ไม่พบผลการค้นหา
ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ประกาศว่าพร้อมให้ประเทศเป็นส่วนหนึ่งของจีนหากจีนต้องการ พร้อมยืนยันว่าการที่จีนตั้งฐานทัพในพื้นที่พิพาททะเลจีนใต้ เป็นการตอบโต้สหรัฐฯ ไม่ใช่ฟิลิปปินส์

สำนักข่าวเอเชีย ไทม์ส ของฮ่องกง รายงานว่านายโรดริโก ดูแตร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ กล่าวระหว่างการพบกับนายเจ้าเจี้ยนหัว เอกอัครราชทูตจีนประจำฟิลิปปินส์ และนักธุรกิจ นักอุตสาหกรรมชั้นนำในประเทศ ว่าหากจีนต้องการ เขาพร้อมให้ฟิลิปปินส์ผนวกรวมเป็นส่วนหนึ่งของจีนเหมือนกับมณฑลฝูเจี้ยน ซึ่งคำพูดดังกล่าวของนายดูแตร์เตได้รับเสียงตอบรับอย่างดีจากบรรดานักธุรกิจที่ฟังอยู่

หากจีนต้องการ ก็ผนวกฟิลิปปินส์เป็นมณฑลของจีนได้เลย เหมือนกับมณฑลฝูเจี้ยน

นอกจากนี้ นายดูแตร์เตยังออกรับแทนจีนในกรณีที่จีนนำกำลังทหารไปประจำในทะเลจีนใต้ และสร้างฐานทัพบนพื้นที่พิพาทที่มีชาติอาเซียน รวมถึงฟิลิปปินส์เป็นหนึ่งในคู่กรณี ว่าเขายอมรับว่าจีนส่งทหารเข้าไปในพื้นที่พิพาทจริง แต่กำลังและอาวุธยุทโธปกรณ์เหล่านั้นเป็นสิ่งที่จีนมีไว้เพื่อตอบโต้ผู้ที่จ้องจะทำลายจีน นั่นก็คือสหรัฐฯ ไม่ใช่ฟิลิปปินส์อย่างแน่นอน ซึ่งท่าทีดังกล่าวทำให้นายดูแตร์เตถูกวิจารณ์อย่างหนัก ถึงกับกล่าวกันว่าฟิลิปปินส์จะกลายเป็นรัฐบริวารของจีน ในยุคที่ปกครองโดยนายดูแตร์เต 


000_ZB1PS.jpg

ประชาชนในกรุงมะนิลาประท้วงการที่จีนนำเครื่องบินรบและเรือรบล่วงล้ำเข้ามาในน่านน้ำฟิลิปปินส์ และตั้งฐานทัพบนพื้นที่พิพาททับซ้อนในทะเลจีนใต้

นายดูแตร์เตเป็นผู้ที่เปลี่ยนทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างฟิลิปปินส์กับสองมหาอำนาจขั้วตรงข้ามอย่างสหรัฐฯกับจีนไปอย่างสิ้นเชิง หลังจากที่ผ่านมา ฟิลิปปินส์ ซึ่งเคยเป็นอาณานิคมของสหรัฐฯ มีสายสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ-วัฒนธรรมแน่นแฟ้นกับสหรัฐฯอย่างมาก แต่นายดูแตร์เตกลับมีท่าทีเป็นปฏิปักษ์ต่อสหรัฐฯ วิจารณ์นายบารัก โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ด้วยถ้อยคำรุนแรง และแม้เขาจะพยายามเชื่อมสัมพันธ์กับรัฐบาลนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯคนปัจจุบัน แต่เมื่อรัฐบาลทรัมป์มีนโยบาย "อเมริกามาก่อน" นายดูแตร์เตจึงเลือกหันไปใกล้ชิดกับจีนมากยิ่งขึ้น 


000_OF3H1.jpg

อย่างไรก็ตาม กองทัพฟิลิปปินส์ยังไม่ได้มีท่าทีโอนอ่อนผ่อนตามจีนเหมือนผู้นำประเทศ ยังคงมีการเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวของจีนในพื้นที่พิพาททะเลจีนใต้อย่างต่อเนื่อง และมีการซ้อมรบร่วมกับสหรัฐฯอย่างสม่ำเสมอ โดยล่าสุดสหรัฐฯก็เพิ่มกำลังออกลาดตระเวนพื้นที่ทะเลจีนใต้เช่นเดียวกัน เพื่อต้านทานการแผ่ขยายอิทธิพลทางทหารของจีนในภูมิภาคอาเซียนและเอเชียตะวันออก และฟิลิปปินส์ก็ยังคงมีพันธสัญญาความร่วมมือทางทหารแบบทวิภาคีกับสหรัฐฯ โดยเมื่อไม่นานมานี้ สหรัฐฯเพิ่งส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส คาร์ล วินสัน ไปเทียบท่าที่ฟิลิปปินส์เป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2014 และก่อนหน้านี้ก็เพิ่งส่งเรือพิฆาตติดอาวุธนำวิถี ฮอปเปอร์ ไปลาดตระเวนใกล้บริเวณสันทรายสคาร์โบโรห์ ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่พิพาททับซ้อนระหว่างจีนกับหลายชาติอาเซียน