ไม่พบผลการค้นหา
ปีหมูแต่ไม่หมูเลย สำหรับพรรคเพื่อไทย หลังแคนดิเดตนายกฯ อย่างรัฐมนตรีที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี ‘ชัชชาติ สิทธิพันธุ์’ แกนนำพรรคเพื่อไทย อดีตรมว.คมนาคม กำลังจะโดน ‘สกัดดาวรุ่ง’ เพราะชื่อ ‘ชัชชาติ’ มาถูกเปิดรับปีหมู แพ็คคู่ชื่อ  คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่เป็นเต็งหนึ่ง ‘แคนดิเดตนายกฯ’ ของพรรคเพื่อไทย

ซึ่ง ‘ชัชชาติ’ ก็ได้รับให้ดูงานด้านเศรษฐกิจไปปลายปีที่แล้ว ซึ่งกระแสชื่อ ‘แคนดิเดตนายกฯ’ แบบแพ็คคู่นี้ ก็เพื่อปลุกฐานเสียงทั้งในเมืองและนอกเมือง เพราะชื่อ ‘หญิงหน่อย’ ถือว่ากว้างขวาง ส่วนชื่อ ‘ชัชชาติ’ ก็เพื่อเจาะฐานคนในเมือง ตาม รัฐธรรมนูญ 2560 ก็เปิดให้ใส่ชื่อได้ถึง 3 รายชื่อ

แต่ดูเหมือนทุกอย่างจะไม่ง่ายเสียแล้ว หลังคณะกรรมการ ป.ป.ช. เตรียมรื้อคดีขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งมีชื่อ ‘ชัชชาติ’ อยู่ด้วย ในข้อกล่าวหากรณีอนุมัติและจ่ายเงินเยียวยาแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองปี 2548 - 2553 โดยไม่มีอำนาจและไม่มีกฎหมายรองรับ

รวมทั้งโครงการเพื่อออกแบบและก่อสร้าง ระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนฯ ภายใต้ พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อการวางระบบ บริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ.2555 วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท ที่ได้กล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ ครม.รวม 35 คน ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด.

ว่ากันว่าในพรรคเพื่อไทยก็มีการคาดการณ์อยู่แล้วว่าจะต้องมีการ ‘รื้อคดีในอดีต’ ขึ้นมาอีกครั้ง

แต่มาเหนือความคาดหมายที่จะลงดาบ ‘ชัชชาติ’ และทั้ง‘ครม.ยิ่งลักษณ์’ในอดีต ทำให้บุคคลที่มีชื่อและเป็น ‘แม่ทัพหลัก’ ของทั้งพรรคเพื่อไทย-ไทยรักษาชาติ ต้อนลุ้นกันยาวๆ จะโดนหางเลขด้วยหรือไม่

งานนี้สร้างแรงสะเทือนกับ ‘ฐานเสียง-ลูกพรรค’ ไม่น้อย ทำให้มีการมองว่าจะเป็นการ ‘เช็กบิล’ ก่อนเลือกตั้งหรือไม่

ประยุทธ์

เรื่องนี้เอง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. ก็ปฏิเสธเสียงแข็ง โดยชี้ว่าเป็นอำนาจของ ป.ป.ช. ในการหยิบยกเรื่องขึ้นมาตรวจสอบ ยืนยันรัฐบาลไม่ได้ไปสั่งการหรือมีเบื้องหลังใดๆ

“เรื่องนี้เป็นเรื่องที่กล่าวกันขึ้นมาผ่านทางโซเชียลมีเดีย มีหลักฐานอะไรหรือเปล่า เรื่องนี้ก็เป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช. ให้เขาไปตรวจสอบมาสิ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ท้ายที่สุดร้อนไปถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทันที

ทำให้ ‘บิ๊กกุ้ย’พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. ต้องออกมายืนยันไม่เป็น ‘เครื่องมือ’ ของใคร อีกทั้งชี้แจงการทำงานของ ป.ป.ช. ที่มีแผนงานแต่ละปีชัดเจน

“ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.เรามีการพูดกันว่าในช่วงเลือกตั้งนี้ ต้องระวังมากว่าอย่าไปเป็นเครื่องมือใคร เพราะไปชี้มูลความผิดฝั่งนี้ฝั่งนี้ได้เปรียบ หรือไปชี้มูลความผิดฝั่งโน้นทำให้ฝั่งโน้นได้เปรียบ แล้วเป็นการไปดิสเครดิตเขา เราก็จะ กลายเป็นผู้ถูกใช้เป็นเครื่องมือ” พล.ต.อ.วัชรพล กล่าว

แน่นอนว่า ‘ชัชชาติ’ ก็ได้ออกมาชี้แจงเพียงสั้นๆ ยอมรับการตรวจสอบ พร้อมทั้งระบุว่าเรื่อง ‘จ่ายเงินเยียวยาการชุมนุม – แผนบริหารจัดการน้ำ’ ไม่ใช่แผนของกระทรวงคมนาคมโดยตรง แต่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะคณะรัฐมนตรี และมองว่าการตรวจสอบของ ป.ป.ช. เป็นเรื่องสำคัญและจำเป็น ที่จะช่วยให้การทำงานของภาครัฐโปร่งใสขึ้น แต่ต้องอยู่ บนพื้นฐานของความยุติธรรม ปราศจากอคติ ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

แม้แต่ ‘หญิงหน่อย’ ก็ชี้แจงกรณี ‘ชัชชาติ’ โดยภาพรวมว่า ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยโดนฝ่ายเดียว โดยถูกดำเนินคดีแตกต่างจากคนอื่นในดคีหรือฐานความผิดเดียวกัน จึงขอให้ผู้เกี่ยวข้องทำกระบวนการยุติธรรมให้น่าเชื่อถือ ซึ่งประชาชนเห็นอยู่แล้วว่าเป็นอย่างไร แต่พรรคก็รับมือได้อยู่แล้ว

สุดารัตน์ จ.พะเยา พรรคเพื่อไทย ปราศรัย หาเสียง

แต่มรสุมลูกนี้ก็เข้ามายัง ‘หญิงหน่อย’ ด้วย ที่ขึ้นเหนือไปหาเสียง จ.เชียงราย แต่มีตำรวจนอกเครื่องแบบ มาติดตามอยู่ตลอด จนทำให้ ‘หญิงหน่อย’ เดินไปถามเลยว่ามาจากไหน มาทำอะไร

โดยตำรวจนอกเครื่องแบบชี้แจงว่ามาจาก ‘สืบกองเมือง’

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร ได้ชี้แจงกลับว่าเป็นเพียงการไปดูแลความสงบเท่านั้น

“ก็พื้นที่เขา ก็ต้องไปดูแลความสงบในพื้นที่เขา คนที่สุดารัตน์ไปถามก็คนของพื้นที่เขา แล้วจะเอาอะไรอีก ไม่สบายใจเรื่องอะไร” พล.อ.ประวิตร แจง

“หากมารักษาความปลอดภัยขอให้แสดงตัวแต่งเครื่องแบบมา จะได้รู้และทราบว่าสังกัดใด ซึ่งการติดตามในลักษณะนี้ อย่าคิดว่าคนชื่อสุดารัตน์จะกลัวนะคะ เพราะถ้ามาดี เราก็ขอบคุณ” คุณหญิงสุดารัตน์ โต้กลับ


ยังไม่จบแค่นั้นแผนการหาเสียง จ.พะเยา ที่ต้องขึ้นเวที เป็นอันต้องพับไปอย่างกระทันหัน

แม้ตั้งเวทีเรียบร้อย เพราะ อบจ.พะเยา เจ้าของพื้นที่มีหนังสือยกเลิกการอนุญาตมาทันด่วน โดยระบุว่าเป็นสถานที่ราชการ การจัดกิจกรรมทางการเมืองจึงอาจมีเรื่องได้เปรียบหรือเสียเปรียบทางการเมืองเกิดขึ้นมา

คนในพรรคเพื่อไทยระบุว่าเป็น ‘บิ๊ก คสช. ที่สั่งการลงไป ชื่อแรกที่มีการอ้างถึงคือ พล.อ.ประวิตร นั่นเอง

แน่นอนว่า พล.อ.ประวิตร ได้ปฏิเสธทั้งหมด พร้อมโยนให้ อบจ.พะเยา เป็นผู้ชี้แจง แต่ยืนยันว่าทุกพรรต้องเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน

ส่วนต่อจากนี้จะเป็นมาตรฐาน​เดียวกันในการใช้สถานที่ราชการเพื่อหาเสียงหรือไม่​ พล.อ.ประวิตร​ กล่าวเพียงว่า​ ใช่​ เจ้าหน้าที่เขาทำตามกฎหมาย

สนามเลือกตั้ง จ.พะเยา ถือว่าดุเดือดพอสมควร

เพราะคู่แข่งในพื้นที่ คือ ‘เพื่อไทย – พลังประชารัฐ’

ธรรมนัส พรรคพลังประชารัฐ 5933.jpg

ฝากฝั่งพรรคสีเขียวก็ไม่ใช่ใคร คือ ‘ผู้กองมนัส’ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งภาคเหนือ พรรคพลังประชารัฐ โดยชื่อของ ‘ผู้กองมนัส’ เป็นที่รู้จักของคนในวงการผู้กว้างขวาง

‘ผู้กองมนัส’ เป็น ตท.25 จปร.36 รุ่นเดียวกันกับ ‘เสธ.เปา’พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม และ ‘เสธ.หิ’พ.ท.หิมาลัย ผิวพรรณ ด้วย

อีกทั้งได้เข้าเรียนหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่น 61 ในปีนี้ หลักสูตรรวมคอนเน็กชั่น บิ๊กทหาร-ตร. ข้าราชการระดับสูง นักธุรกิจต่างๆ ด้วย โดยมีคนดังอย่าง ‘เสี่ยหนู’อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ร่วมรุ่น61 ด้วย

ซึ่ง ‘หญิงหน่อย’ ก็ต้องพลิกวิกฤตเป็นโอกาส เปลี่ยนมาขึ้นรถกระบะหาเสียง พร้อมกับ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทย แทน พร้อมทั้งระบุว่า ไม่ใช่ครั้งแรกในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา เพราะมีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นหลายครั้ง 

ทั้งหมดนี้สะท้อนภาพการถูก ‘สกัดดาวรุ่ง’ ของทั้ง ‘หญิงหน่อย – ชัชชาติ’ ให้ได้เห็นแล้วบ้าง แน่นนอนว่าทุกอย่างคงไม่ใช่เรื่อง ‘บังเอิญ’ อย่างแน่นอน

งานนี้ คสช. ตกเป็นเป้าเต็มๆ !!

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปริศนา ลายพราง
103Article
0Video
36Blog