ไม่พบผลการค้นหา
อดีตบรรณาธิการหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว 'ถูกปลดจากตำแหน่ง' หลังไม่ยอมผ่อนท่าทีในการรายงานข่าววิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลทหาร แต่ผู้บริหารเครือโพสต์ยืนยัน 'ไม่ได้สั่งปลด' แค่ย้ายตำแหน่ง เพราะมีปัญหาด้านการบริหาร

นายอุเมส ปานเดย์ อดีตบรรณาธิการข่าวของหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ เผยแพร่ข้อความลงในเฟซบุ๊ก Umesh Panday ช่วงค่ำวานนี้ (14 พ.ค.) โดยระบุว่าเขาถูกปลดจากตำแหน่ง บก.บางกอกโพสต์ และมีผลอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค.เป็นต้นไป ซึ่งแม้เอกสารในองค์กรจะระบุว่าเขาถูกย้ายไปประจำตำแหน่งอื่น แต่คงไม่จำเป็นต้องอธิบายว่าการย้ายไปตำแหน่งใหม่มีเหตุผลอย่างไร และทุกคนที่ทราบข่าวก็น่าจะรู้

ทั้งนี้ นายอุเมสเข้ารับตำแหน่ง บก.บางกอกโพสต์เมื่อปี 2559 และข้อความในเฟซบุ๊กของเขาระบุว่าตลอดเวลา 22 เดือนที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ได้รายงานข่าวจำนวนมากที่สร้างแรงสั่นสะเทือน และเป็นข้อพิสูจน์ภาวะผู้นำของเขาในการบริหารจัดการให้กองบรรณาธิการที่มีคนแค่ประมาณ 60 คน พร้อมระบุว่าการทำข่าวและคอลัมน์ต่างๆ ทั้งหมดที่ผ่านมา มีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้บางกอกโพสต์มุ่งสู่มาตรฐานการเป็นสำนักข่าวระดับโลก 

นายอุเมสทิ้งท้ายในเฟซบุ๊กว่า เมื่อถูกขอร้องให้ 'ผ่อนปรนท่าที' เขาก็ไม่หวั่น ทั้งยังบอกกับคณะผู้บริหารด้วยว่า เขายอมสูญเสียตำแหน่งดีกว่า 'ยอมก้มหัว' และผลปรากฏว่า มีคำสั่งปลดเขาเพียง 60 วันก่อนที่จะหมดสัญญาทำงาน 2 ปีในตำแหน่ง บก.บางกอกโพสต์ แต่ขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกภูมิใจ และขอบคุณผู้บริหารที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น เพราะที่จริงแล้ว การเป็นบรรณาธิการคือการต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ 365 วันต่อปี

ข่าวการสั่งปลดนายอุเมสได้รับความสนใจจากผู้สื่อข่าวต่างประเทศเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเขาเคยทำงานให้กับทั้งสำนักข่าวรอยเตอร์และฟอร์บส์ (ประเทศไทย) ทั้งยังทำงานในแวดวงสื่อมวลชนมาตั้งแต่ปี 2539 ในเฟซบุ๊กส่วนตัวของเขาจึงมีผู้แสดงความคิดเห็นในเชิงไม่เห็นด้วยกับการละเมิดสิทธิและเสรีภาพในการรายงานข่าวของสื่อมวลชน โดยรวมถึงนายเนียร์มาล โกส อดีตประธานสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT)

Bangkok Post-บางกอกโพสต์

ขณะที่เฟซบุ๊กจุลสารราชดำเนิน ซึ่งเป็นสื่อของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย รายงานข้อมูลของนาย ณ กาฬ เลาหะวิไลย รองหัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) เครือโพสต์ ต้นสังกัด นสพ.บางกอกโพสต์ โดยระบุว่าเป็น "ข้อเท็จจริง 2 ฝั่ง" เนื่องจากนาย ณ กาฬ ยืนยันว่า "นายอุเมสไม่ได้ถูกปลด" แต่ถูกย้ายไปเป็นผู้ช่วย COO เครือโพสต์ เนื่องจากปัญหาการบริหารงานในตำแหน่ง บก. พร้อมย้ำว่ากรณีที่เกิดขึ้นไม่ใช่การแทรกแซง และไม่เกี่ยวข้องกับการขอให้นายอุเมสลดท่าทีในการตรวจสอบรัฐบาลทหาร

นาย ณ กาฬ ระบุว่า เขาเป็นผู้ขอให้บอร์ดเครือโพสต์ปลดนายอุเมสตั้งแต่ปลายปีก่อน หลังพบว่ามีการใช้ตำแหน่งหน้าที่ไม่ถูกต้อง แต่คนส่วนใหญ่ในบอร์ดเห็นควรว่าจะให้โอกาส เนื่องจากอุเมศจะหมดสัญญาจ้าง 2 ปีภายในเดือน ก.ค.2561 และยังหาคนมาแทนไม่ได้ แต่ที่ผ่านมาก็มีปัญหาในการทำงานมาตลอด ทั้งเสนอโครงการที่รับปากว่าจะทำได้ แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ รวมถึงขอให้ยกเลิกบางส่วนของ นสพ.เพื่อลดต้นทุน แต่ก็ไม่ยินยอม และบอกว่าจะหารายได้เพิ่มเข้ามาแทน

ส่วนกรณีที่เป็น 'ฟางเส้นสุดท้าย' คือการรายงานผลการเลือกตั้งมาเลเซียที่ขึ้นหน้าหนึ่งของ นสพ.บางกอกโพสต์เมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา เป็นการพาดพิงมาถึงไทย ซึ่งนาย ณ กาฬ ตั้งคำถามว่า การโยง 2 เหตุการณ์เข้าหากัน 'เป็นธรรม' หรือไม่ และในช่วงนี้เครือโพสต์กำลังจะเชิญนายกรัฐมนตรีไทยมาร่วมงานครบรอบ 72 ปีของ นสพ.บางกอกโพสต์ด้วย

นาย ณ กาฬ ระบุว่า เมื่อมีการแจ้งเรื่องต่อนายอุเมสในที่ประชุมบอร์ด ก็มีการแสดงท่าทางที่ไม่สมควรออกมา จนไม่น่าจะร่วมงานกันต่อไป ประกอบกับจะหมดสัญญาจ้างอยู่แล้ว จึงเปลี่ยนไปเป็นผู้ช่วย COO เครือโพสต์แทน และในระหว่างนี้จะให้มีผู้รักษาการณ์ บก.บางกอกโพสต์ไปก่อน จนกว่าจะสรรหาผู้ที่เหมาะสมได้ 

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา ตรงกับ 'วันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก' สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสมาคมวิชาชีพสื่ออื่นๆ ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระมัดระวังการออกกฎหมายที่จำกัดเสรีภาพประชาชนและเสรีภาพสื่อมวลชน รวมถึงโละ-เลิก-ล้างประกาศหรือคำสั่ง คสช. เดิมที่ลิดรอนเสรีภาพสื่อ และที่เป็นการลิดรอนเสรีภาพในการรับรู้ข่าวสารของประชาชน รวมถึงเรียกร้องให้รัฐบาล คสช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการปฏิรูปสื่อวิทยุโทรทัศน์ โดยปราศจากการครอบงำ เป็นภาพสะท้อนให้เห็นว่าสถานการณ์ด้านสื่อในประเทศไทยยังได้รับผลกระทบจากกฎหมายและคำสั่งของ คสช.อยู่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: