ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 ว่า กลับมา “ศาลายา” บ้านเก่า เพื่อมาชวนเพื่อนพี่น้องร่วมกันสร้างประเทศไทยที่ “ไร้จน”
วันนี้ผมกลับมาเยือน “มหิดล“ ความรู้สึกแรกคือความอบอุ่นที่ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง หลายคนตั้งคำถามและเสียดายว่าทำไมผมถึงทิ้งงานวิจัยมาสู่สนามการเมือง
ผมขอเรียนด้วยความสัตย์จริงว่า “จิตวิญญาณความเป็นนักวิจัยของผมไม่เคยเปลี่ยน” และที่มหิดลแห่งนี้ยังมีอาจารย์และนักศึกษาที่เก่งกว่าผมอีกมาก แต่สิ่งที่ประเทศเราขาด คือ “นักบริหาร” ที่เข้าใจวิธีนำงานวิจัยเหล่านั้นมาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้ประเทศ ถ้าเรารู้วิธีทำ ทำไมเราจะไม่ทำ?
เป้าหมายรายได้สูง : รวยกระจาย ไม่ใช่รวยกระจุก
โจทย์ใหญ่ของผมคือการพาประเทศไทยก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลาง สู่การเป็น ประเทศรายได้สูง (High Income Country) ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์และรางวัลโนเบลบอกเราชัดเจนว่า ความเจริญจะเกิดขึ้นเมื่อ “นักทฤษฎี” และ “นักปฏิบัติ” มาเจอกัน และรัฐมีหน้าที่สร้างกลไกกฎหมายที่เอื้ออำนวย ไม่ใช่สร้างแรงต้าน
เราต้องสร้างความมั่งคั่งที่กระจายสู่คนทุกกลุ่ม ไม่ใช่แค่ใครคนใดคนหนึ่ง แต่ต้องรวยไปด้วยกันทั้งระบบ นี่คือนโยบายหลักที่เราจะใช้ “นวัตกรรม” เป็นเครื่องจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจ (Innovation-driven Economic Growth)
สร้างคน สร้างโอกาส : โรงเรียนเกรดเอ และ AI ที่มนุษย์มีความสำคัญที่สุด
พื้นฐานสำคัญที่สุดคือ “คน” ผมฝันเห็นภาพที่เด็กไทยไม่ต้องดิ้นรนเข้ากรุงเทพฯ เพื่อหาคุณภาพชีวิตที่ดี เราต้องมี “โรงเรียนเกรดเอในทุกจังหวัด” เพื่อให้ลูกหลานเติบโตและสร้างอาชีพในบ้านเกิดได้ ไม่ต้องแบกรับต้นทุนค่าเดินทาง และยังได้อยู่กับพ่อแม่
ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาท เราไม่ต้องกลัวมันแย่งงาน แต่ต้องใช้มันเป็นเครื่องมือ ในด้านสาธารณสุข เราจะใช้ AI และ Telemedicine เชื่อมโยงการดูแลผู้ป่วยติดเตียงและคนพิการ รัฐบาลต้องรู้พิกัดและเข้าถึงตัว เติมเงินดูแล 3,000 บาทต่อเดือน “นี่ไม่ใช่ประชานิยม แต่คือการรักษาศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” หากรัฐไม่ทำเรื่องนี้ ก็ไม่มีความชอบธรรมที่จะบริหารประเทศ
ฟังเสียงประชาชน-พร้อมชนทันที
ผมได้รับคำถามเรื่อง “เอนเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์” และข้อกังวลเรื่องธุรกิจสีเทา ผมขอยืนยันด้วยเกียรติของนักวิชาการว่า “ผมไม่เอาคอร์รัปชัน และไม่สนับสนุนธุรกิจผิดกฎหมาย” เป้าหมายของโครงการคือการดึงเม็ดเงินลงทุน แต่หากประชาชนยังไม่สบายใจ ยังคัดค้าน หรือกังวลปัญหาสังคมเราจะไม่ฝืนทำ การฟังเสียงประชาชนคือหัวใจของระบอบประชาธิปไตย
สำหรับเรื่อง “ความมั่นคงชายแดน” ผมมีจุดยืนว่า ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ที่บ่อนทำลายคนไทยจากประเทศเพื่อนบ้าน ต้องถูกจัดการอย่างเด็ดขาดและครบวงจร
ในเรื่องอธิปไตยและการปะทะชายแดน หลักการของผมคือ “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” (Proportional Response) แต่เราจะไม่วู่วาม ถ้าจำเป็นตอบโต้ ก็จะตอบโต้ตามสัดส่วนที่เหมาะสม หากมีการรุกล้ำหรือทำร้ายคนของเรา เราพร้อมปกป้องทันที โดยใช้เทคโนโลยีทางทหารเข้ามาช่วยเพื่อรักษาชีวิตประชาชนและกำลังพลให้ได้มากที่สุด
สุดท้ายนี้ ขอให้มั่นใจว่า ในเรื่องผลประโยชน์ของประเทศชาติและอธิปไตย “ถ้าต้องลุย ผมพร้อมลุยให้ถึงที่สุด” เพื่อส่งมอบอนาคตที่ดีกว่าให้กับคนไทยทุกคนครับ