ไม่พบผลการค้นหา
กรมการขนส่งทางบก เผยตั้งแต่เดือน ต.ค.60–พ.ค.61 จัดเก็บภาษีรถประจำปีรวมกว่า 5,820 ล้านบาท พบประชาชนในเขตกรุงเทพฯ ยังนิยมชำระภาษีรถที่สำนักงานของกรมการขนส่งทางบก สูงสุดร้อยละ 73.46

นายจงรักษ์ กิจสำราญกุล รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2560 – พฤษภาคม 2561 กรมการขนส่งทางบก สามารถจัดเก็บภาษีรถได้ทั้งสิ้น 5,820,459,639.81 บาท โดยการใช้บริการชำระภาษีรถประจำปีที่สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 – 5 ยังเป็นช่องทางที่ประชาชนนิยมใช้บริการมากที่สุด จำนวน 2,982,983 ราย จัดเก็บภาษีรถได้ทั้งสิ้น 4,275,873,435.54 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 73.46 รองลงมาเป็นช่องทาง “เลื่อนล้อ ต่อภาษี (Drive Thru for Tax)” ชำระภาษีโดยไม่ต้องลงจากรถ จำนวน 403,976 ราย จัดเก็บภาษีได้ทั้งสิ้น 727,572,725.82 บาท คิดเป็นร้อยละ 12.50

ส่วนที่หน่วยบริการรับชำระภาษีรถประจำปีที่ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีในวันเสาร์ – อาทิตย์ ตามโครงการ “ช้อปให้พอ แล้วต่อภาษี (Shop Thru for Tax)” มีประชาชนมาใช้บริการรวมทั้งสิ้น 320,011 ราย จัดเก็บภาษีรถได้ทั้งสิ้น 462,022,075.36 บาท คิดเป็นร้อยละ 3 ตามลำดับ ขณะที่ช่องทางการรับชำระภาษีรถที่เว็บไซต์ https://eservice.dlt.go.th ยังคงได้รับความนิยมต่อเนื่องมีผู้ใช้บริการรวมทั้งสิ้น จำนวน 124,749 ราย สามารถจัดเก็บภาษีได้ทั้งสิ้น 174,789,816.82 บาท

รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการชำระภาษีรถประจำปีเจ้าของรถสามารถดำเนินการได้ล่วงหน้าก่อนครบกำหนด 90 วัน โดยต้องเป็นรถที่ไม่ค้างชำระภาษีรถเกินกว่า 1 ปี และต้องมีกรมธรรม์ประกันภัยตามพ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถที่มีระยะเวลาคุ้มครองคงเหลือไม่น้อยกว่า 3 เดือน สำหรับรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานครบ 7 ปี หรือรถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานครบ 5 ปี ต้องเข้ารับการตรวจสภาพรถจากสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.)