BLOG

ซีรีส์ไม่ดังที่เราไม่อยากให้คุณมองข้าม Top of the Lake: China Girl
11 ตุลาคม 2560 เวลา 16:55 น.
ซีรีส์ไม่ดังที่เราไม่อยากให้คุณมองข้าม Top of the Lake: China Girl

คอลัมน์ "สำส่อนทางความบันเทิง" สัปดาห์นี้ คันฉัตร รังษีกาญจน์ส่อง แนะนำซีรีส์ที่ไม่ดัง แต่สนุกจนไม่ควรมองข้าม นั่นคือ Top of the Lake: China Girl


ในบรรดาซีรีส์ที่คนรอบข้างคุณผู้อ่านนิยมดูกัน ผมคิดว่าคงเป็นเรื่องจำพวก Game of Thrones, Stranger Things หรือ 13 Reasons Why แต่เชื่อว่าคงมีน้อยรายที่พูดถึง Top of the Lake หรือถ้าคุณมีเพื่อนที่ดูซีรีส์ที่ว่า ก็ขอบอกว่าคุณมีเพื่อนที่รสนิยมดีมาก

เอาเข้าจริงตัวผมเองแทบจะลืมซีรีส์ Top of the Lake ไปแล้ว ด้วยความที่ซีซั่นแรกออกอากาศไปตั้งแต่ปี 2013 ส่วนซีซั่นสอง Top of the Lake: China Girl ออนแอร์ทางช่อง BBC Two เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมที่ผ่านมา กระแสตอบรับค่อนข้างเงียบเชียบ บรรดาเพื่อนนักวิจารณ์และนักดูหนังที่ผมรู้จักไม่มีใครดูเรื่องนี้เลย จนกระทั่งมีรุ่นพี่คนหนึ่งดูย้อนหลังแล้วเอ่ยปากชม ผมเลยลองดูตามและพบว่ามันดีมาก!

Top of the Lake เป็นซีรีส์ที่กำกับและเขียนบทโดย เจน แคมเปี้ยน เจ้าของหนังเฟมินิสม์ในตำนานอย่าง The Piano (1993) เป็นการสืบคดีของตำรวจหญิงชื่อโรบิน กริฟฟิน (รับบทโดย อลิซาเบธ มอสส์) ซีซั่นแรกว่าด้วยการหายตัวลึกลับของเด็กสาววัยสิบสองปีที่ตั้งท้อง

ส่วนซีซั่นสองมีฉากหลังเป็นเมืองซิดนีย์ที่อยู่ดีๆ มีกระเป๋าลึกลับลอยมาติดชายหาด เมื่อเปิดดูก็พบศพของโสเภณีชาวเอเชีย แถมผลชันสูตรยังระบุว่าเธอตั้งครรภ์

ส่วนตัวแล้วผมคิดว่าซีซั่นแรกของ Top of the Lake ดำเนินเรื่องเนือยนิ่งไปสักหน่อย สิ่งที่โดดเด่นคือภาพหมู่เกาะธรรมชาติของนิวซีแลนด์ที่ทั้งสวยงามและหลอกหลอนไปพร้อมกัน เมื่อซีซั่นสองย้ายโลเคชั่นมาที่ซิดนีย์ ผมเลยเดาว่าบรรยากาศหลอนๆ น่าจะลดน้อยลงไป แต่เปล่าเลย แม้จะเป็นสังคมเมือง ตึกระฟ้า บ้านพักอาศัย แคมเปี้ยนยังคุมโทนแห่งความไม่น่าไว้ใจได้เช่นเคย ซีรีส์นี้น่าจะเปลี่ยนภาพจำที่คุณมีต่อเมืองซิดนีย์ได้ไม่ยาก

นอกจากบรรยากาศเฉพาะตัวแล้ว สิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดใน Top of the Lake คือคอนเซ็ปต์ของมัน อย่างที่เห็นกันว่าตลอดอาชีพของแคมเปี้ยนนั้นเธอสำรวจประเด็นเรื่องผู้หญิงมาตลอด ทั้งหญิงใบ้ที่ถูกบังคับให้แต่งงานกับเศรษฐีใน The Piano หรือหญิงสาวร่ำรวยที่ถูกชายหลอกลวงใน The Portrait of a Lad ดังนั้นใน Top of the Lake ซีซั่นแรกจึงว่าด้วยการปะทะกันของโรบินกับผู้สงสัยซึ่งเป็นหัวหน้าชุมชน เป็นภาพแทนของการต่อสู้ระหว่างผู้หญิงกับกลุ่มชายฉกรรจ์ ส่วนในซีซั่นสอง China Girl มีใจความหลักสองแง่ด้วยกัน นั่นคือ ความเป็นผู้หญิงและความเป็นแม่

