ไม่พบผลการค้นหา
กรมศิลป์ยังไม่รู้อนุสาวรีย์ปราบกบฏบวรเดชหายไปไหน ส่วนหมุด 2475 ไม่มีอำนาจติดตาม 'ประชาคมศิลปากร' จี้ตามหามาให้ได้ ขีดเส้นตาย 14 วันต้องแจงต่อสาธารณชน พร้อมวางหรีดไว้อาลัยการทำงาน

กลุ่มประชาคมศิลปากรเพื่อประชาธิปไตย นำโดยสหรัฐ จันทสุวรรณ์ และกันตา รัตนวงษ์ แกนนำกลุ่ม จัดกิจกรรม 'เมื่อสมบัติชาติสูญหายพวกเราจึงต้องมาทำหน้าที่' โดยเดินเท้าจากมหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ บริเวณลานศิลป์ พีระศรี ไปถามหาความจริงกับกรมศิลปากร ด้วยการยื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมศิลปกร ผ่านสถาพร เที่ยงธรรม ผู้อำนวยการกองโบราณคดี เรียกร้อง ให้แสวงหาติดตามหมุดคณะราษฎร 2475 กับ อนุสาวรีย์ปราบกบฏบวรเดช ซึ่งเป็นสมบัติชาติที่หายไป พร้อมมอบพวงหรีดไว้อาลัยการทำงานของกรมศิลปากรที่ผ่านมา

กันตา กล่าวว่า ในฐานะนักศึกษาที่มองเห็นถึงความสำคัญของศิลปะวัฒนธรรมและมรดกของชาติรู้สึกละอายใจกับบทบาทของกรมศิลปากรในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงเรื่องโบราณวัตถุที่หายไป ทำให้ต้องออกมาทำกิจกรรมเพื่อแสดงเจตนารมณ์และแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ และอยากถามด้วยว่า ทำไมถึงกล้าที่จะบอกว่าสนามหลวงเป็นโบราณสถาน ทั้งที่ไม่ได้อยู่ใน พ.ร.บ.โบราณสถาน และตัดบทว่า หมุดคณะราษฎรไม่ใช่โบราณวัตถุ ซึ่งต้องการคำชี้แจงจากผู้เกี่ยวข้องด้วย

สหรัฐ กล่าวถึงหมุดคณะราษฎร และอนุสาวรีย์ปราบกบฏ หรืออนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ บริเวณวงเวียนหลักสี่ที่หายไป ซึ่งกรมศิลปากรไม่ได้ตามหาและดำเนินการกับผู้กระทำผิด แตกต่างจากการดำเนินการกับกรณี หมุดคณะราษฎร 2563 ของกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุมที่ปักบนท้องสนามหลวง จึงต้องการเรียกร้องมาตรฐานการทำงานของกรมศิลปากร พร้อมตั้งคำถามว่า มีคนพยายามทำให้หายไปหรือไม่ด้วย ซึ่งมรดกคณะราษฎร เป็นสมบัติชาติที่หลายๆ คนทราบว่ามีอยู่และตั้งอยู่ที่ไหน แต่กรมศิลปากรกลับทำเป็นทองไม่รู้ร้อน

อย่างไรก็ตาม แม้หมุดคณะราษฎร 2475 หายไป แต่อุดมการณ์ของคณะราษฎรไม่ได้หายไปด้วยเช่นเดียวกับหมุดคณะราษฎร 2563 ที่มีความทรงจำร่วมของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เพราะแม้แต่หมุด 2563 ที่โดนถอนออกไปแล้ว ยังมีประชาชนแวะเวียนไปถ่ายภาพหรือให้ความสนใจสถานที่บริเวณท้องสนามหลวงอยู่ตลอดมา จึงอยากเป็นตัวแทนของคนไทยหลายๆ คน ที่ต้องการเรียกร้องสมบัติชาติที่เป็นมรดกของคณะราษฎรกลับคืนมา และสิ่งเหล่านี้ไม่ควรถูกลืม ชาติที่กรมศิลปากรยคดถือกับที่นักศึกษาประชาชนยึดถือ เป็นชาติ ที่มีความหมายตรงกันหรือไม่

โดยสหรัฐ เป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์ พร้อมเรียกร้องทางกรมศิลปากรให้ชี้แจงความคืบหน้าใน 14 วัน โดยเเถลงแก่สาธารณชนให้สังคมได้รับทราบด้วย ถ้าไม่คืบหน้า จะนำหนังสือทวงถามนี้ ไปยื่นต่อสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

ด้าน สถาพร ระบุว่า กำลังติดตามโดยสอบถามทุกส่วนที่เกี่ยวข้องกัยการหายไปของอนุสาวรีย์ปรายกบฏบวรเดช เพราะขึ้นทะเบียนเป็นเป็นโบราณสถาน ซึ่งกรมศิลปากรถือเป็นผู้เสียหายด้วย แต่ยังไม่คืบหน้า ทราบเพียงมีการขอเคลื่อนย้าย แต่ไม่ทราบว่าย้ายไปไหนหรือใครเอาไป แต่จะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด

ส่วนหมุดคณะราษฎร 2475 นั้น ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตาม พ.ร.บ.โบราณสถาน ทางกรมศิลปากรไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการจัดการเรื่องนี้ และหมุดคณะราษฎร 2475 อยู่ในพื้นที่เขตพระราชฐาน ซึ่งเจ้าของพื้นที่เป็นผู้ดูแล