ไม่พบผลการค้นหา
Talking Thailand - 'คำผกา' เดือด! ซัด 'ทวีศิลป์' เอากำไล EM มาใช้เลย ถ้าอยากคุมประชาชน - Short Clip
Jun 1, 2020 15:11

รายการ Talking Thailand ประจำวันที่ 1 มิถุนายน 2563

“คำผกา” เดือดจัด ซัดแหลก! “หมอทวีศิลป์” ที่แถลงบอกจะเปิดเมืองต่อหรือไม่อยู่ที่พฤติกรรมประชาชน ไม่อย่างนั้นก็เอากำลังข้อเท้า หรือติดกล้องมาคุมเลย..อย่ามองประชาชนเป็นเด็กอมมือ เลิกให้ประชาชน [ที่จ่ายภาษีเป็นเงินเดือนของหมอ] พิสูจน์ตัวเอง 

คุณอา “ใบตองแห้ง” ต้องรีบ Calm down บอกสะท้อนวิธีคิดถ่ายทอดมาตั้งแต่ “ประยุทธ์-สมช.-ศบค.” ที่เน้นใช้อำนาจมากกว่าเหตุผล

นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่าการบริหารงบประมาณ 45,000 ล้านบาท เพื่อสร้างความเข้มแข็งในระบบสาธารณสุขไทย ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ใน 2 โครงการ ที่ให้นโยบายปลัดกระทรวงสาธารณสุขไปแล้ว คือ การเพิ่มค่าตอบแทนการทำงาน ให้แก่ อสม. 500 บาทต่อคนต่อเดือน ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 จนถึงกันยายน 2564 เป็นกำลังใจ ช่วยเหลือค่าเดินทาง ค่าปฏิบัติงาน แม้ทุกคนเป็นจิตอาสา แต่สามารถทำงานป้องกันและคุมโรค ได้มีประสิทธิภาพมาก

ส่วนที่ 2 ใช้เพิ่มศักยภาพ ขีดความสามารถของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือ รพ.สต. ด้วยการจัดซื้ออุปกรณ์ เครื่องมือแพทย์ และเวชภัณฑ์ สำหรับให้บริการประชาชน เพื่อที่ประชาชนจะใช้บริการได้มากขึ้น ลดความแออัดที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด ลดความเสี่ยงทั้งการแพร่เชื่อ และติดเชื้อโควิด19 เป็นการกำหนดความต้องการของพื้นที่ จะให้งบฯ ไม่ต่ำกว่า 200,000 บาท ต่อ 1 รพ.สต. ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้บริการของประชาชนในพื้นที่ รับผิดชอบของรพ.สต.แต่ละแห่ง”

นายอนุทิน ระบุว่าระบบการแพทย์ของไทย พิสูจน์แล้วว่าทำได้ดี จากผู้ป่วยมากกว่า 1,000 คน ลดลง เหลือไม่เกิน 100 คน ในเวลา 2 เดือน และตรึงสถานการณ์ไว้ได้ แต่ต้องเตรียมความพร้อมไว้ตลอดเวลา ประมาทไม่ได้ การจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ เช่น เครื่องช่วยหายใจ ในจำนวนที่เพียงพอต่อความต้องการของแพทย์? เป็นเรื่องที่จำเป็น การสร้างความมั่นคงทางเวชภัณฑ์ หน้ากากอนามัย และ ยา เป็นเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการ สำคัญที่สุดคือ การพัฒนาวัคซีน ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ คณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองของกระทรวงสาธารณสุข กำลังดำเนินการกันอยู่

การใช้งบประมาณจำนวนนี้ จะต้องสร้างแรงจูงใจให้เกิดพฤติกรรมใหม่ หรือ New Normal ของการใช้บริการของสถานพยาบาล ของประชาชน ด้วย จะต้องมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนา และสร้างบริการใหม่ๆ ให้ประชาชนเข้าถึงการแพทย์ และเข้าถึงยา ได้โดยไม่ต้องมาโรงพยาบาล สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการน้อย หรือ เพียงแค่ติดตามอาการ ซึ่งจะมีการประสานงานกับกระทรวงดีอี ร่วมกันพัฒนางานบริการประชาชน มีเป้าหมายเพื่อลดความเสี่ยงของการแพร่เชื้อ การติดเชื้อที่โรงพยาบาลให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้จะรายงานการพิจารณางบประมาณ, การใช้เงินจำนวนนี้ พร้อมทั้งการรายงานความคืบหน้าการทำงาน และประโยชน์ที่ประชาชนได้รับ ให้ประชาชนได้ทราบเป็นระยะๆ โดยจะให้ประชาชนในแต่ละพื้นที่ร่วมตรวจสอบ และร่วมประเมินผลการทำงาน อีกทางหนึ่งด้วย ขอให้มั่นใจว่า เงินกู้ 45,000 ล้านบาท จะถูกใช้เพื่อสร้างความเข้มแข็งของการแพทย์ และระบบสาธารณสุขประเทศไทย ให้ดีขึ้น เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทยทุกคน” 

