วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย จัดงาน Thailand-UK Voices of Impact: Inspiring Women in STEM เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมระหว่างประเทศไทยและสหราชอาณาจักร พร้อมยกระดับบทบาทของสตรีในสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (STEM) ตลอดจนผลักดันการนำองค์ความรู้จากงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงนโยบาย เศรษฐกิจ และสังคม อันเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะประธานกล่าวเปิดการประชุมได้เน้นย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยมุ่งสร้างระบบนิเวศด้านนวัตกรรมที่เอื้อต่อการสร้างองค์ความรู้ การถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาผู้ประกอบการฐานเทคโนโลยี และการนำผลงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสตรีและเยาวชนในระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อพัฒนากำลังคนคุณภาพสูงที่มีศักยภาพในการแข่งขันในระดับสากล
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวเพิ่มว่า ประเทศไทยและสหราชอาณาจักรมีความร่วมมือด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการวิจัยร่วม การแลกเปลี่ยนนักวิจัย การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการสนับสนุนการสร้างนวัตกรรม การจัดงานครั้งนี้จึงเป็นเวทีสำคัญในการต่อยอดความร่วมมือดังกล่าวให้ก้าวสู่ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นการสร้างผลลัพธ์และผลกระทบที่เป็นรูปธรรม ตลอดจนเปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐ สถาบันอุดมศึกษา สถาบันวิจัย ภาคเอกชน และผู้ประกอบการของทั้งสองประเทศ ได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศในการผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์
ภายในงานได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญจากประเทศไทยและสหราชอาณาจักรร่วมบรรยายและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ โดยการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “From Publications to Practical Outcomes: What Research Impact Really Looks Like” ได้สะท้อนแนวคิดเกี่ยวกับการสร้างผลกระทบจากงานวิจัยในมิติต่าง ๆ ทั้งด้านการกำหนดนโยบายสาธารณะ การยกระดับคุณภาพบริการ การพัฒนานวัตกรรม การสร้างผู้ประกอบการฐานเทคโนโลยี และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการยกระดับระบบวิจัยของประเทศไทยให้ตอบสนองต่อความต้องการของประเทศและสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ยังมีการเสวนาในหัวข้อ “A Leap of Faith – Translation in Practice” นำเสนอประสบการณ์ของนักวิจัยไทยที่ประสบความสำเร็จในการนำองค์ความรู้จากงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์จริง ทั้งในด้านการสนับสนุนการกำหนดนโยบาย การจัดตั้งบริษัทเทคโนโลยี การทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรม และการก้าวสู่การเป็นผู้นำองค์กรด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม โดยร่วมแลกเปลี่ยนบทเรียนเกี่ยวกับปัจจัยแห่งความสำเร็จ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ และการต่อยอดประสบการณ์จากโครงการความร่วมมือกับสหราชอาณาจักร เพื่อพัฒนาระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศไทย
การประชุมในช่วงบ่ายประกอบด้วยการเสวนาเรื่อง “Bridging Industry–Academia Collaboration” ซึ่งมุ่งนำเสนอแนวทางการสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะรูปแบบ Knowledge Transfer Partnership (KTP) ของสหราชอาณาจักร ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นกลไกสำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมจากภาคการศึกษาไปสู่ภาคการผลิตและภาคธุรกิจ พร้อมแลกเปลี่ยนข้อเสนอเชิงนโยบายและแนวทางการประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย
นอกจากนี้ ยังมีการเสวนาในหัวข้อ “Achieving Interoperability and Trustworthiness in Innovation” ซึ่งให้ความสำคัญกับบทบาทของมาตรฐาน การวัด การทดสอบ และการรับรองคุณภาพของเทคโนโลยี ในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้ ผู้ประกอบการ และนักลงทุน ตลอดจนสนับสนุนให้นวัตกรรมสามารถเชื่อมโยงกับระบบสากล เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และขยายโอกาสสู่ตลาดต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ช่วงท้ายของการประชุม ได้จัดกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ “Mapping Your Pathway to Impact” เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของนักวิจัย นักนวัตกรรม และผู้ประกอบการในการวางแผนเส้นทางการสร้างผลกระทบจากงานวิจัย โดยครอบคลุมการวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การประเมินโอกาสและความเสี่ยง ตลอดจนการกำหนดกลยุทธ์ในการผลักดันผลงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และการพัฒนาสังคม
การจัดงานในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและสหราชอาณาจักรในการขับเคลื่อนการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยเฉพาะการส่งเสริมบทบาทของสตรีในสาขา STEM การพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การยกระดับการถ่ายทอดเทคโนโลยี การเชื่อมโยงมหาวิทยาลัยกับภาคอุตสาหกรรม และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีโลกได้อย่างยั่งยืนต่อไป