ไม่พบผลการค้นหา
อว. ผนึก CTBTO ดันไทยผงาด "ฮับข้อมูลเตือนภัยพิบัติ" พร้อมเตรียมตั้งศูนย์ฝึกอบรมนานาชาติแห่งเอเชีย-แปซิฟิก

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. และนายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ประชุมทวิภาคีร่วมกับ Dr. Robert Floyd เลขาธิการบริหารองค์การสนธิสัญญาว่าด้วยการห้ามทดลองนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์ (CTBTO) ในประเด็น “การยกระดับไทยเป็นศูนย์กลางข้อมูลเตือนภัยพิบัติ และการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมนานาชาติ (CTBTO Regional Training Centre)” โดยมีผู้แทนจาก 2 ฝ่าย และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569

ในการหารือครั้งนี้ ประเทศไทยได้เสนอแนวคิด "Thailand Initiative on CTBT Data for Resilient Asia-Pacific" มุ่งนำข้อมูลคุณภาพสูงจากระบบเฝ้าตรวจระหว่างประเทศ (IMS) ของ CTBTO มาต่อยอดใช้ประโยชน์ทางพลเรือน โดยเฉพาะการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ เช่น แผ่นดินไหว สึนามิ และการแพร่กระจายของสารกัมมันตรังสี พร้อมเสนอให้ CTBTO สนับสนุนการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาเพิ่มประสิทธิภาพการวิเคราะห์ข้อมูลเตือนภัยในภูมิภาค

สาระสำคัญจากความร่วมมือในครั้งนี้ ประกอบด้วย 1.การตั้งศูนย์ฝึกอบรมนานาชาติ: มุ่งเป้าเป็นศูนย์กลางเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญและการพัฒนาศักยภาพด้านการประยุกต์ใช้ข้อมูล CTBT สำหรับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และ 2.การต่อยอดข้อมูลเพื่อประชาชน: ชูความสำเร็จของไทยที่นำข้อมูล IMS มาใช้เตือนภัยสึนามิได้อย่างเป็นรูปธรรมตั้งแต่ปี 2553 ขณะที่สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ได้นำข้อมูลจากสถานีเฝ้าตรวจนิวไคลด์กัมมันตรังสี RN65 มาประยุกต์ใช้ร่วมกับข้อมูล PM2.5 ของกรมควบคุมมลพิษ ในการศึกษาผลกระทบทางรังสีต่อสุขภาพของประชาชน และนำข้อมูลจากเครือข่ายสถานีเฝ้าตรวจนิวไคลด์กัมมันตรังสีทั่วโลกมาใช้สนับสนุนภารกิจด้านการเฝ้าระวังการแพร่กระจายของสารกัมมันตรังสีจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบัน

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการนำข้อมูลระดับโลกของ CTBTO มาใช้สร้างประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมต่อความมั่นคง ปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม การหารือครั้งนี้คือหน้าประวัติศาสตร์ที่ตอกย้ำว่า สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ และกระทรวง อว. ได้ดึงเทคโนโลยีความมั่นคงระดับโลกมาปกป้องคุณภาพชีวิตของคนไทยทุกคนอย่างแท้จริง

“การก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางบูรณาการข้อมูลและการฝึกอบรมในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการยกระดับขีดความสามารถทางเทคโนโลยีของประเทศ แต่ยังเป็นการแสดงจุดยืนที่เข้มแข็งของไทยบนเวทีโลกผ่านการทูตเชิงวิทยาศาสตร์ (Science Diplomacy) ที่เราพร้อมเป็นผู้นำในการปกป้องภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกให้รอดพ้นจากภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ทั้งจากภัยธรรมชาติและความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างยั่งยืน” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว

การยกระดับความร่วมมือดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 30 ปี สนธิสัญญาเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Bangkok Treaty) ซึ่งสะท้อนวิสัยทัศน์ของไทยที่เปลี่ยนผ่านจากการเป็นเพียงประเทศสมาชิก "ผู้สนับสนุน" ก้าวสู่การเป็น "ผู้นำและศูนย์กลาง" ด้านการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์เพื่อความมั่นคงสาธารณะในระดับภูมิภาคอย่างเต็มภาคภูมิ นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้รับการทาบทามและเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดประชุม SEAP Regional Workshop ในเดือนมกราคม 2570 โดยจะมีผู้แทนจาก 27 ประเทศเข้าร่วม ภายใต้แนวคิด "Science-Diplomacy" อีกด้วย