ประเทศไทยคุ้นเคยกับการเรียกตัวเองว่า "ครัวของโลก" มาอย่างยาวนาน แต่คำถามสำคัญในวันนี้อาจไม่ใช่ว่า เราผลิตอาหารได้มากเพียงใด หากแต่คือ เราจะยังสามารถเป็นครัวของโลกได้อีกนานแค่ไหน
โลกกำลังเข้าสู่ยุคที่ความมั่นคงทางอาหารไม่ได้แข่งขันกันด้วยพื้นที่เพาะปลูกหรือแรงงานราคาถูกอีกต่อไป แต่แข่งขันกันด้วย วิทยาศาสตร์ ข้อมูล เทคโนโลยี และนวัตกรรม ประเทศที่สามารถคาดการณ์ความเสี่ยงล่วงหน้า พัฒนาพันธุ์พืชและเทคโนโลยีของตนเอง เชื่อมโยงข้อมูลทั้งห่วงโซ่การผลิต และเปลี่ยนงานวิจัยให้เป็นธุรกิจได้ จะเป็นประเทศที่กำหนดมาตรฐานใหม่ของเศรษฐกิจอาหารโลก
ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความผันผวนของทรัพยากรน้ำ โรคพืชและโรคสัตว์ การเข้าสู่สังคมสูงวัยของแรงงานภาคเกษตร รวมถึงมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของตลาดโลก กำลังทำให้ Food Security กลายเป็นประเด็นด้าน ความมั่นคงทางเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์การแข่งขันของประเทศ มากกว่าจะเป็นเพียงนโยบายภาคเกษตร
🔵 ประเทศไทยไม่ได้ขาดหน่วยงาน แต่ยังขาด "ระบบ"
โจทย์สำคัญของประเทศไทยในวันนี้ ไม่ใช่การตั้งหน่วยงานใหม่ แต่คือการเชื่อมศักยภาพของหน่วยงานที่มีอยู่ให้ทำงานเป็น "ห่วงโซ่การขับเคลื่อนความมั่นคงทางอาหารของประเทศ" (National Food Security Value Chain)
ห่วงโซ่นี้ควรเริ่มต้นจาก ข้อมูล (Data) ที่สามารถบอกได้ว่าพื้นที่ใด สินค้าใด หรือห่วงโซ่การผลิตใดกำลังเผชิญความเสี่ยงมากที่สุด จากนั้นจึงเชื่อมต่อไปสู่ การกำหนดโจทย์วิจัย (Research Prioritization) การพัฒนา เทคโนโลยีและนวัตกรรม (Technology & Innovation) การใช้ ข้อมูลอวกาศและทรัพยากรน้ำ (Geospatial & Water Intelligence) เพื่อคาดการณ์และเตือนภัยล่วงหน้า ก่อนจะส่งต่อองค์ความรู้ไปสู่เกษตรกร ผู้ประกอบการ และอุตสาหกรรมอาหาร
เมื่อทั้งระบบเชื่อมโยงกัน ประเทศไทยจะสามารถเปลี่ยนจากการบริหารแบบ Reactive หรือการแก้ปัญหาหลังเกิดเหตุ ไปสู่ Predictive Governance หรือการคาดการณ์และป้องกันล่วงหน้า ซึ่งเป็นแนวทางที่ประเทศชั้นนำกำลังใช้ในการบริหารความมั่นคงทางอาหาร
🔵 จุดเปลี่ยนของประเทศไทยอยู่ที่ "นวัตกรรมอาหาร (Food Innovation)"
สิ่งที่น่าสนใจคือ ภาคเอกชนไม่ได้มอง Food Security เป็นเพียงเรื่องของผลผลิตอีกต่อไป แต่กำลังมองไปถึง Food Innovation ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่วัตถุดิบ เทคโนโลยีการผลิต อาหารเพื่อสุขภาพ อาหารแห่งอนาคต (Future Food) โปรตีนทางเลือก (Alternative Protein) เกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture) ระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ไปจนถึงการสร้างแบรนด์และการขยายตลาดระดับโลก