นายอนุทิน ยังกล่าวในระหว่าง ตรวจเยี่ยมโรงงานผลิตวัคซีนเอกชน ที่จังหวัดพระนคร ศรีอยุธยาว่า โรงงานผลิตวัคซีน ถือเป็นความหวังที่ประเทศไทยจะผลิตในอนาคต เพื่อค้นคว้าวิจัยการพัฒนาวัคซีนรักษาโควิด-19 ขณะนี้เป็นการทดลองวัคซีนตัวเลือก เฟส1 (การทดลองในสัตว์) ซึ่งอยู่ระหว่างรอผลการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ในสัปดาห์หน้า หากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์รับรอง การทดลองในเฟส2 จะเริ่มในช่วงเดือนกรกฎาคม ถึงแม้ว่าการแพร่ระบาดมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังประมาทไม่ได้ จนกว่าจะมีวัคซีน

ขณะที่ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. ชี้แจงกรณีที่ในมาตรการผ่อนคลายระยะที่ 3 ยังไม่อนุญาตให้มีการนวดหรือทำสปาบริเวณใบหน้าได้ ในขณะที่อนุญาตให้คลินิกเวชกรรมสามารถให้บริการกับใบหน้าได้ว่า ทางศบค.ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าวิธีการให้บริการของคลินิกเวชกรรมจะมีขั้นตอนการปฏิบัติที่ทำให้เกิดความมั่นใจถึงความปลอดภัยที่มากกว่าร้านนวด หรือร้านสปา 

"การนวดอาจจะมีความเสี่ยงมากกว่า หลายคนที่ทำงานนวดในต่างประเทศ กลับมาแล้วพบว่าติดเชื้อ เราเป็นห่วงในจุดนี้ ที่ยังไม่อนุญาตให้ทำได้ก็เพื่อต้องการดูแลความปลอดภัย และต้องการควบคุมโรค ซึ่งถ้าจะทำก็อาจจะมีความเสี่ยง ดังนั้นตอนนี้ก็อย่าเพิ่งทำเลย" 

ส่วนแนวโน้มของการที่รัฐบาลจะชดเชยวันหยุดช่วงสงกรานต์ให้ในเดือนก.ค. เพื่อให้เกิดการท่องเที่ยวและการเดินทางกลับภูมิลำเนาได้หรือไม่นั้น นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า คงต้องขึ้นอยู่กับผลที่เกิดขึ้นจากมาตรการผ่อนคลายในระยะที่ 3 และ 4 ว่าประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด แต่จากที่ได้รับทราบข้อมูลในปัจจุบัน พบว่าเริ่มพบเห็นประชาชนบางคนไม่ใส่หน้ากากอนามัย ทำความสะอาดสถานที่น้อยลง ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดทั้งการแพร่เชื้อหรือรับเชื้อได้ไม่เฉพาะกับโรคโควิดเท่านั้น แต่หมายรวมถึงโรคระบาดอื่นๆ ตามฤดูกาลด้วย เช่น ไข้เลือดออก ไข้หวัดใหญ่ เป็นต้น

ดังนั้นประชาชนทุกคนยังต้องตระหนักถึงความจำเป็นในการปฏิบัติตัวตามมาตรฐานสุขอนามัย 5 ข้ออย่างสม่ำเสมอ คือ ล้างมือ, ใส่หน้ากากอนามัย, เว้นระยะห่าง, ทำความสะอาดสถานที่ และอย่าให้มีความแออัด ซึ่งการที่จะประกาศชดเชยวันหยุดช่วงสงกรานต์ได้หรือไม่คงต้องให้สถานการณ์ในระยะที่ 3 และ 4 นี้ผ่านไปได้ด้วยดีก่อน

"การหยุดชดเชยวันสงกรานต์ในเดือนก.ค.นี้ ก็อาจจะเกิดขึ้น ถ้าเราผ่านช่วงเดือนมิ.ย.นี้ไปได้ด้วยดี...ไม่ประมาท การ์ดอย่าตก แค่ 5 ข้อนี้ ทั้งประชาชน ผู้ประกอบการ เพื่อที่เราจะได้เข้าสู่การผ่อนคลายระยะ 3 และระยะ 4 หลังจากนั้นจะได้มีวิถีชีวิตได้อย่างปกติ" โฆษก ศบค.ระบุ

Voice TV
กองบรรณาธิการ วอยซ์ทีวี
0Article
0Video
0Blog