฐานหมิ่นประมาทก็เป็นความผิดที่ยอมความได้ จึงไม่อาจถือว่าการกล่าวถ้อยคำดังกล่าวเป็นเรื่องร้ายแรงตามนัยแห่งรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (7) ประกอบกับมาตรฐานทางจริยธรรมฯ พ.ศ. 2561 ตั้งแต่ข้อ 5 ถึงข้อ 26 ไม่มีข้อใดถือว่าการกล่าวถ้อยคำที่อาจเป็นการดูหมิ่นหรือหมิ่นประมาทเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม โดยศาลรัฐธรรมนูญก็เคยวินิจฉัยกรณีที่อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญท่านหนึ่ง กล่าวถ้อยคำในเชิงด้อยค่าพรรคการเมืองหนึ่งว่า ไม่เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่เป็นการปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม
ในทางตรงกันข้ามการลงมติของ ส.ว.ทั้ง 130 คนต่างหาก ที่มีลักษณะเป็นการแก้แค้นหรือเอาคืนด้วยเรื่องส่วนตัว มิได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยุติธรรม เป็นกลาง และปราศจากอคติ อันเป็นการละเมิดมาตรฐานทางจริยธรรมฯ ข้อ 1 และข้อ 13 ซึ่งถือเป็นความร้ายแรงที่อาจถูกถอดถอนได้เช่นกัน
นรินท์พงศ์ จินาภักดิ์
นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย
31 ตุลาคม 2568
ต่อมา สว.นันทนา นันทวโรภาส ได้แชร์โพสต์ บันทึกจากนายกสมาคมทนายความฯ มายังสื่อโซเชียลมีเดียส่วนตัว พร้อมระบุข้อความต่อสาธารณะว่า
ขอขอบคุณ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ร่วมกันพิทักษ์ความเป็นธรรม และปกป้อง #รัฐสภา ไทย