 

ความเป็นผู้หญิง

ประเด็นความเป็นผู้หญิง Top of the Lake: China Girl ถูกสำรวจในหลายเฉด อย่างเช่นตัวละครหลัก โรบิน กริฟฟิน ที่ทำอาชีพตำรวจ เธอจึงต้องแสดงท่าทีเข้มแข็งตลอเวลา แต่เมื่อเรื่องดำเนินไปเราก็พบว่าโรบินมีความเปราะบางซ่อนอยู่ นอกจากนั้นเธอยังไม่ใช่ตำรวจที่วันๆ เอาแต่บ้างาน เธอยังต้องการทั้งความรักและเซ็กซ์

ขณะเดียวกันซีซั่นสองก็มีตัวละครตำรวจหญิงร่างใหญ่ที่คนดูเผลอเข้าใจว่าเธอเป็นทอม (รับบทโดย เกวนโดลิน คริสตี หรือบริแอนน์ แห่งทาร์ธ จาก Game of Thrones) แต่กลับกลายเป็นว่าเธอดูมีความอ่อนโยนมากกว่าโรบินเสียอีก

อีกตัวละครที่น่าสนใจคือ แมรี่ (อลิซ อิงเลิร์ต) เด็กสาววัย 18 ปีที่ต่อต้านคุณค่าความเชื่อแทบทุกอย่าง ทั้งระบบครอบครัวดั้งเดิมหรือสถาบันการศึกษา จนเธอดูเหมือนจะเป็นพวกอนาร์คิสต์อยู่แล้ว แต่แมรี่กลับหลงรักชายวัยสี่สิบกว่านามว่าอเล็กซานเดอร์อย่างหัวปักหัวปำ ด้วยเหตุผลที่ว่าเขาเข้าใจโลกมากกว่าใคร (แมรี่ยกตัวอย่างว่าอเล็กซานเดอร์เป็นคนเดียวที่อ่านหนังสือของดอสโตเยฟสกีอย่างถ่องแท้!?) จึงชวนให้ขบคิดว่าแมรี่คือผู้ตื่นรู้แท้จริงหรือนี่เป็นเพียงความหลงผิดของวัยรุ่นสาว

ผู้หญิงอีกกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญใน Top of the Lake: China Girl คือเหล่าโสเภณีเอเชีย (แน่นอนว่ามีคนไทย) ปกติแล้วหญิงบริการไทยในหนังตะวันตกมักมีภาพน่าสงสารถูกกระทำหรือไม่ก็เป็นผู้หญิงจัดจ้านกร้านโลกไปเลย แต่ในเรื่องนี้บรรดาผู้หญิงหากินดูมีชีวิตและเลือดเนื้อจริงๆ มีฉากหนึ่งที่ผู้เขียนประทับใจมากคือตอนที่พวกเธอวิ่งร่าเริงกันไปลงทะเล แถมแคมเปี้ยนยังให้เวลากับฉากนี้ค่อนข้างนาน ดังนั้นพวกเธอจึงไม่ใช่เพียงแค่ตัวประกอบ

 

ความเป็นแม่

ความเป็นแม่ใน Top of the Lake: China Girl ช่างซับซ้อนและยุ่งเหยิงจนเกินบรรยาย อย่างตัวละครโรบินมีความหลังเจ็บปวดว่าเธอทิ้งลูกสาวของตัวเองไป แต่ซีรีส์ก็เปิดเผยว่าลูกของเธอเกิดขึ้นจากเหตุการณ์อันเลวร้าย นอกจากคำถามเชิงศีลธรรมน่าเบื่อประเภว่าเธอทำผิดหรือไม่ที่ทิ้งลูก คำถามที่สนใจกว่าของซีรีส์คือเธอจะสามารถสานความสัมพันธ์กับลูกผู้ห่างเหินอีกครั้งได้หรือไม่ ทั้งในฐานะแม่และฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

ซีรีส์ยังมีตัวละครคุณแม่ผู้หนักหน่วงอีกคนคือ จูเลีย (รับบทโดย นิโคล คิดแมน) เธอเป็นปัญญาชนแสนปราดเปรื่องที่ดำรงตำแหน่งอาจารย์ แต่ชีวิตส่วนตัวกลับพังไม่เหลือชิ้นดี จูเลียกำลังจะหย่ากับสามีเพราะปัจจุบันเธอคบหาอยู่กินกับผู้หญิงด้วยกัน ส่วนลูกสาวบุญธรรมที่เธอรักกลับเกลียดชังและผลักไสเธอออกจากชีวิต สิ่งที่ดีคือดูเหมือนตัวซีรีส์จะก้าวข้ามคำถามประเภท ‘ความรักของแม่แท้ๆ vs ความรักของแม่บุญธรรม’ ไปแล้ว แต่มันกำลังเสนอคำถามว่า-หากลูกไม่รักแม่อีกต่อไปแล้ว แม่ที่ยังรักลูกอยู่ควรจัดการกับชีวิตอย่างไร

