Dua Lipa เปิด ‘ห้องสมุดหนังสือต้องห้าม’ กลางเมืองปอร์โต โปรตุเกส ท้าทายระบบการเซ็นเซอร์ด้วยพลังของหนังสือ
1. สำหรับ Dua Lipa หนังสือไม่ใช่เพียงงานอดิเรก แต่เป็นสิ่งที่ร้อยเรียงชีวิตของเธอเข้าด้วยกัน แม้แต่เรื่องรักของเธอก็เริ่มต้นจากหน้ากระดาษ คืนหนึ่งในลอสแอนเจลิสช่วงต้นปี 2024 เธอนั่งลงข้างชายคนหนึ่งในร้านอาหารและพบว่ากำลังอ่านหนังสือเล่มเดียวกัน หนังสือเล่มนั้นคือ Trust นวนิยายรางวัลพูลิตเซอร์ของ Hernán Díaz
2. Callum Turner เล่ากับ The Sunday Times ว่า เขาเพิ่งอ่านจบบทแรกพอดี และเมื่อบอกเธอ เธอก็หันมาตอบว่าเธอก็เพิ่งอ่านจบบทแรกเหมือนกัน เขาจึงพูดว่า "So we're on the same page." “งั้นเราก็อยู่หน้าเดียวกัน" เมื่อ Vogue ถามว่าเธอรู้สึกไหมว่านี่คือสัญญาณว่าทั้งคู่ถูกลิขิตให้มาเจอกัน Dua ตอบว่า "หนึ่งพันเปอร์เซ็นต์" สองปีต่อมาทั้งคู่ก็แต่งงานกัน
3. ในปีที่ดูเหมือนทุกอย่างจะเป็นของ Dua Lipa ไปหมด ตั้งแต่งานแต่งงานสุดอลังการที่จัดถึงสองครั้งทั้งในลอนดอนและปาแลร์โม ไปจนถึงอัลบั้มไลฟ์ชุดใหม่ Live From Mexico ป็อปสตาร์ชาวอังกฤษก็ได้เปิดตัวโปรเจกต์ที่อาจสะท้อนตัวตนของเธอได้ลึกซึ้งกว่างานเพลงเสียอีก นั่นคือห้องสมุดที่รวบรวมหนังสือmujเคยถูกแบนและถูกเซ็นเซอร์จากทั่วโลก
4. ห้องสมุดแห่งนี้มีชื่อว่า The Manifesto Library เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อค่ำวันที่ 27 มิถุนายน 2026 ที่ผ่านมา ภายใน Livraria Lello ร้านหนังสือเก่าแก่อายุ 120 ปีในเมืองปอร์โต ประเทศโปรตุเกส ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในร้านหนังสือที่สวยที่สุดในโลกด้วยสถาปัตยกรรมแบบนีโอโกธิคและอาร์ตนูโวอันตระการตา ห้องสมุดนี้นับเป็นบ้านหลังแรกในโลกความเป็นจริงของ Service95 Book Club ชมรมหนังสือที่เธอก่อตั้งขึ้นในปี 2021
5. ย้อนกลับไปยังเดือนพฤศจิกายนปี 2021 Dua Lipa เปิดแพลตฟอร์มสื่อชื่อ Service95 จดหมายข่าวรายสัปดาห์และเว็บไซต์ด้านไลฟ์สไตล์ โดยเลข 95 มาจากปีเกิดของเธอ คือ 1995 เธอนิยามมันว่าเป็น "ผู้ให้บริการด้านสไตล์ วัฒนธรรม และสังคมระดับโลก ที่สร้างขึ้นเพื่อช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจโลกใบนี้" โดยแต่ละฉบับจะมีจดหมายส่วนตัวจาก Lipa อยู่ข้างบทความจากนักเขียนรับเชิญหลากหลายคน
6. สิ่งที่ทำให้ Service95 ต่างจากแพลตฟอร์มของคนดังทั่วไปคือเนื้อหาที่ผสมผสานทั้งเรื่องเบาสมองและการรายงานเชิงลึก ครอบคลุมตั้งแต่คำแนะนำสถานที่ลับเฉพาะ ศิลปินหน้าใหม่ ทิปการเดินทาง ไปจนถึงประเด็นการเมือง โดยมีงานเชิงรณรงค์เป็นแกนกลางสำคัญ คอยส่องไฟให้ประเด็นที่อาจไม่เป็นที่รู้จัก แรงบันดาลใจของแพลตฟอร์มมาจากนิสัยส่วนตัวของเธอที่ชอบทำลิสต์คำแนะนำให้เพื่อนสนิทมาตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าจะเป็นหนัง หนังสือ ร้านอาหาร หรือศิลปินที่เธอค้นพบจากการเดินทางและทัวร์คอนเสิร์ต
7. นอกจากจดหมายข่าว Service95 เธอยังมีพอดแคสต์ชื่อ At Your Service ที่ใช้พูดคุยเชิงลึกกับแขกรับเชิญคนดัง รวมถึง Service95 Book Club ที่เปิดตัวในเดือนมิถุนายน ปี 2022 โดยทุกเดือนจะหยิบหนังสือที่ เธอเลือกเองมาพูดคุย พูดถึงงานเขียนจากทั่วทุกมุมโลก พร้อมเนื้อหาประกอบอย่างบทสัมภาษณ์ผ่านวิดีโอ เรียงความพิเศษ ลิสต์อ่านเพิ่มเติม และเพลย์ลิสต์ การเปิด The Manifesto Library จึงเป็นการแปรชุมชนนักอ่านออนไลน์ทั้งหมดที่เธอสร้างมาตลอดให้กลายเป็นพื้นที่กายภาพแห่งแรกอย่างแท้จริง
