ไม่พบผลการค้นหา
ปราโบโว ซูเบียนโต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซีย ได้ประกาศชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีของประเทศเมื่อวันพุธที่ผ่านมานี้ (14 ก.พ.) หลังจากการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าปราโบโวมีคะแนนเสียงนำหน้าคู่แข่งอย่างมีนัยสำคัญ

จากผลคะแนนแบบ “นับด่วน” กว่า 85-95% ของคูหาเลือกตั้งทั่วประเทศชี้ว่า ปราโบโว อดีตผู้บัญชาการกองกำลังพิเศษอินโดนีเซียวัย 72 ปี ซึ่งเคยลงสมัครรับเลือกตั้งตำแหน่งประธานาธิบดีอินโดนีเซียมาแล้ว 2 ครั้ง ได้รับคะแนนเสียงประมาณ 58% จากการเลือกตั้งที่มีผู้ท้าชิง 4 คน 

คู่แข่งของโปรโบโวอย่าง อานีส บาสเวดาน และ กันจาร์ ปราโนโว มีคะแนนตามหลังด้วยคะแนนเสียงประมาณ 25% และ 17% ตามลำดับ ตามข้อมูลของผู้ทำการสำรวจอิสระที่คอยทำการนับคะแนนตามคูหา ซึ่งช่วยให้การทำนายผลการนับคะแนนมีความอย่างแม่นยำมากกว่าการเลือกตั้งประธานาธิบดีโดยตรงครั้งก่อนๆ ซึ่งเริ่มขึ้นในอินโดนีเซียครั้งแรกเมื่อปี 2547

ทั้งนี้ การนับคะแนนผลการหย่อนบัตรเลือกตั้งเบื้องต้นโดยคณะกรรมการการเลือกตั้งอินโดนีเซีย มีความล่าช้ากว่าการนับของผู้ทำการสำรวจอิสระอย่างมาก โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งอินโดนีเซียระบุผลการนับคะแนนเบื้องต้นว่า ปราโบโวได้รับคะแนนเสียง 57.7% จากการรับบัตรลงคะแนนประมาณ 6% เท่านั้น

ปราโบโวกล่าวกับผู้สนับสนุนของเขาหลังจากประกาศชัยชนะของตัวเอง พร้อมกันนี้ ปราโบโวกล่าวว่าเขา “ขอบคุณ” สำหรับผลลัพธ์ของการเลือกตั้งที่ออกมาอย่างรวดเร็ว “เราไม่ควรหยิ่งผยอง เราไม่ควรภูมิใจ เราไม่ควรร่าเริง เรายังต้องถ่อมตัว ชัยชนะครั้งนี้จะต้องเป็นชัยชนะของชาวอินโดนีเซียทุกคน” ปราโบโวกล่าวในการกล่าวสุนทรพจน์ที่ออกอากาศผ่านทางสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ

กันจาร์และอานีสได้ออกมาเรียกร้องให้ประชาชนอินโดนีเซียรอผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการ ซึ่งคาดว่าจะได้รับการประกาศออกมาอย่างช้าที่สุดภายในวันที่ 20 มี.ค. ทั้งนี้ ทีมรณรงค์หาเสียงของผู้สมัครทั้งสองกำลังสืบสวนรายงานการละเมิดการเลือกตั้ง โดยทั้งสองกล่าวหาว่าการเลือกตั้งอินโดนีเซียในครั้งนี้ เกิด “การฉ้อโกงเชิงโครงสร้าง เป็นระบบ และทำกันเป็นครั้งใหญ่” แม้ว่าทั้งสองจะไม่แสดงหลักฐานสนับสนุนข้อกล่าวหาของพวกเขาก็ตาม

หากต้องการชนะการเลือกตั้งในรอบเดียว ผู้สมัครท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอินโดนีเซียจะต้องมีคะแนนเสียงมากกว่า 50% และต้องได้รับคะแนนจากบัตรลงคะแนนอย่างน้อย 20% ในครึ่งหนึ่งของจังหวัดทั้งหมดในอินโดนีเซีย ทั้งนี้ หากไม่มีผู้สมัครคนใดได้รับเสียงข้างมาก อินโดนีเซียจะนำผู้ท้าชิงที่ได้รับคะแนนนิยมมากที่สุด 2 อันดับแรก มาทำการเลือกตั้งอีกครั้งเพื่อหาผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในเดือน มิ.ย.

