ไม่พบผลการค้นหา
ชาวอเมริกันประท้วงการยกเลิกมาตรการคุ้มครองความเป็นกลางทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจทำให้เข้าถึงบางเว็บไซต์ได้ช้าลง และอาจต้องเสียเงินเพิ่ม

คณะกรรมการการสื่อสารแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ FCC ซึ่งมีสมาชิกพรรครีพับลิกันเข้าไปนั่งเป็นประธาน ได้ลงมติ 3 ต่อ 2 ให้มีการยกเลิกมาตรการคุ้มครองความเป็นกลางทางอินเทอร์เน็ตที่รัฐบาลของนายบารัก โอบามาเป็นผู้เสนอซึ่งจะส่งผลกระทบกับการใช้อินเทอร์เน็ตในสหรัฐฯ อย่างมาก เนื่องจากการยกเลิกความเป็นกลางทางอินเทอร์เน็ตจะเป็นการเปิดทางให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือ ISP ควบคุมกลไกอินเทอร์เน็ตและพฤติกรรมของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตได้ว่า จะเข้าเว็บไหนและหลีกเลี่ยงเว็บไหน จนทำให้ชาวอเมริกันจำนวนมากออกมาประท้วงมตินี้ รวมถึงผู้ให้บริการออนไลน์ยักษ์ใหญ่อีกหลายบริษัท

ความเป็นกลางทางอินเทอร์เน็ตคืออะไร?

มาตรการความเป็นกลางทางอินเทอร์เน็ตป้องกันไม่ให้ ISP สามารถควบคุมทราฟฟิกอินเทอร์เน็ตได้ ดังนั้น เมื่อยกเลิกมาตรการดังกล่าวแล้ว จะทำให้ ISP สามารถลดความเร็วในการเชื่อมต่อผู้ใช้กับบางเว็บไซต์ แอปพลิเคชั่นหรือบริการต่างๆ บนอินเทอร์เน็ต และเพิ่มความเร็วในการเข้าถึงบางเว็บไซต์ได้

ทำไมความเป็นกลางทางอินเทอร์เน็ตจึงสำคัญ?

หากไม่มีความเป็นกลางทางอินเทอร์เน็ต บริษัทเคเบิลและให้บริการโทรศัพท์จะมีอำนาจควบคุมทราฟฟิก เพื่อจำกัดคู่แข่งของตัวเองได้ หรือแม้แต่สกัดกั้นความคิดเห็นทางการเมืองที่ตนเองไม่เห็นด้วย นอกจากนี้ ISP ยังสามารถเก็บเงินเพิ่มจากบริษัทผลิตคอนเทนต์ที่ต้องการให้ผู้ใช้สามารถเข้า ถึงเนื้อหาของตัวเองได้เร็วกว่าเว็บไซต์อื่นๆ ถือเป็นการทำลายความเปิดกว้าง ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของโลกอินเทอร์เน็ตมาอย่างยาวนาน

Net Neutrality_Rata (1).jpg

คณะกรรมการการสื่อสารแห่งชาติสหรัฐฯ ประกาศยกเลิกความเป็นกลางทางอินเทอร์เน็ต

ผลกระทบต่อผู้ใช้และธุรกิจมีอะไรบ้าง?

การยกเลิกความเป็นกลางทางอินเทอร์เน็ตจะส่งผลกระทบมหาศาลกับตลาดการแข่งขัน เพราะบริษัทที่ทำธุรกิจทับซ้อนกับ ISP ก็อาจถูกสกัดทราฟฟิกได้ เช่น ถ้า ISP มีธุรกิจให้บริการวิดีโอ ก็อาจเลือกที่จะปรับลดความเร็วอินเทอร์เน็ตสำหรับผู้ใช้ที่พยายามเข้าไปดูซี รีส์บนเน็ตฟลิกซ์ ซึ่งหากการดูซีรีส์บนเน็ตฟลิกซ์ติดขัด ก็จะทำให้เน็ตฟลิกซ์สูญเสียลูกค้า เพราะผู้ใช้เลือกเข้าไปดูวิดีโอต่างๆ บนเว็บไซต์ของ ISP ที่ดูได้ลื่นกว่า นอกจากนี้ หากไม่มีความเป็นกลางทางอินเทอร์เน็ต ก็อาจส่งผลเสียกับนวัตกรรมใหม่ๆ และสตาร์ทอัพด้วย เนื่องจากธุรกิจรายย่อยจะเสียเปรียบธุรกิจรายใหญ่อย่างมาก เนื่องจากบริษัทใหญ่ๆ มีเงินจ่ายให้ ISP ให้เพิ่มทราฟฟิกของเว็บไซต์ตัวเองได้มากกว่า อีกหนึ่งสิ่งที่หลาย ฝ่ายกังวลก็คือ หาก ISP ฝักใฝ่พรรคการเมือง ISP อาจใช้อำนาจในการควบคุมทราฟฟิกอินเทอร์เน็ตนี้ ในการเซ็นเซอร์ความคิดเห็นของผู้ประท้วง และเพิ่มทราฟฟิกให้กับความเห็นสนับสนุนพรรคการเมืองบางพรรค ซึ่งจะเป็นการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออก

ใครสนับสนุนการยกเลิกความเป็นกลางทางอินเทอร์เน็ตบ้าง?