8. โปรเจกต์นี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือการสร้างภาพของคนดัง เพราะ Dua Lipa ดำเนินกิจกรรมด้านวรรณกรรมอย่างจริงจังมาหลายปี เธอเคยเป็นคีย์โน้ตสปีกเกอร์ในวาระครบรอบ 10 ปีของรางวัล International Booker Prize ในปีนี้ และเคยร่วมพูดคุยเรื่องหนังสือกับชมรมการอ่านในเรือนจำ นอกจากนี้เธอยังสัมภาษณ์นักเขียนระดับโลกอย่าง Margaret Atwood, Olga Tokarczuk, Chimamanda Ngozi Adichie และ Percival Everett ผ่านแพลตฟอร์มของเธอ จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้เชียวชาญด้านการสัมภาษณ์ผู้คนในแวดวงวรรณกรรม
9. หัวใจของห้องสมุด The Manifesto Library คือคอลเลกชันหนังสือเกือบ 100 เล่ม จัดเรียงตาม 4 ธีมหลัก ได้แก่ อำนาจ การควบคุม เสียง และความทรงจำ ทุกเล่มล้วนเคยถูกแบน ถูกท้าทาย ถูกจำกัดการเข้าถึง หรือในบางกรณีเป็นหนังสือที่ผู้เขียนต้องแลกมาด้วยชีวิต ในบรรดาหนังสือที่จัดแสดงมีงานชื่อดังอย่าง The Handmaid's Tale ของ Margaret Atwood และ Felon ของ Reginald Dwayne Betts รวมถึงผลงานคัดสรรของ Salman Rushdie และ Olga Tokarczuk พื้นที่จัดแสดงตั้งอยู่ในหอประชุมวัฒนธรรมแห่งใหม่ของร้าน ซึ่งออกแบบโดย Álvaro Siza สถาปนิกเจ้าของรางวัล Pritzker
10. ในแถลงการณ์ Dua Lipa อธิบายเหตุผลที่หนังสือเหล่านี้ถูกห้ามไว้อย่างหนักแน่นว่า หนังสือบางเล่มถูกแบนโดยเขตการศึกษาด้วยประเด็นเรื่องเชื้อชาติหรือเพศสภาพ บางเล่มที่เขียนเพื่อผู้อ่าน LGBTQIA+ ถูกห้ามจัดแสดง และในบางกรณี ผู้เขียนต้องชดใช้ด้วยชีวิตของตัวเอง
11. สิ่งที่ทำให้โปรเจกต์นี้น่าสนใจคือการที่มันไม่ได้วางตัวเป็นเพียงพิพิธภัณฑ์แห่งการเซ็นเซอร์ แต่เป็นพื้นที่ที่มีชีวิต The Manifesto Library ไม่ได้ตั้งใจเป็นคลังเก็บประวัติศาสตร์การเซ็นเซอร์ แต่ต้องการให้เป็นพื้นที่ที่แสดงถึงบทบาทของหนังสือในสังคม Dua Lipa เรียกห้องสมุดแห่งนี้ว่า ศาลเจ้าสำหรับหนังสือที่หายสาบสูญไป สำหรับผู้เขียนที่กล้าหาญพอจะเปิดโปงโครงสร้างของอำนาจและการควบคุม และสำหรับผู้อ่านที่ปฏิเสธการบอกว่าควรอ่านหนังสือเล่มไหน พร้อมทิ้งประโยคที่กลายเป็นวลีดังไปแล้วว่า “บางครั้งสิ่งที่ท้าทายระบบที่สุดที่คุณทำได้ คือการอ่านหนังสือสักเล่มแล้วเอามาพูดคุยกันค่ะ”
ด้าน Francisca Pedro Pinto หัวหน้าฝ่ายแบรนด์ของร้าน Livraria Lello กล่าวว่า ตลอด 120 ปี ร้านตั้งอยู่บนความเชื่อง่ายๆ ว่าหนังสือคือเทคโนโลยีแห่งเสรีภาพ และ The Manifesto Library ก็เติบโตขึ้นจากความเชื่อนั้นเช้นกัน
12. โปรเจกต์นี้มาในจังหวะที่การท้าทายและแบนหนังสือกำลังเป็นประเด็นร้อนในหลายประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ที่การแบนส่วนใหญ่พุ่งเป้าไปที่ห้องสมุดโรงเรียนระดับ K-12 และมักเล็งไปที่เนื้อหาทางเพศหรือหนังสือสำหรับเยาวชนที่มีเนื้อหา LGBTQ+ คำถามที่ห้องสมุดของ Dua Lipa ตั้งขึ้นจึงคมคาย นั่นคือใครกันที่เป็นคนตัดสินว่าอะไร ‘อันตราย’ และเพราะอะไร
13. งานเปิดตัวยังเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลหนังสือนานาชาติ BABELL – City of Books โดยมีนักเขียนอย่าง Salman Rushdie และ Olga Tokarczuk ซึ่งมีผลงานอยู่ในห้องสมุดมาร่วมงานด้วย และในปีนี้ Dua Lipa ยังเตรียม คิวเรตงาน London Literature Festival 2026 ที่ Southbank Centre ระหว่างวันที่ 21 ตุลาคม ถึง 1 พฤศจิกายน ตอกย้ำว่าบทบาทนักรณรงค์ด้านการอ่านของเธอไม่ใช่แค่กระแสฉาบฉวย แต่เป็นภารกิจที่เริ่มต้นจากความรักในหนังสือ และเติบโตกลายเป็นจุดยืนเพื่อเสรีภาพในการอ่านของทุกคนและตัวเธอเอง
อ้างอิงข้อมูลจาก