ปราโบโวเป็นผู้ท้าชิงคนสำคัญ และได้รับคะแนนนิยมมากที่สุดในการเลือกตั้งครั้งนี้ อันเป็นผลส่วนหนึ่งมาจากการประกาศการสนับสนุนที่ชัดเจนของ โจโก วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซียคนปัจจุบัน ที่กำลังจะหมดวาระการดำรงตำแหน่งลงตามรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ ยิบราน รากาบูมิง รากา ลูกชายของวิโดโดวัย 36 ปีของเขา ยังร่วมลงศึกเลือกตั้งกับปราโบโวในฐานะผู้ท้าชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีอินโดนีเซีย และทั้งสองได้ให้คำมั่นว่าพวกเขาจะสานต่อนโยบายของวิโดโด ซึ่งยังคงได้รับคะแนนนิยมประมาณ 80%

ปราโบโวและยิบรานจะเข้ามารับช่วงต่อการบริหารงานของวิโดโด ในขณะที่อินโดนีเซียมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในปีที่แล้วเพียง 5% ทั้งสองยังต้องเข้ามาสานต่อโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่มีความทะเยอทะยานมากมาย รวมถึงการย้ายเมืองหลวงจากกรุงจาการ์ตาไปยังเกาะบอร์เนียวอีกด้วย

ก่อนหน้านี้ วิโดโดขึ้นมาครองตำแหน่งประธานาธิบดีอินโดนีเซีย จากการเป็นกลุ่มชนชั้นสูงทางการเมืองและการทหาร นับตั้งแต่การล่มสลายของการปกครองอันเด็ดขาดของซูฮาร์โตในปี 2541 อย่างไรก็ดี วิโดโดถูกกล่าวหาว่าเขาพยายามสร้างราชวงศ์ทางการเมืองเป็นของตัวเอง

การลงสมัครเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งของยิบราน ได้รับอนุญาตจากคำตัดสินของศาลที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เนื่องจากคำตัดสินดังกล่าวมีพี่เขยของวิโดโดเป็นหนึ่งในผู้พิพากษา ก่อให้เกิดการประท้วงประณามผ่านการกล่าวหาว่าวิโดโดพยายามเข้ามาแทรกแซงการเลือกตั้งในช่วงก่อนการเลือกตั้งที่ผ่านมา

ในอดีต ปราโบโวเคยเป็นผู้บัญชาการทหารในกองกำลังพิเศษโคพาสซุสระหว่างการปกครองของซูฮาร์โต ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นพ่อตาของเขามาก่อน ยังมีเสียงวิจารณ์หลังจากที่ปราโบโวได้รับการปล่อยตัวในปี 2541 หลังจากมีข้อกล่าวหาว่าเขาพร้อมพวกลักพาตัวและทำการทรมานฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองของซูฮาร์โต โดยจากนักเคลื่อนไหวจำนวน 22 คนที่ถูกลักพาตัวไปในปีนั้น มีนักกิจกรรมทั้งหมด 13 คนที่ยังคงสูญหายไป และถึงแม้ปราโบโวจะไม่เคยถูกพิจารณาคดี แต่พรรคพวกของเขาหลายคนกลับถูกดำเนินคดี และถูกตัดสินว่ามีความผิดจริง

นอกจากนี้ ปราโบโวยังถูกกล่าวหาว่ากระทำการอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนในติมอร์ตะวันออก ซึ่งได้รับเอกราชจากอินโดนีเซีย ท่ามกลางการล่มสลายของระบอบการปกครองซูฮาร์โต และปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ปาปัวตะวันออก


ที่มา:

https://www.aljazeera.com/news/2024/2/14/prabowo-subianto-claims-victory-in-indonesian-presidential-election?fbclid=IwAR247H6JIsdyb9u2kVGTHZT83Nbw1BJe1N8_HoeWycNSRhKN7Y5TFbBke7o