พีรวิชญ์ ขันติศุข ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 ว่า
Australia Playbook : ถอดรหัส Universal Design เปลี่ยนเมืองแบบรัฐวิกตอเรีย สู่ก้าวสำคัญของ "พ.ร.บ. อยู่ดี" . ก่อนจะไปถึงงาน Policy in the Park 2: RUN for อยู่ดี ผมขอเปิด Australia Playbook ด้วยมุมมองการสร้างเมืองที่ "เข้าถึงได้" จากประเทศออสเตรเลียกันครับ
ผมรวมรูปมาฝากครับ เราจะเห็นเลยว่า "การออกแบบที่เป็นสากล" หรือ Universal Design (UD) ของที่นี่ แฝงอยู่ในทุกอณูของชีวิตประจำวัน เราอาจจะมองข้ามไปด้วยซ้ำ ตั้งแต่ทางลาดที่ได้มาตรฐาน ไฟข้ามถนนที่มีอักษรเบรลล์และเสียง ไปจนถึงป้ายอธิบายคอลเลกชันน้ำหอมในร้านค้าด้วยซ้ำ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า UD ไม่ได้มีแค่การปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมประเภทการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และการเข้าถึงบริการอย่างเท่าเทียม ทั้งอาคารสถานที่ รวมถึงเว็บไซต์และแอพในมือถือต่าง ๆ ด้วยครับ
UD คือ ออกแบบวันนี้ เพื่อรองรับ "ทุกคน" และ "สังคมสูงวัย"
หลายคนอาจคิดว่า UD เป็นเรื่องการอำนวยความสะดวกให้ผู้พิการเท่านั้น แต่วัตถุประสงค์หลักจริง ๆ คือการสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงและใช้งานสำหรับประชาชนทุกคน โดยไม่คำนึงถึงความสามารถทางกายภาพหรืออายุ ยิ่งในยุคที่เรากำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย (Aging Society) การออกแบบในวันนี้จึงเป็นการวางแผนการเข้าถึงตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบเริ่มต้นจนถึงการใช้งานจริง เพื่อส่งเสริมให้ทุกคนสามารถมีกิจกรรมทางสังคมอย่างเต็มที่ครับ ได้ออกมาใช้ชีวิต ได้ออกมาทำงานแบบที่ไม่ต้องร้องขอความช่วยเหลือจากใครครับ
ถ้าเราเจาะไปดูความสำเร็จออสเตรเลีย อันหนึ่งที่น่าสนใจคือของรัฐวิกตอเรีย (Victoria) ที่มีเมลเบิร์นเป็นเมืองหลวง จะพบว่าเขาใช้ "กลไกเชิงระบบ" โดยมีกฎหมายนำทางมาตั้งแต่ปี 2006 (Disability Act) โดยสร้างความรับผิดชอบร่วมกันทั้งระบบ (Whole-of-government and whole-of-community response เขาใช้คอนเซ็ปต์นี้เลยครับ ชอบมากแบบที่พี่เชนเสนอมาตลอดว่า Synergistic Government ครับ ทำด้วยกัน) เพื่อคุ้มครองสิทธิและตอบสนองความต้องการของผู้พิการ โดยไม่ได้มองว่าเป็นแค่หน้าที่ของกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งครับและบังคับให้หน่วยงานรัฐต้องทำแผนปฏิบัติการอย่างเป็นรูปธรรม โดยมี KPI ชัดเจนในเรื่องการมีส่วนร่วมของชุมชน โอกาสในการจ้างงาน และการปรับเปลี่ยนทัศนคติของสังคม ซึ่งผมว่าก้าวหน้ามาก เพราะคือการเปลี่ยนกรอบคิดของสังคมและไม่ใช่แค่การสร้างเสร็จแต่วัดด้วยว่าได้ใช้จริงไหม
ถ้าจะพูดกันในเชิงตัวเลขการลงทุน งานวิจัยจาก City of Melbourne ชิ้นหนึ่ง พูดถึงการลงทุนสร้างเมืองให้ทุกคนเข้าถึงได้นี้คุ้มค่ามหาศาลครับ งานวิจัยนี่พบว่าผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ได้จาก UD นั้น สูงกว่าต้นทุนถึง 13-22 เท่า และในปี 2024 ตลาดการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล (Accessible Tourism) (ที่จะเป็นเทรนด์ของอนาคต) ของออสเตรเลียก็มีมูลค่าสูงถึงเกือบ 7 แสนล้านบาทเลยทีเดียว
ความสำเร็จของ Victoria ชี้ให้เห็นว่า "กฎหมาย" คือจุดเริ่มต้นที่ขาดไม่ได้ เพราะความเห็นใจอย่างเดียวคงไม่พอ
นี่คือเหตุผลที่พรรคเพื่อไทย เดินหน้าผลักดัน ร่างพระราชบัญญัติการออกแบบที่เป็นสากล ขึ้นมาครับ ที่เน้นไปที่ค่อย ๆ ปรับ "ระบบนิเวศ" ที่จะส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศของเราครับ
• ภาครัฐต้องขยับ(ก่อน): ต้องปรับปรุงอาคารสถานที่ราชการ ระบบขนส่งสาธารณะ และบริการต่างๆ ให้เป็นไปตามมาตรฐานการออกแบบที่เป็นสากล
• เอกชนได้รับการสนับสนุน: ภาคเอกชนที่ต้องลงทุนในการปรับปรุงสถานประกอบการ ผลิตภัณฑ์ และบริการ จะได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐในรูปแบบต่างๆ เช่น สิทธิประโยชน์ทางภาษี และการสนับสนุนด้านการเงิน
• ยกระดับคุณภาพชีวิต: ประชาชนทุกคนจะได้ประโยชน์จากการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากสิ่งแวดล้อม อาคาร บริการ และผลิตภัณฑ์ได้อย่างเท่าเทียมและสะดวกมากขึ้น
แก๊ง YPP และผมจึงขอเชิญมาร่วมผลักดันกฎหมายนี้ให้เป็นจริงในกิจกรรม YPP POLICY IN THE PARK ครั้งที่ 2: CITY RUN CLUB - "RUN for อยู่ดี" วิ่งสำรวจเมืองไปกับพรรคเพื่อไทย พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองกับสปีกเกอร์ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเมือง!
วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2569 เวลา 16:00 - 18:30 น.
เสาชิงช้า - สวนรมณีนาถ
มาร่วม "เปลี่ยน" เมืองไปด้วยกันนะครับ!
#UniversalDesign #พรรคเพื่อไทย #RUNอยู่ดี #YPPPolicyInThePark #CityRunClub