ไม่พบผลการค้นหา
พล.อ.ประยุทธ์ ลงพื้นที่กทม. ตรวจความพร้อมการเชื่อมต่อเส้นทาง 'ล้อ-ราง-เรือ' พร้อมรับฟังสรุปปัญหา และแนวทางแก้ไขปัญหาการจราจรในพื้นที่ กทม. ระบุต้องเห็นผลรูปธรรมภายใน 3 เดือน

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. พร้อมด้วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รวมถึงผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ตรวจเยี่ยมกองบังคับการตำรวจจราจร หรือ บก.จร. เพื่อติดตามสถานการณ์ปัญหาการจราจรในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และรับฟังบรรยายสรุป สภาพปัญหา แนวทางการแก้ไขปัญหาการจราจรในพื้นที่กรุงเทพมหานคร อันเนื่องมาจากการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า สายสีเขียว สายสีส้ม สายสีเหลือง สายสีชมพู สายสีแดงเข้ม สายสีเขียว และสายสีทอง รวมถึงการแก้ไขปัญหาราจรเร่งด่วนเฉพาะพื้นทึ่ ในถนนลาดพร้าว รามคำแหง และศรีนครินทร์ ที่มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม ถือเป็นวาระสำคัญของกรุงเทพมหานคร ที่รัฐบาลให้ความสำคัญ 

พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวว่า หลักการสำคัญของการแก้ไขปักญหาจราจรกทม. และปริมณฑล ต้องเพิ่มเทคโนโลยีแทนตัวบุคคล ให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยจะหารือกับฝ่ายวิจัยของมหาวิทยาลัย เพื่อนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาควบคุมการจราจร เพื่ออาจจะเป็นผลงานวิจัยของไทยในอนาคตไปด้วย

ขณะที่บุคลากรทำหน้าที่ควบคุมอุปกรณ์ และซ่อมบำรุง พร้อมแนะการเปิดเส้นทางเดินรถใหม่ โดยเฉพาะพื้นที่ชุมชนเมือง เพื่อลดความแออัด โดยขยายออกไปในพื้นที่ปริมณฑล

นอกจากนี้ เน้นการสร้างระบบเชื่อมต่อการเดินรถ หรือ ฟีดเดอร์ เพราะปัจจุบัน ระบบเดินรถทางบก ยังไม่เชื่อมต่อระบบราง ในทุกเส้นทาง พร้อมกันนี้ เส้นทางใดมีทางน้ำขนาบให้ไปพิจารณาเบี่ยงไปใช้เส้นทางน้ำแทน ควบคู่ได้หรือไม่ โดยกำชับกระทรวงคมนาคมร่วมกับกรุงเทพมหานคร ให้ศึกษาเส้นทางน้ำ 

พร้อมขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ก่อสร้างถนน ให้คำนึกถึงความปลอดภัย ผู้ใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะพื้นที่ที่ลดช่องทางจราจร ให้ระมัดระวัง โดยจะต้องให้สัญญาณล่วงหน้าก่อนถึงช่วงลดช่องจาจร เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ พร้อมขอให้ทุกคนเคารพกฎจราจรอย่างเคร่งครัด รวมถึงสื่อมวลชน ต้องช่วยกันในการนำเสนอข้อมูลการจราจรที่ถูกต้อง

นอกจากนี้ ยังแนะให้เอกชน ไปสำรวจพื้นที่สร้างที่จอดรถ ใกล้กับสถานที่ที่สำคัญ และเสนอมายังรัฐบาลเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ให้หันมาใช้ระบบขนส่งมวลชนมากขึ้น และบรรเทาการจราจรติดขัดบนท้องถนน พร้อมจุดกลับรถ ที่ต้องไปศึกษาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะมอเตอร์ไซค์ ที่อาจจะให้ไปกลับรถบนสะพานกลับรถ 

นอกจากนี้ยังกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับล่าง ที่อำนวยความสะดวกโดยปิดช่องทางการจราจรให้ตนเวลาเดินทาง แต่ขอให้ปิดเท่าที่จำเป็น แต่ถ้าไม่ได้ ก็ไม่ต้องปิด เพราะตนพร้อมติดไปกับทุกคน ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาจราจร เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ และถือเป็นวาระสำคัญของกรุงเทพมหานคร ที่ทุกคนต้องช่วยกัน ตนเองก็อยู่กับประชาชน ไม่ว่าจะเป็นประชาชนหรือรัฐบาล ต้องใช้ระบบการจราจรเช่นเดียวกัน ให้เข้าใจร่วมกัน และช่วยกัน และขอให้การแก้ไขจราจร มีผลรูปธรรมภายใน 3 เดือน

จากนั้น นายกฯและคณะ เดินทางตรวจเยี่ยมระบบขนส่งมวลชน หรือ บีทีเอส เส้นทางจากสถานีสนามกีฬาแห่งชาติไปยังสถานีบางหว้า และเดินทางต่อตามทางเดินยกระดับ พร้อมรับฟังการบรรยายข้อมูลการเดินเรือคลองภาษีเจริญ เส้นทางส่วนต่อขยายไปวัดกำแพงบางจาก และแผนงานการพัฒนาการเดินเรือในคลองภาษีเจริญและส่วนต่อขยายในอนาคต บริเวณท่าเรือตากสิน-เพชรเกษม (บางหว้า) และลงเรือที่ท่าเรือสะพานตากสิน ก่อนเดินทางไปยังท่าเรือวัดกำแพงบางจากระยะทาง 2.5 กิโลเมตร และเดินทางต่อไปยังวัดอินทาราม (บางยี่เรือ) ระยะทาง 3.5 กิโลเมตร เพื่อตรวจเยี่ยมโครงการพื้นวิถีชุมชนคลองบางหลวงผ่านการท่องเที่ยวย่านประวัติศาสกรุงธนบุรี และสักการะอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่บริเวณด้านหน้าพระวิหารสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช 

เปิดทดลองใช้เส้นทางคลองภาษีเจริญ ให้บริการฟรี เชื่อมโยงระบบคมนาคม

ทั้งนี้ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2561 เป็นต้นมา กทม. ได้เปิดทดลองเดินเรือเส้นทางใหม่ ตั้งแต่ท่าเรือสะพานตากสิน - เพชรเกษม (บางหว้า) คลองภาษีเจริญ ถึงท่าเรือวัดกำแพงบางจาก คลองบางกอกใหญ่ (ตลาดคลองบางหลวง) เพื่อเชื่อมโยงระบบคมนาคมทางน้ำเข้ากับโครงข่ายสาธารณะอื่นๆ ตามนโยบาย "ล้อ ราง เรือ" ของ กทม.

โดยให้บริษัท กรุงเทพธนาคม ในฐานะผู้บริหารจัดการระบบล้อ ราง เรือ ใน กทม. และโครงการเดินเรือในคลองภาษีเจริญ ปัจจุบันเป็นผู้จัดการเดินเรือในระยะทดลอง โดยให้บริการประชาชนโดยไม่เก็บค่าโดยสาร ในทุกวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. เรือจะออกทุก 30 นาที มีท่าเรือที่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส บางหว้า และจุดจอดรถโดยสารประจำทาง ซึ่งผ่านเส้นทางที่เป็นย่านท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ตลาดคลองบางหลวง บ้านศิลปิน ชุมชนร้านค้าโบราณ เป็นต้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :