ศ.ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ (คณะกรรมการ สทพ.) ครั้งที่ 1/2569 โดยนายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วม ซึ่งปลัด ศธ. มอบหมายให้ นายชูสิน วรเดช รองหัวหน้าผู้ตรวจกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้แทนการประชุมในครั้งนี้ ณ ห้อง 302 ชั้น 3 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569
สำหรับความร่วมมือของกระทรวงศึกษาธิการ โดยกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ได้ดำเนินกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนด้านเพศวิถีศึกษาและบทบาททางเพศ โดยมีผู้เรียนได้รับการพัฒนาทักษะชีวิต จำนวน 29,956 คน และยังมีการจัดทำแนวทางการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ที่เหมาะสมสำหรับกลุ่มเปราะบาง ซึ่งรวมถึงกลุ่มความหลากหลายทางเพศ และกลุ่มเด็กและเยาวขนในสถานพินิจ
นอกจากนี้ รองหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ นายชูสิน วรเดช ได้รายงานถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาเชื่อมโยงกับด้านสิทธิมนุษยชน และความเท่าเทียมทางเพศ โดยได้รายงานถึงนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ได้เน้นย้ำถึงเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษา ให้ความเท่าเทียมกับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย แบบไม่เลือกปฏิบัติ ทั้งด้านร่างกายจิตใจของผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิเสรีภาพ เพื่อดูแล ช่วยเหลือ เยียวยา ตามมาตรฐาน ให้ทุกคนภายในสถานศึกษาปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ปกครอง รวมถึงเปิดสายด่วนการศึกษา 1579 ให้บริการสอบถามข้อมูล ให้คำปรึกษา และรับเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์เกี่ยวกับปัญหาการศึกษาตลอด 24 ชั่วโมง
ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติสำคัญ ดังนี้
1. เห็นชอบหลักการแนวทางการจัดพื้นที่เฉพาะสำหรับผู้ต้องหาและผู้ต้องขังหญิงและบุคคลหลากหลายทางเพศ พร้อมข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมอบหมายให้ กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำแนวทางนี้ไปปฏิบัติให้เกิดผลจริง มีแนวปฏิบัติที่คำนึงถึง ความละเอียดอ่อนทางเพศภาวะ เพื่อให้แน่ใจว่าบุคคลทุกเพศสภาพ จะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมและปลอดภัยในกระบวนการยุติธรรม
2. เห็นชอบแผนปฏิบัติการและแผนการใช้จ่ายเงินกองทุนส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 25,000,000 บาท เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ ป้องกัน และช่วยเหลือมิให้มีการถูกเลือกปฏิบัติด้วยความไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ
3. เห็นชอบเสนอรายงานผลการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 ประจำปี 2568 ต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อทราบผลการดำเนินงานที่ผ่านมา
4. มีข้อเสนอแนะประเด็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาการล่วงละเมิดและคุกคามทางเพศ โดยให้ทุกหน่วยงานเห็นความสำคัญและขับเคลื่อนการดำเนินงานเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง รวมทั้งต้องมีการจัดตั้งหน่วยในการรับแจ้งเหตุและกลไกการร้องทุกข์ที่ปลอดภัย ที่สามารถให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายได้อย่างทันท่วงที
ที่มา : ศธ.360 องศา