อาจถือเป็นธีมต่อเนื่องจากซีซั่นแรกที่ Top of the Lake จะต้องเกี่ยวกับเรื่อง ‘ท้องๆ’ เสมอ ใน China Girl ยังมีพล็อตหลักที่ว่าด้วยการรับจ้างอุ้มบุญ ซึ่งถือเป็นเรื่องผิดกฎหมายในประเทศออสเตรเลีย แคมเปี้ยนกระตุ้นให้คนดูใคร่ครวญเกี่ยวกับกฎหมายอุ้มบุญอย่างไม่ได้ชี้นำอะไรนัก และตบท้ายด้วยการฝากการบ้านชิ้นยากว่าในการอุ้มบุญนั้นใครคือแม่แท้จริงของเด็กกันแน่ ระหว่างคนว่าจ้างกับคนรับจ้างตั้งท้อง

อย่างไรก็ดี ผู้เขียนคิดว่าความเป็นแม่ที่น่าซาบซึ้งใจที่สุดในซีรีส์นี้เกี่ยวข้องกับผู้กำกับ เจน แคมเปี้ยน โดยตรง เนื่องจาก อลิซ อิงเลิร์ต นักแสดงสาวผู้รับบทแมรี่ เป็นลูกแท้ๆ ของเธอเอง การที่ผู้กำกับเอาลูกตัวเองมาเล่นหนังอาจถูกครหานินทาโดยง่าย แต่สำหรับกรณีนี้ถือว่าไม่มีข้อกังขาใดๆ เพราะอิงเลิร์ตแสดงได้อย่างไร้ที่ติ แถมแคมเปี้ยนยังเขียนบทให้ตัวละครของลูกสาวเผชิญกับสถานการณ์หนักหนาสาหัสสุดขีด

แต่นั่นดูเหมือนจะเป็นของขวัญชิ้นงดงามที่สุดที่แม่มอบให้กับลูกสาวได้

 

ภาพจาก http://www.bfi.org.uk

ARCHIVE BLOG

นิวยอร์กและการจัดการกับโศกนาฏกรรม 9/11

นิวยอร์กและการจัดการกับโศกนาฏกรรม 9/11

ประเทศหนึ่งจะจดจำประวัติศาสตร์บาดแผลของตนไว้อย่างไร? อย่างละมุนละม่อมหรือตรงไปตรงมาต่อความสูญเสีย…
คอลัมน์ สำส่อนทางความบันเทิง: Million Yen Women ความรักและเงินตรา

คอลัมน์ สำส่อนทางความบันเทิง: Million Yen Women ความรักและเงินตรา

หลังจากส่งซีรีส์ที่ชาวโลกพากันติดงอมแงมมาหลายเรื่อง ดูเหมือน Netflix จะยังไม่หยุดง่ายๆ…
คนเราได้อะไรจากการตามรอยโลเคชั่นภาพยนตร์

คนเราได้อะไรจากการตามรอยโลเคชั่นภาพยนตร์

ภาพยนตร์สุดประทับใจในวันนั้น แต่กว่าจะมาเห็นของจริงด้วยตาตัวเอง ไม่เห็นจะมีอะไรเหมือนกับที่จินตนาการไว้เลย…
คอลัมน์ สำส่อนทางความบันเทิง: ประสบการณ์ฟ้ากับเหวของการชมคอนเสิร์ตในสิงคโปร์ VS ไทย

คอลัมน์ สำส่อนทางความบันเทิง: ประสบการณ์ฟ้ากับเหวของการชมคอนเสิร์ตในสิงคโปร์ VS ไทย

ผู้จัดคอนเสิร์ตสิงคโปร์ มีอะไรที่ผู้จัดคอนเสิร์ตของไทยไม่มี? คันฉัตร รังษีกาญจน์ส่อง…
คอลัมน์ สำส่อนทางความบันเทิง: อัลบั้มเพลงไทยน่าฟังของครึ่งปีแรก 2017

คอลัมน์ สำส่อนทางความบันเทิง: อัลบั้มเพลงไทยน่าฟังของครึ่งปีแรก 2017

นี่คือ 5 อัลบั้มเพลงไทย ที่ คันฉัตร รังษีกาญจน์ส่อง คัดมาแนะนำว่าน่าฟังของครึ่งปีแรก…
TOP
NOW :