เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณ โฆษกกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดียวันนี้ (10 กรกฎาคม 2569) ว่า ในฐานะ โฆษกกระทรวง อว. ขอชี้แจงกรรมธิการถึงความห่วงใย ในการจัดสรรงบประมาณของ อว. ดังนี้นะคะ
ขอขอบคุณท่าน สส. จากทุกฝ่าย ที่ร่วมสะท้อนข้อคิดเห็นต่อการจัดสรรงบประมาณ และกระทรวงพร้อมรับฟังทุกข้อเสนอเพื่อนำไปปรับปรุงการดำเนินงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ
อว. ยอมรับว่าภายใต้'ข้อจำกัดด้านงบประมาณ' การเลือก “ทำทุกอย่าง” ย่อมไม่ใช่คำตอบของประเทศ แต่การเลือก “ทำในสิ่งที่สร้างผลสูงสุด” คือแนวทางที่กระทรวงกำลังขับเคลื่อนอย่างจริงจัง โดยมุ่งลงทุนในเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์ อุตสาหกรรมแห่งอนาคต และการพัฒนากำลังคน เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว
ประสบการณ์ของหลายประเทศที่สามารถก้าวจากประเทศรายได้ปานกลางสู่ประเทศรายได้สูง ไม่ว่าจะเป็นเกาหลีใต้ ฟินแลนด์ อิสราเอล หรือสิงคโปร์ ล้วนสะท้อนเดียวกันว่า ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากการมีทรัพยากรมากกว่า แต่เกิดจากการลงทุนในองค์ความรู้ วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ไม่มีประเทศใดสร้างเศรษฐกิจฐานความรู้ได้ด้วยการลดความสำคัญของการวิจัย แต่ทุกประเทศสร้างความสามารถ ในการแข่งขันได้ด้วยการเปลี่ยนงานวิจัยให้เป็นอุตสาหกรรม เปลี่ยนเทคโนโลยีให้เป็นธุรกิจ และเปลี่ยนบุคลากรคุณภาพให้เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
สำหรับข้อสังเกตเรื่อง Success Story ดิฉันมองว่าประเทศไทยต้องการความสำเร็จที่สร้างผลกระทบในระดับประเทศ และ อว. ก็ไม่ได้มองว่าโครงการใดโครงการหนึ่งจะเพียงพอในการยกระดับเศรษฐกิจของประเทศ
ส่วน Traffy Fondue ที่ท่านยกตัวอย่างนั้น เป็นหนึ่งในตัวอย่างของงานวิจัย ที่สามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีไปใช้แก้ปัญหาสาธารณะได้จริง สร้างประสิทธิภาพในการให้บริการภาครัฐ และได้รับการนำไปใช้อย่างกว้างขวาง แต่กระทรวงไม่เคยหยุดอยู่เพียงแค่นี้ค่ะ
สิ่งที่ อว. กำลังทำคือการพัฒนาระบบนิเวศที่ทำให้เกิด Success Stories อย่างต่อเนื่องในหลายสาขา ทั้งเทคโนโลยีการแพทย์ เกษตรสมัยใหม่ AI เซมิคอนดักเตอร์ (โดยเฉพาะการบุกเบิกเรื่องการทำชิปโฟโตนิกส์) และเทคโนโลยี ‘เพื่อให้ผลงานวิจัยสามารถเติบโตจากห้องปฏิบัติการไปสู่ภาคอุตสาหกรรม สร้างธุรกิจใหม่ สร้างการลงทุน และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ’
ด้วยเหตุนี้ อว. จึงกำลังปรับบทบาทจาก “ผู้ให้ทุน” สู่ “ผู้สร้างผลลัพธ์” ที่ร่วมพัฒนา ติดตาม และผลักดันงานวิจัยตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เชื่อมโยงมหาวิทยาลัย นักวิจัย ภาคเอกชน นักลงทุน และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้งานวิจัยสามารถสร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม
และผลลัพธ์นั้นคือการลงทุนระยะยาวเพื่อวางโครงสร้างสู่ประเทศรายได้สูง เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงโอกาสใหม่ๆ ของประเทศค่ะ