ผู้สนับสนุนส่วนใหญ่เป็นบริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่เช่น เอทีแอนด์ที และคอมแคสท์ ที่มองว่ามตินี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของยุคที่รัฐไม่ต้องควบคุมอินเทอร์เน็ตอย่างเข้มงวด ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับลูกค้า ด้านสมาคมโทรคมนาคมสหรัฐฯ กล่าวว่า นี่เป็นการรับประกันอนาคตของอินเทอร์เน็ตที่เปิดกว้าง ผู้ให้บริการ ซึ่งทำหน้าที่ปกป้องผู้บริโภค จะมีอำนาจตามกฎหมายในการดูแลความเป็นกลางและความยุติธรรมในโลกอินเทอร์เน็ต เพื่อให้มั่นใจว่า กฎเกณฑ์ต่างๆ ถูกบังคับใช้กับทุกคน แม้แต่กับบริษัทออนไลน์ที่ทรงอิทธิพลที่สุด

ใครต่อต้านการยกเลิกความเป็นกลางทางอินเทอร์เน็ตบ้าง?

Net Neutrality_Rata (2).jpg

ด้านหน้าสำนักงานใหญ่ของ FCC มีประชาชนหลายสิบคนมารวมตัวกันประท้วงการยกเลิกความเป็นกลางทางอินเทอร์เน็ต นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า มีผู้ประท้วงไปต่อต้านมตินี้กันที่หน้าบ้านของประธาน FCC ย่านชานเมืองมลรัฐวอชิงตันด้วย

ขณะเดียวกัน นายเอริก ชไนเดอร์มัน อัยการมลรัฐนิวยอร์กทวีตข้อความว่า เขาจะเป็นตัวตั้งตัวตีในการยื่นฟ้องการยกเลิกความเป็นกลางทางอินเทอร์เน็ตใน หลายมลรัฐ เพราะชาวนิวยอร์กและชาวอเมริกันทุกคนสมควรได้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เสรีและเปิดกว้าง

นอกจากนี้ บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีในสหรัฐฯ หลายบริษัทก็ออกมาประท้วงมติครั้งนี้เช่นกัน โดยเน็ตฟลิกซ์กล่าวว่า พวกเขารู้สึกผิดหวังกับมติยกเลิกความเป็นกลางทางอินเทอร์เน็ต ในยุคที่มีนวัตกรรม ความสร้างสรรค์ และการมีส่วนร่วมของประชาชนก้าวหน้าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และนี่เป็นเพิ่งการเริ่มต้นของสงครามทางกฎหมายที่จะยืดเยื้อยาวนาน และเน็ตฟลิกซ์ยืนจะเคียงข้างผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมทั้งรายย่อยและรายใหญ่ใน การต่อต้านมตินี้ของ FCC เช่นเดียวกับทวิตเตอร์ที่ระบุว่าจะสู้คดีต่อ เพราะลงมตินี้เป็นการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกและสกัดกั้นนวัตกรรมใหม่ๆ

Net Neutrality_Rata.jpg

ป้ายประท้วงหน้าสำนักงานใหญ่คณะกรรมการการสื่อสารแห่งชาติสหรัฐฯ

ด้านเชอริล แซนด์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของเฟซบุ๊กกล่าวว่า มติของ FCC ทั้งน่าผิดหวังและอันตราย เพราะการเปิดกว้างทางอินเทอร์เน็ตเป็นสิ่งสำคัญสำหรับความคิดใหม่ๆและโอกาส ทางเศรษฐกิจ และ ISP ไม่ควรเป็นผู้กำหนดว่า ผู้ใช้ควรเห็นหรือไม่เห็นอะไรบนอินเทอร์เน็ต

ขณะที่กูเกิลออกมายืน ยันว่าจะยังคงยึดนโยบายความเป็นกลางทางอินเทอร์เน็ตต่อไป เนื่องจากเป็นสิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่สนับสนุน และเป็นสิ่งที่ดีกับเศรษฐกิจอินเทอร์เน็ตทุกภาคส่วน โดยกูเกิลจะร่วมมือกับผู้ที่เห็นตรงกัน เพื่อหาทางปกป้องความเป็นกลางทางอินเทอร์เน็ตที่เด็ดขาดและใช้ได้จริง

ดาราชาวอเมริกันจำนวนมากก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การยกเลิกความเป็นกลางทางอินเทอร์เน็ตกันหลาย คน เช่น อลิซซา มิลาโน นักแสดงและนักร้องชาวอเมริกัน / ไมค์ ชิโนดา จากวง Linkin Park / เซีย / รวมถึงมาร์ค รัฟฟาโล ที่ทวีตว่า ชาวอเมริกันถึงร้อยละ 83 สนับสนุนความเป็นกลางทางอินเทอร์เน็ต และฝ่ายสนับสนุนพรรครีพับลิกันก็สนับสนุนถึงร้อยละ 75 FCC จึงควรต้องทำงานเพื่อประชาชนชาวอเมริกัน ไม่ใช่เพื่อบริษัทโทรคมนาคม


เรียบเรียงโดย ประภาภูมิ เอี่ยมสม