แนวคิดนี้สอดคล้องกับทิศทางที่ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ผลักดันอย่างต่อเนื่อง ผ่านการพัฒนาระบบนิเวศ FoodTech และ AgriTech ที่มุ่งเชื่อมโยงสตาร์ทอัพ นักวิจัย มหาวิทยาลัย ภาคอุตสาหกรรม และนักลงทุน ให้ร่วมกันสร้างนวัตกรรมที่สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้จริง ไม่ใช่เพียงงานวิจัยที่สิ้นสุดอยู่ในห้องปฏิบัติการ
นี่คือการเปลี่ยนมุมมองจาก"ผลิตอาหารให้มากขึ้น" ไปสู่"สร้างมูลค่าเพิ่มจากองค์ความรู้" ซึ่งเป็นทิศทางที่หลายประเทศกำลังใช้เป็นยุทธศาสตร์เศรษฐกิจใหม่
🔵จาก ความมั่นคงทางอาหาร(Food Security) สู่ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ (Economic Security)
หากมองในมิติที่กว้างขึ้น ความมั่นคงทางอาหารไม่ใช่เพียงเรื่องของเกษตรกร แต่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน การส่งออก ความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหาร ความเชื่อมั่นของนักลงทุน และความสามารถของประเทศในการรับมือกับวิกฤติโลก
ประเทศไทยจึงควรมี National Food Security Roadmap ที่บูรณาการข้อมูล วิทยาศาสตร์ วิจัย นวัตกรรม และการลงทุนเข้าด้วยกัน พร้อมกำหนดเทคโนโลยียุทธศาสตร์ที่ประเทศต้องพัฒนาเอง ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์พืช เทคโนโลยีชีวภาพ ระบบเซ็นเซอร์ AI การบริหารจัดการน้ำ หรือแพลตฟอร์มข้อมูลด้านการเกษตร เพื่อสร้าง อธิปไตยทางเทคโนโลยีด้านอาหาร (Food Technology Sovereignty) และลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ
🔵 ถึงเวลาที่ประเทศไทยต้องเปลี่ยนจาก "ครัวของโลก" เป็น "ชาตินวัตกรรม (Innovation Nation)"
ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านทรัพยากร ความหลากหลายทางชีวภาพ และชื่อเสียงด้านอาหาร ซึ่งเป็นต้นทุนที่หลายประเทศไม่มี แต่ในโลกยุคใหม่ ต้นทุนเหล่านี้เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป
ประเทศที่จะเป็นผู้นำด้านอาหารในอนาคต จะไม่ใช่ประเทศที่ผลิตได้มากที่สุด แต่คือประเทศที่สามารถ เปลี่ยนข้อมูลให้เป็นการตัดสินใจ เปลี่ยนงานวิจัยให้เป็นนวัตกรรม เปลี่ยนนวัตกรรมให้เป็นธุรกิจ และเปลี่ยนธุรกิจให้เป็นความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
นี่คือเหตุผลที่ "ห่วงโซ่การขับเคลื่อนความมั่นคงทางอาหารของประเทศ" จึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นนโยบายด้านเกษตรเพียงอย่างเดียว แต่ควรได้รับการยกระดับให้เป็น ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจแห่งชาติ ที่เชื่อมโยงภาครัฐ ภาคเอกชน มหาวิทยาลัย นักวิจัย สตาร์ทอัพ และนักลงทุน เข้าด้วยกัน
เพราะท้ายที่สุดแล้ว "ความมั่นคงทางอาหาร" จะไม่ได้เป็นเพียงหลักประกันว่าเราจะมีอาหารเพียงพอ แต่จะเป็นตัวชี้วัดว่า ประเทศไทยมีศักยภาพในการแข่งขันและเติบโตบนฐานนวัตกรรมได้มากเพียงใดในโลกศตวรรษที่ 21
โดย ดร.ประเสริฐ พัฒนผลไพบูลย์ ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สภาผู้แทนราษฎร