ไม่พบผลการค้นหา
ผู้ก่อตั้งลัทธิโอมชินริเกียวพร้อมสมาชิกอีก 6 คน ถูกนำตัวไปประหารชีวิตในวันนี้ (6 ก.ค.) หลังจากก่อเหตุฆาตกรรมหมู่ช่วงปี 1980-1990 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ฟากแอมเนสตี้เรียกร้องให้ญี่ปุ่นแสดงความเป็นผู้นำด้านสิทธิมนุษยชน

เจแปนไทม์รายงานว่า ในวันนี้ (6 ก.ค.) ทางการญี่ปุ่นได้ประหารชีวิต 'โซโกะ อาซาฮาระ' ผู้ก่อตั้งลัทธิโอมชินริเกียว พร้อมสมาชิกลัทธิอีก 6 คน จากการก่อเหตุฆาตกรรมหมู่ในช่วงปี 1980 -1990 โดยเหตุที่สะเทือนขวัญที่ล่าสุดที่ลัทธินี้ปฏิบัติ คือ เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 1995 ผู้นำและสมาชิกของลัทธิโอมชินริเกียวเป็นผู้ปล่อยแก๊สพิษซารินสังหารหมู่ในสถานีรถไฟใต้ดินโตเกียวในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน เป็นผลให้มีผู้เสียชีวิต 13 ราย และบาดเจ็บกว่าอีก 6,000 คน

โดยเมื่อปี 2004 ศาลชั้นต้นของโตเกียวได้ตัดสินประหารชีวิตโซโกะและสมาชิกผู้ร่วมก่อนเหตุ และในปี 2006 ศาลสูงสุดก็ตัดสินยืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ตัดสินประหารชีวิตเช่นเดียวกันด้วยการแขวนคอ

นอกจากเหตุการณ์ปล่อยแก๊สซารินกลางกรุงโตเกียวแล้ว ก่อนหน้านั้นในปี 1994 สมาชิกลัทธิโอมชินริเกียว ก็ได้ปล่อยแก๊สสังหารซารินหมู่ในเมืองมัตสิโมโต จังหวัดนากาโน ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 8 คน และบาดเจ็บอีกกว่า 600 คน

ทั้งนี้ นอกจากนายอาซาฮาระแล้ว สมาชิกลัทธินี้อีก 191 คน ถูกฟ้องในคดีอาชญากรรมจำนวนมาก ทั้งการฆาตกรรม พยายามฆ่า การลักพาตัว และการใช้ก๊าซพิษที่มีฤทธิ์รุนแรง ซึ่งมีโทษสูงสุดคือการประหารชีวิต 

ขณะที่ฮิโรกะ โชจิ นักวิจัยจากองค์กรเเอมเนสตี้สากล กล่าวว่า 'การประหารในครั้งนี้เป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายในญี่ปุ่น ทั้งนี้การโจมตีของลัทธินี้เป็นสิ่งที่สมควรถูกลงโทษ แต่อย่างไรโทษประหารชีวิตก็ไม่ได้เป็นคำตอบสำหรับการรับผิดชอบต่อสิ่งที่ทางลัทธิได้กระทำ'

โดยเขายังกล่าวว่า 'ความรับผิดชอบควรมาพร้อมกับยุติธรรม แต่ก็ควรเคารพถึงสิทธิมนุษยชนเช่นกัน ดังนั้นโทษประหารชีวิตเป็นส่วนหนึ่งของการละเมิดสิทธิมนุษยชน'

ขณะที่ แอมเนสตี้ฯ เรียกร้องให้รัฐบาลญี่ปุ่นแสดงความเป็นผู้นำทางด้านสิทธิมนุษยชน แทนที่จะทำตามข้อเรียกร้องของสาธารณะชนที่ยังเห็นด้วยกับการประหารชีวิต

ทั้งนี้ นายโซโกะ อาซาฮาระ ชื่อเดิมคือ ชิซึโอะมัตสิโมโต เกิดเมื่อปี 1955 ที่จังหวัดคุมาโมโตะ ก่อนมาเปลี่ยนชื่อภายหลังในช่วงทศวรรษ 1980 ขณะก่อตั้งลัทธิโอมชินริเกียว 


000_1775OL.jpg


ลัทธิโอมชินริเกียว เป็นลัทธิทางจิตวิญญาณที่ผสมผสนานระหว่างความเชื่อในฮินดูและพุทธ โดยคำว่า โอมชินริเกียว หมายถึง ความจริงสูงสุด ทั้งนี้ โซโกะ อาซาฮาระ ผู้ก่อตั้งลัทธิเป็นคนที่ประกาศตนว่าเป็นผู้ค้นพบแก่นของความจริงสูงสุด เป็นคนแรกหลังจากที่พระพุทธเจ้าปรินิพพานไปกว่า 2500 ปีที่แล้ว ทั้งนี้ ในปี 1989 มีการประเมินว่าลัทธิดังกล่าวมีสมาชิกทั่วโลกจำนวนหลายหมื่นคน โดยมีสำนักงานใหญ่ของลัทธิตั้งอยู่่ในโตเกียวและในหมู่บ้านคามิกุยชิกิ ในจังหวัดยามานาชิ นอกจากนี้ ยังมีสาขาย่อยต่างเมืองใหญ่ในญี่ปุ่น รวมถึงในนิวยอร์กและในรัสเซียด้วย

ปัจจุบันลัทธิโอมชินริเกียวเปลี่ยนชื่อเป็นลัทธิเอลป์และฮิคาริ และได้ปฏิเสธนายอาซาฮาระออกจากลัทธิอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2000 อย่างไรก็ตาม ลัทธิดังกล่าวไม่เคยถูกแบนในประเทศญี่ปุ่น

ที่มา Japantimes / BBC